Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 08 October 2013 10:30

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  นายนารายานา โคเชอร์ลาโคตา ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขามินเนอาโพลิสได้เรียกร้องให้ Fed ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อทำให้อัตราว่างงานลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงท่าทีในช่วงก่อนหน้านี้ โดยนายโคเชอร์ลาโคตาได้กล่าวว่า Fed ต้องดำเนินการทุกทางในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าเพื่อทำให้อัตราว่างงานที่ยังคงอยู่ที่ระดับสูงเกินไป โดยระบุว่าแม้อัตรว่างงานได้ลดลงมานับแต่สิ้นสุดภาวะถดถอย แต่ก็ยังคงอยู่ที่ระดับสูง พร้อมกล่าวเตือนว่ายิ่งรัฐบาลปิดหน่วยงานราชการบางส่วนหรือชัตดาวน์เป็นเวลานานเพียงใด ก็จะทำให้มีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจมากขึ้นเท่านั้น

          -  นายจอห์น โบเนอร์ โฆษกสมาชิกผู้แทนราษฎรพรรครีพับลีกันเปิดเผยว่า สภาผู้แทนราษฎรจะไม่ผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวเพื่อยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลและจะไม่เพิ่มเพดานหนี้จนกว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามาเลือกการเจรจากัน ทั้งนี้ นายโบเนอร์กล่าวผ่านรายการ "This Week" ของสถานีโทรทัศน์ ABC ว่าสภาผู้แทนฯจะไม่ลงคะแนนเสียงเพื่อผ่านร่างงบประมาณ แม้ว่าสมาชิกพรรครีพับลีกันสายกลางบางส่วนแสดงความเต็มใจร่วมกับสมาชิกเดโมแครตในการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวเพื่อยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลก็ตาม

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  สหภาพธนาคารยุโรป (Banking Union) เผชิญปัญหาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาระบบธนาคาร โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหภาพยุโรปได้เริ่มเจรจาว่าจะให้ความช่วยเหลือผู้ให้เงินกู้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่อ่อนแอได้อย่างไรบ้าง ซึ่งการเจรจานี้เกิดขึ้นก่อนการทำแบบทดสอบ Stress Test ของธนาคารพาณิชย์ในยุโรปรายปี ซึ่งจะช่วยให้การรวมกลุ่มของธนาคารในยุโรปเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น แต่หากไม่มีความช่วยเหลือที่ดีแล้วมีการเกิดปัญหาการขาดเงินทุนขึ้นอีก ยูโรโซนอาจเกิดปัญหาวิกฤติหนี้ภาครัฐอีกครั้ง โดยทางเลือกหนึ่งคือการขยายวงเงินกู้ให้ความช่วยเหลือของกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (European Stability Mechanism: ESM) ซึ่งเป็นกองทุนให้ความช่วยเหลือที่มีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านยูโร และอาจใช้เพิ่มทุนให้แก่ธนาคารนอกกลุ่มยูโรโซนได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปคาดว่าจะสามารถสรุปเรื่องสหภาพธนาคารได้ภายในปี 2015 หากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ สามารถหาเงินมาป้องกันความเสี่ยงด้านเงินทุนที่อาจหายไปได้ด้วยตัวเอง หรือหากไม่มีการใช้เงินกองทุนที่เตรียมให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นนี้แล้ว ทางยูโรโซนก็สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุนได้ว่า ระบบธนาคารจะแข็งแกร่งอยู่ได้

 

อังกฤษ

          -  จากรายงานของ Confederation of British Industry กล่าวว่า 53% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อธรกิจของเขาในช่วงไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้นจากระดับ 31% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 17 ปีนับจากปี 1996 และผู้ตอบแบบสอบถามได้เพิ่มการจ้างงานสูงถึง 24% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดนับจากปี 2007 ซึ่งแนวโน้มที่ดีเช่นนี้น่าจะส่งผลให้กำไรของธุรกิจในอังกฤษปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้รายงานดังกล่าวได้คาดว่าภาคการเงินได้เพิ่มการจ้างงานถึง 10,000 ตำแหน่งในไตรมาสที่ 3 และจะเพิ่มการจ้างงานอีกราว 14% หรืออีก 2,000 คนในไตรมาสที่ 4 ซึ่งจะส่งผลให้อังกฤษมีผู้ทำงานในอุตสาหกรรมการเงินถึง 1.14 ล้านคนในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้อุตสาหกรรมการเงินนับเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้มุมมองในด้านบวกในอนาคต

 

เอเชีย : ญี่ปุ่น

          -  กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.924 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดือนก่อนหน้าแตะที่ 1.27345 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ณ สิ้นเดือนกันยายน โดยเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯรายหนึ่งกล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของทุนสำรองฯมีสาเหตุมาจากการแข็งค่าของเงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ทรัพย์สินที่ถือครองเป็นเงินสกุลยูโรมีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของทุนสำรองฯในเดือนกันยายนยังมาจากผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการถือครองพันธบัตรโดยรัฐบาลญี่ปุ่น

 

เกาหลีใต้

          -  สมาคมผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เกาหลีใต้เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์นำเข้าในเกาหลีใต้ลดลงในเดือนที่แล้ว โดยมีสาเหตุสำคัญจากจำนวนวันทำการที่ลดลง 3 วันเนื่องในเทศกาลขอบคุณพระเจ้า รายงานระบุว่ายอดขายรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศอยู่ที่ 12,668 คันในเดือนกันยายน ลดลง 9.4% จากเดือนก่อนหน้า สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายรถยนต์นำเข้าอยู่ที่ 116,085 คัน เพิ่มขึ้น 21.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายรถยนต์พุ่งขึ้นในช่วง 9 เดือนแรก หลังจากที่รถยนต์แบรนด์หรูที่นำเข้าจากต่างประเทศเริ่มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ หลังเกาหลีใต้ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับยุโรปและสหรัฐฯ ทั้งนี้รถยนต์ยุโรปได้รับความนิยมมากที่สุดโดยยอดขายเดือนที่แล้วอยู่ที่ 10,131 คัน คิดเป็น 80% ของยอดขายรถยนต์นำเข้าทั้งหมด รองลงมาคือรถยนต์ญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งตลาด 12.3% และรถยนต์สหรัฐฯ 7.8%

 

เอเซียตะวันออก

          -  ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจประจำปีนี้ และปีหน้าของจีนและประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออก โดยระบุถึงการส่งออกและการลงทุนที่ต่ำกว่าคาด รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง ทั้งนี้ธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของ ไทย, จีน, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่ปรับเพิ่มแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในรายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่มีการเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ โดยธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้จะขยายตัว 7.5% และขยายตัว 7.7% ในปี 2557 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4% ในปีนี้ และ 4.5% ในปีหน้า สำหรับมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์คาดว่าจะขยายตัว 4.3%, 5.6% และ 7% ตามลำดับในปี 2556 และขยายตัว 4.8%, 5.3% และ 6.7% ตามลำดับ ในปี 2557

 

ไทย

          -  สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) คาดว่า ในปี 2556 จะมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ไทยราว 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/56 ที่จะมีเงินทุนไหลเข้าอีกราว 5 หมื่น-1 แสนล้านบาท จากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งเรื่องมาตรการ QE และเพดานหนี้สหรัฐฯ พร้อมคาดว่าในปี 2556 คาดเอกชนออกหุ้นกู้ราว 4-4.2 แสนล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 4/5656 คาดว่า จะออกหุ้นกู้อยู่ที่ราว 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1.2 แสนล้านบาท และภาครัฐระดมทุนอีก 9.5 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 57 คาดว่าภาครัฐจะออกพันธบัตรราว 7.5 แสนล้านบาทเพื่อระดมทุนในโครงการน้ำและโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

          -  ธนาคารโลกประจำประเทศไทย (World Bank) คาดเศรษฐกิจไทยปี 57 จะขยายตัวสูงขึ้น 4.5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะเริ่มทยอยดำเนินงาน โดยรัฐบาลมีแผนจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในปี 2557 ซึ่งหมายรวมถึงโครงการบริหารจัดการน้ำและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการขนส่ง โดยมองว่าการลงทุนโครงการสร้างพื้นฐานเพื่อการขนส่ง วงเงิน 2 ล้านล้านบาทนี้จะเป็นการลงทุนหลักในเรื่องถนนและรถไฟ รวมถึงรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสู งและระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ พร้อมระบุว่าในปี 2558 คาดว่าจะโตได้ราว 5% ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยไทยปีนี้จะโตเหลือ 4% โดยปรับลดลงจากเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะเติบโตได้ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ได้เติบโตดีตามอย่างที่คาดไว้ โดยมองว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกมาจากการบริโภคภาคครัวเรือนเป็นหลัก ซึ่งได้รับผลจากการกระตุ้นในโครงการรถยนต์คันแรก ขณะที่การส่งออกที่ทรุดตัวในช่วงครึ่งปีแรกนั้นจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง แต่การบริโภคภาคครัวเรือนจะขยายตัวช้าลง

          -  ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสรมการลงทุน(BOI) อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจำนวน 31 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 152,588 ล้านบาท

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (7 ต.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ของเอเซียในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนหันมาถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำในรูปเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นหลังจากที่ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านการคลังสหรัฐฯเพิ่มขึ้นจากการที่พรรคการเมืองของสหรัฐฯยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องงบประมาณ และอาจส่งผลต่อเนื่องถึงเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (7 ต.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนกลับมาถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำมากขึ้นหลังจากนาย John Boehner ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯจากพรรครีพับลิกันกล่าวว่าเขาและพรรครีพับลิกันจะไม่ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ หากประธานาธิบดีบารัค โอบามาไม่ยอมหันมาเจรจาอย่างจริงจังกับพรรครีพับลิกันเกี่ยวกับปัจจัยที่ผลักดันให้สหรัฐก่อหนี้ ขณะที่นาย Jacob J.Lew รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้รัฐสภาสหรัฐฯอนุมัติให้มีการขยายเพดานหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ 

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (7 ต.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ความต้องการถือเงินเยนเพื่อลดความเสี่ยงมีมากขึ้นจากความกังวลของนักลงทุนที่มากขึ้นเกี่ยวกับโอกาสในการที่สหรัฐฯจะสามารถเพิ่มเพดานหนี้ได้ทันเวลา อย่างไรก็ดีในส่วนของค่าเงินยูโรช่วงนี้ค่อนข้างมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวมของ euro-area ในช่วงที่ผ่านมาชี้ว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศดังกล่าวเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (7 ต.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงต่อในวันจันทร์ ขณะที่การขาดความคืบหน้าในการยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ และความขัดแย้งด้านเพดานหนี้ยังคงสร้างความวิตกให้กับนักลงทุน ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 0.90%, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.85% นักลงทุนจับตาการอภิปรายเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐก่อนกำหนดเส้นตายในวันที่ 17 ต.ค. ซึ่งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ สหรัฐก็อาจจะผิดนัดชำระหนี้

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (7 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นจากการที่หน่วยงานราชการบางส่วนของสหรัฐฯยังต้องปิดทำการต่อเนื่องส่งผลให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นว่าการเจรจาเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ของระหว่างพรรคการเมืองของสหรัฐฯอาจจะไม่สำเร็จตามกำหนดเวลาซึ่งส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ โดยดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดลดลง1.22% โดยนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้นแล้ว ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้ปัจจัยลบจากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากวิกฤติการคลังในสหรัฐฯที่เกิดขึ้นส่งผลให้ความต้องการถือเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้น สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง0.71% ส่วนตลาดหุ้นจีนวันนี้ยังปิดทำการ โดยจะเปิดทำการในวันอังคารนี้  

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (7 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆในช่วงเช้าวันนี้โดยปัจจัยลบสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นวันนี้ก็คือเรื่องความกังวลต่อความขัดแย้งของพรรคการเมืองในสหรัฐฯเกี่ยวกับการปรับเพิ่มเพดานหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวลดลง ส่งผลให้วันนี้ปิดตลาด SET INDEX ลดลง 13.10 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1234
mod_vvisit_counterAll days1234

We have: 1233 guests online
Your IP: 216.73.217.74
Mozilla 5.0, 
Today: May 18, 2026

4377784