| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 14 November 2013 09:36 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - กระทรวงการคลังสหรัฐฯ รายงานยอดขาดดุลงบประมาณในเดือนตุลาคมว่าอยู่ที่ 9.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่เกินดุลงบประมาณ 7.51 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกันยายน น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่า สหรัฐจะ ขาดดุลงบประมาณ 1.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายโจเซ เมนวล บาร์รอสโส ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหภาพยุโรป (Economic Commission: EC) ให้คำมั่นว่าจะพยายามลดระดับอัตราการว่างงานในสหภาพยุโรป (อียู) ลงให้ได้ภายใน 2 ปี โดยมีงบประมาณ 6 พันล้านยูโรสำหรับโปรแกรมนี้ และได้เรียกร้องไปยังผู้นำอียูให้ช่วยกันสร้างงานใหม่ให้กับคนวัยหนุ่มสาว ทั้งนี้ อัตราการว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาวอยู่ที่ 23.5% ในเดือนกันยายน
อังกฤษ - ผลสำรวจโดย The Royal Institution Chartered Surveyors (RICS) ระบุว่า ราคาบ้านของอังกฤษปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2545 โดยดัชนีราคาบ้านปรับเพิ่มขึ้นจาก +53 ในเดือนกันยายนสู่ระดับ +57 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือนมิ.ย.2545 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบ้านที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ด้านอสังหาริมทรัพย์รอบใหม่ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่าอัตราว่างงานเดือนกรกฎาคม-กันยายนร่วงลงมาอยู่ที่ 7.6% จากระดับ 7.7% ในช่วง 3 เดือนก่อนหน้านี้ ขณะที่จำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 2.47 ล้านคนต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ท่ามกลางสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันยอดขอรับสวัสดิการว่างงานร่วงลง 41,700 ราย ในเดือนตุลาคม สู่ระดับ 1.31 ล้านคน ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ เดือนมกราคม 2552
กรีซ - นายแอนโทนิส ซารามาส นายกรัฐมนตรีกรีซรอดพ้นจากการลงมติไม่ไว้วางใจด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 153 เสียง ต่อ 124 เสียง ทั้งนี้ การลงมติดังกล่าวมีขึ้นขณะที่คณะผู้แทนจาก Troika ซึ่งประกอบด้วยสหภาพยุโรป (อียู) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เดินทางมาเยือนกรีซเพื่อประเมินความคืบหน้าการดำเนินมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณ
สวีเดน - สำนักงานสถิติแห่งชาติของสวีเดนรายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของสวีเดนลดลงมากเกินคาดในเดือนตุลาคมโดยปรับลดลงมาอยู่ที่ -0.1% (y-o-y) ส่งผลให้สวีเดนเข้าสู่ภาวะเงินฝืดเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกันยายน และลดลงสวนทางกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2%
รัสเซีย - สำนักงานสถิติแห่งชาติ (Federal State Statistics Service) ของรัสเซียรายงานเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัว 1.2% (y-o-y) ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ขยายตัว 1.4% เนื่องจากภาคเอกชนชะลอการลงทุน ขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศยังไม่กระเตื้อง
เอเชีย: จีน - การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อวันที่ 9-12 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่าทางการจีนจะเพิ่มบทบาทของกลไกตลาดมากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะยังคงบทบาทสำคัญในการควบคุมเศรษฐกิจของประเทศไว้ ทั้งนี้ทางการจีนจะพยายามในการสร้างความสมดุลในการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้นโดยที่พรรคคอมมิวนิสต์ของจีนจะยังคงมีอำนาจในการกำหนดสิ่งต่างๆเหมือนเดิม ทั้งนี้คำแถลงผลการประชุมดังกล่าวสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนในตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าจะมีการกำหนดนโยบายที่เฉพาะเจาะจงมากกว่านี้ในการที่จะจัดการกับปัญหาที่เศรษฐกิจชะลอตัวในขณะนี้ โดยผู้นำจีนกำลังถูกกดดันมากขึ้นในการแก้ปัญหาทางการเงินของประเทศในขณะนี้จากภาวะที่หนี้สินของหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มขึ้นซึ่งกำลังสร้างความเสี่ยงมากขึ้นต่อปัญหาหนี้เสียที่อาจจะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยรายงานการประชุมพรรคฯดังกล่าวไม่มีการกล่าวถึงการพูดคุยกันในเรื่องเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินของหน่วยราชการท้องถิ่น อัตราดอกเบี้ย รวมถึงนโยบายเรื่องการให้แต่ละครอบครัวมีลูกคนเดียว อย่างไรก็ดีก็มีการกล่าวถึงอย่างทั่วๆไปเกี่ยวกับแนวโน้มในการให้สิทธิแก่ชาวนามากขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน
ญี่ปุ่น - สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่ายอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นลดลงมากเกินคาดในเดือนกันยายน และบริษัทต่างๆคาดว่ายอดสั่งซื้อฯจะลดลงอีกในไตรมาสนี้ ซึ่งแสดงว่าการลงทุนทางธุรกิจยังคงเป็นจุดอ่อนในการทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานลดลง 2.1% ในเดือนกันยายนจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าจะลดลง 1.4% และเทียบกับที่เพิ่มขึ้น 5.4% ในเดือนสิงหาคม
อินโดนีเซีย - ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปีครึ่งในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารต่างชาติขายรูเปียห์ แม้ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างไม่คาดหมายเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายนก็ตาม โดยค่าเงินรูเปียห์อ่อนลงถึง 0.7% มาอยู่ที่ 11,670 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 ขณะที่กลุ่มผู้นำเข้าชาวอินโดนีเซียซื้อดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อชำระบัญชี ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินรูเปียห์ ทั้งนี้เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง 0.25% สู่ 7.50% โดยให้เหตุผลว่าเพื่อจัดการกับยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการตัดสินใจดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตลาดไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
ออสเตรเลีย - สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) เปิดเผยว่า ดัชนีค่าจ้างแรงงานของออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสสาม โดยระบุว่าดัชนีค่าจ้างฯ ปรับตัวขึ้น 0.5% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดแรงงานออสเตรเลียในไตรมาสที่แล้วอยู่ในภาวะซบเซา
ไทย - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ยังไม่มีเงินทุนไหลออกในปัจจุบัน ขณะที่ตลาดพันธบัตร ตลาดหุ้น และตลาดอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างปกติ ไม่มีประเด็นปัญหาความหวาดวิตกของนักลงทุน ส่วนในกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ส่งสัญญาณให้ไทยลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินนั้น ผู้ว่า ธปท. กล่าวว่า IMF ให้ความเห็นในหลักการ ไม่ได้เร่งรัดให้ต้องลดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน พร้อมระบุว่าโดยภาพรวม IMF ยังพอใจการดำเนินนโยบายการเงินที่อยู่ในระดับผ่อนคลายในปัจจุบัน เพราะถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์และมีความคล่องตัวที่จะสามารถปรับได้ทั้ง 2 ทิศทาง - รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้กล่าวชี้แจงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแก่คณะผู้บริหารหอการค้าต่างประเทศเข้าพบว่า คณะผู้บริหารหอการค้าต่างประเทศมองว่าการชุมนุมทางการเมืองเป็นเรื่องปกติของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย นอกจากนี้ คณะผู้บริหารหอการค้าต่างประเทศได้สอบถามความคืบหน้าเรื่องการเจรจาการค้าเสรีระหว่างไทย-สหภาพยุโรป(EU)ที่หยุดชะงักไปในช่วงรัฐประหารปี 49 ด้วย พร้อมทั้งระบุว่า นักลงทุนต่างชาติยังมีความมั่นใจกับการลงทุนในประเทศไทย เพราะเชื่อว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายที่คัดค้านรัฐบาลจะสามารถตกลงร่วมกันได้ โดยมองว่าไทยยังถือเป็นประเทศที่น่าลงทุนทั้งในระยะปานกลางและระยะยาว
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (13 พ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทรวมทั้งสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้ในส่วนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯนั้นจากปัจจัยการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในการลดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯที่มีมากขึ้นในขณะนี้ประกอบกับภาวะการเมืองในประเทศไทยส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังมีแนวโน้มที่จะแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (13 พ.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินเยนอ่อนลงมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันอังคารจากปัจจัยการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯอาจลดขนาดมาตรการ QE เร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ในวันนี้รัฐบาลญี่ปุ่นรายงานว่าคำสั่งซื้อเครื่องจักรในเดือนกันยายนลดลง 2.1% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 1.8% - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 13 พ.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคาร อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นค่าเงินยูโรได้อ่อนลง โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าข้อมูลผลผลิตภาคโรงงานของ euro area เดือนกันยายนที่จะรายงานในวันนี้จะลดลงจากเดือนก่อนหน้า หลังจากเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 1% ซึ่งเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรปจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นหลังจากสัปดาห์ก่อนได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างไม่คาดหมาย ในขณะที่ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐฯมีการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้มากขึ้นในการที่จะลดมาตรการ QE เร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (13 พ.ค.) ดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ปิดตลาดสหรัฐที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม consumer discretionary ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.45%, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.81% ระดับ 1,782.00 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 1.16% - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (13 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดี ขณะเดียวกันความผิดหวังผลการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อวันที่ 9-12 พฤศจิกายนที่ผ่านมาซึ่งจีนย้ำว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมเศรษฐกิจของประเทศไว้ ขณะเดียวกันผลการประชุมก็ไม่มีการชี้ชัดถึงแนวทางในการจัดการกับปัญหาที่เศรษฐกิจชะลอตัวในขณะนี้ รวมถึงการแก้ปัญหาทางการเงินของประเทศในขณะนี้จากภาวะที่หนี้สินของหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 1.83% และ 1.91% ตามลำดับ ในขณะที่ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.15% โดยวันนี้สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่ายอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นลดลง 2.1% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (13 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ซึ่งสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์เดี่ยวกับการลดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ อีกทั้งผลการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็สร้างความผิดหวังให้นักลงทุน โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 8.31จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556
|






![]() | Today | 896 |
![]() | All days | 896 |
Comments