| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Monday, 04 November 2013 10:02 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนี PMI ภาคการผลิตที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เดือนตุลาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.4 จากระดับ 56.2 ในเดือนก่อนหน้านี้ มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 55 และยังเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงเริ่มต้นไตรมาส 4 ของปีนี้ - นายชาร์ลส์ พลอสเซอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดเฟีย กล่าวว่า Fed พลาดโอกาสที่จะเริ่มต้นที่จะชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณในการประชุมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับชี้ว่า ประชาชนเริ่มที่จะกังวลเกี่ยวกับวิธีการถอนมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่า ผลพวงที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่เพียงแต่เป็นความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นความเสี่ยงในระยะยาวด้วยเช่นกัน - นายเจมส์ บุลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า หากตลาดแรงงานยังคงขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง Fed ก็อาจจะปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งปัจจัยบ่งชี้ที่สำคัญในตลาดแรงงานเมื่อปีที่แล้วก็ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง ไม่ได้กล่าวถึงกรอบเวลาที่จะมีการลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรรายเดือนลงแต่อย่างใด - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ได้ผลักดันให้สภาคองเกรสสนับสนุนงบประมาณที่จะมีการนำมาใช้กับโครงการสาธารณูปโภคและการศึกษา พร้อมกล่าวด้วยว่า การก่อสร้างถนน สะพาน โรงเรียน และสนามบินแห่งใหม่ จะช่วยสร้างงาน นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังได้เรียกร้องให้มีการยุติวงจรแห่งวิกฤตด้านกรผลิตและความขัดแย้งกันเอง ภายหลังจากที่สหรัฐต้องปิดทำการหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลเป็นเวลา 16 วัน และวิกฤตเพดานหนี้
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สำนักงานสถิติแห่งชาติยุโรปหรือยูโรสแตท รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนปรับตัวลดลงในเดือนตุลาคมมาอยู่ที่ 0.7% ซึ่งถือว่าเป็นจุดปรับตัวที่ต่ำที่สุด ในรอบ 4 ปีหรือนับตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2009 ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในเดือนก่อนอยู่ที่ 1.1% จึงเป็นอัตราที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักวิเคราะห์หวั่นวิตกว่า อัตราเงินเฟ้อในประเทศยูโรโซน ซึ่งส่อแววไปทางที่แย่ลงนั้นอาจส่งผลกระทบไปถึงอัตราการว่างงานของ 17 ประเทศอีกด้วย - สำนักงานสถิติแห่งชาติยุโรปหรือยูโรสแตท รายงานว่าอัตราการว่างงานยูโรโซนในเดือนกันยายนไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนโดยอยู่ที่ 12.2% ซึ่งยังคงถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ 12.0% ทั้งนี้ อัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าเศรษฐกิจยูโรโซนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวนั้น ยังไม่สามารถพัฒนาไปถึงช่วงของการขยายตัว
เอเชีย: จีน - สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต อยู่ที่ 51.4 ในเดือนตุลาคม ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 51.2 และสูงที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ทั้งนี้ภาคการผลิตของจีนขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 18 เดือน ซึ่งเพิ่มสัญญาณการมีเสถียรภาพในเศรษฐกิจจีน ขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ข้อมูล PMI เดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นจาก 51.1 ในเดือนกันยายน สัญญาณการปรับตัวดีขึ้นจะช่วยทำให้รัฐบาลสามารถผลักดันมาตรการปฏิรูปในการประชุมครั้งที่ 3 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 พฤศจิกายน - ผลสำรวจของภาคเอกชนพบว่าภาคการผลิตของจีนขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 7 เดือนในเดือนตุลาคม โดยได้แรงหนุนจากยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกใหม่ ซึ่งเพิ่มสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนกำลังมีเสถียรภาพก่อนการประชุมของรัฐบาลว่าด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจ ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของมาร์กิต/เอชเอสบีซีอยู่ที่ระดับ 50.9 ในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจากระดับ 50.2 ในเดือนกันยายน และไม่เปลี่ยนแปลงจากข้อมูล PMI ขั้นต้นที่มีการเปิดเผยในสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี PMI ที่ระดับ 50 แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว
เกาหลีใต้ - การส่งออกของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้การส่งออกเพิ่มขึ้น 7.3% ในเดือนตุลาคมจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สู่ระดับ 5.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอุปสงค์โทรศัพท์มือถือ, รถยนต์ และชิพจากตลาดสหรัฐฯ และยุโรปเพิ่มสูงขึ้น การส่งออกในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากที่นักเศรษฐศาสตร์ในการสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3.9%
ไทย - กระทรวงพาณิชย์ฯ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI) ในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.46% (y-o-y) มาอยู่ที่ระดับ 105.76 ขณะที่เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า CPI เพิ่มขึ้น 0.17% (m-o-m) ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.71% (y-o-y) มาอยู่ที่ระดับ 103.35 และเพิ่มขึ้น 0.12% จากเดือนก่อนหน้า สำหรับในช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ CPI เพิ่มขึ้น 2.27% และ Core CPI เพิ่มขึ้น 1.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ คาดว่า อัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 4/56 จะเพิ่มขึ้น 1.70% (y-o-y) และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั้งปีนี้ จะเพิ่มขึ้น ในกรอบ 2.1-2.6% - ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุกำลังติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศ และเตรียมเครื่องมือเอาไว้ เพื่อดูแลผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย ในช่วงสั้นๆ ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่า ค่อนข้างทรงตัว แต่ก็ยังต้องคอยติดตามต่อไป พร้อมระบุเชื่อว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มไปในทางฟื้นตัวได้ แต่ อาจจะยังฟื้นตัวแบบไม่เข้มแข็งนัก โดยปัจจัยหนุนส่วนหนึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และจากการลงทุนภาครัฐ ที่แม้ว่าในปีงบประมาณ 56 จะเบิกจ่ายล่าช้ากว่าที่ตั้งเป้าไว้ แต่ในปีงบประมาณ 57 คาดว่า การลงทุนภาครัฐจะเป็นตัวช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยได้มากขึ้น
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (1 พ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทรวมทั้งหลายสกุลเงินในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการ QE เร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (1 พ.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยเป็นผลจากภาวะที่นักลงทุนขายหุ้นและถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำมากขึ้น ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจที่แสดงถึงภาวะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มฟื้นตัวมากขึ้นส่งผลให้แรงกดดันในการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะต้องเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีน้อยลง อย่างไรก็ดีเยนอ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (1 พ.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าข้อมูลดัชนี PMI ภาคการผลิตของฝรั่งเศสเดือนตุลาคมที่จะเปิดเผยในวันจันทร์จะลดลงมาอยู่ที่ 49.4 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดนับจากเดือนมิถุนายน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจเมื่อวันพฤหัสชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของ euro-area ในเดือนตุลาคมชะลอลง ขณะที่อัตราการว่างงานยืนอยู่ในระดับสูงสุดที่ 12.2% ในเดือนกันยายน ซึ่งส่งผลให้มีการคาดการณ์มากขึ้นเดี่ยวกับโอกาสในการที่ธนาคารกลางยุโรปจะลดอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการ QE เร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (1 พ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดดีดตัวขึ้นในวันศุกร์ ขานรับตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด แม้มีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดวงเงินในมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เร็วกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.45%, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.29% และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.06% - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (1 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการ QE เร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.88% จากการที่นักลงทุนผิดหวังต่อการรายงานผลประกอบการและการคาดการณ์แนวโน้มของบริษัทต่างๆ เช่น Sony Corp และ Mitsui Chemicals สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.37% โดยมีปัจจัยบวกจากการที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนตุลาคมจากการจัดทำของทั้งสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนและ Markit/HSBC สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และชี้ถึงภาวะการขยายตัว ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 0.19 % - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (1 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากปัจจัยการเมืองในประเทศประกอบกับการที่นักลงทุนมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการ QE เร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 13.80 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556
|






![]() | Today | 932 |
![]() | All days | 932 |
Comments