Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 15 January 2014 09:53

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - ยอดค้าปลีกในเดือนธันวาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% (m-o-m) หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพฤศจิกายน (เป็นตัวเลขที่ถูกปรับบทวนลงจากระดับ 0.7%) มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น 2% ยอดขายเสื้อผ้าที่เพิ่มขึ้น 1.8% และยอดขายสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น 1.4% นอกจากนี้ ยอดใช้จ่ายที่สถานีบริการน้ำมันปรับตัวขึ้น 1.6% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น สำหรับยอดค้าปลีกรวมตลอดทัง้ ปี 2556 เพิ่มขึ้น 4.2% จากปีก่อนหน้า ซึ่งชะลอตัวจากที่เพิ่มขึ้น 5.4% ในปี 2555

          - ราคานำเข้าสินค้าไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนธันวาคม หลังจากที่ลดลงในช่วงสองเดือนก่อนหน้า โดยราคานำเข้าเดือนพฤศจิกายนถูกปรับทบทวนเป็นลดลง 0.9% จากที่ลดลง 0.6% ในรายงานเบื้องต้น และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ราคานำเข้าลดลง 1.3% (y-o-y) ทัง้ นี้ ราคานำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนราคาอาหารปรับตัวขึ้น 0.6% โดยหากไม่รวมเชื้อเพลิง ราคานำเข้าเดือนธันวาคมไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า และหากไม่รวมราคาเชื้อเพลิงและราคาอาหารราคานำเข้าลดลง 0.2% สำหรับหรับราคาส่งออกเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากที่ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน

          - กระทรวงการคลังของสหรัฐเปิดเผยว่า รัฐบาลกลางมียอดเกินดุลงบประมาณเล็กน้อยในเดือนธันวาคม เนื่องจากการชำระดอกเบี้ยสำหรับหลักทรัพย์ของรัฐบาลได้ช่วยกระตุ้นให้รายรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ของปีงบประมาณ 2557 โดยรายรับของรัฐบาลกลางเพิ่มขึ้น 5% (y-o-y) สู่ระดับ 2.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการใช้จ่ายลดลง 14.8% สู่ระดับ 2.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ยอดเกินดุลงบประมาณอยู่ที่ 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตรงข้ามกับที่ขาดดุล 1.19 พันล้านในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยปีงบประมาณจะเริ่มตัง้ แต่วันที่ 1 ต.ค.อย่างไรก็

ดี แม้ว่าการปรับตัวรายเดือนจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่งบประมาณรวมตลอดช่วง 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ ยังคงขาดดุลอยู่ 1.74 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งลดลง40.8% ขณะที่กระทรวงฯ ประเมินว่ายอดขาดดุลงบประมาณรายปีจะลดลงเหลือ7.504 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2557 และ 6.258 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2558 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากที่ขาดดุล 6.80 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2556 ทั้งนี้ สัดส่วนยอดขาดดุลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ได้ลดลงแตะ4.1% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าครึ่งจากยอดขาดดุลในปี 2552

          - สภาคองเกรสได้มีบรรลุข้อตกลงว่าด้วยร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลกลางยังคงสามารถเปิดดำเนินการได้ตลอดปีงบประมาณ 2557 โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการใช้จ่ายตามดุลยพินิจของรัฐบาลกลางทั้งหมดสำหรับปีงบประมาณ 2557 ซึ่งจะสิ้นสุดลง ณ วันที่ 30 ก.ย. ทัง้ นี้ข้อตกลงดังกล่าวทำให้รัฐบาลสามารถใช้จ่ายตามดุลยพินิจได้ในวงเงินราว 1.012 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2557 และ 1.014 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2558 ซึ่งจะมีการจัดสรรเงินราว 6.3 หมื่น

ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับลดรายจ่ายอัตโนมัติ ทัง้ นี้คาดว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติในขัน้ สุดท้ายในช่วงสุดสัปดาห์ โดยก่อนที่จะถึงช่วงเวลาดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านร่างงบประมาณชัว่ คราวระยะ 3 วัน เพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินงานได้หลังจากวันที่ 15 ม.ค.

 

ยุโรป: เยอรมนี

          - สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีรายงานว่า ดัชนีค้าส่งของเยอรมนีลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยลดลง 1.8% (y-o-y) ในเดือนธันวาคมจากที่ลดลง 2.2% ในเดือนพฤศจิกายน และลดลง 2.7% ในเดือนตุลาคม แต่ถ้าเทียบเป็นรายเดือน ดัชนีค้าส่งเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนในอัตรา 0.4% (m-o-m) ในเดือนธันวาคม จากที่ลดลง 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน

 

ฝรั่งเศส

          - อัตราเงินเฟ้อของฝรัง่ เศสไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนโดยอยู่ที่ 0.8% ในเดือนธันวาคม แต่อัตราเงินเฟ้ อดังกล่าวต่ำ กว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ 0.9%

 

อิตาลี

          - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของอิตาลีในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m)เมื่อเทียบกับที่ขยายตัว 0.7% ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดย Istat ระบุว่า หากเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.4% (y-o-y) ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมของอิตาลีมีแนวโน้มช่วยหนุนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอิตาลีให้มีการขยายตัวในช่วงไตรมาส 4 ปี 2556

 

สเปน

          - เศรษฐกิจสเปนไตรมาส 4 ของปี 2556 ขยายตัว 0.3% (q-o-q) ห่างออกจากภาวะถดถอยมากขึ้นหลังจากที่เศรษฐกิจสเปนไตรมาส 3 ขยายตัว 0.1% เป็นครัง้ แรกที่หลุดจากภาวะวิกฤต

 

เอเชีย : จีน

          - มณฑลบางแห่งในจีนกำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจในอัตราที่ต่ำลงในปีนี้ซึ่งเพิ่มสัญญาณในการที่การเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะชะลอลงในปีนี้ในภาวะที่รัฐบาลจีนมุ่งความสำคัญไปที่นโยบายในการรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยัง่ ยืนในระยะยาว โดยเหอเป่ยซึ่งเป็นมณฑลทางเหนือของจีนตัง้ เป้าการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ที่ 8% ลดลงจากปี 2556 ที่กำหนดเป้าไว้ที่ 9% เช่นเดียวกันฟูเจี้ยนซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ รวมทัง้ กานซูและหนิงเซี่ยทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศที่ลดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ลงเช่นกัน

 

ญี่ปุ่น

          - ญี่ปุ่นขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤศจิกายนจากการนำ เข้าที่สูงขึ้นซึ่งเพิ่มความกดดันต่อการที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกำลังดำเนินความพยายามในการที่จะผลักดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างยัง่ ยืน โดยกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าญี่ปุ่นขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพฤศจิกายน 592.8 พันล้านเยน( 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 368.9 พันล้านเยน ซึ่งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดดังกล่าวถือว่าสูงที่สุดนับจากรวบรวมข้อมูลในปี 1985 ทัง้ นี้การนำเข้าของญี่ปุ่นยังคงเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากการที่ความต้องการพลังงานในประเทศยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องจากผลของการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และค่าเงินเยนที่อ่อนลง

 

ไทย

          - กระทรวงพาณิชย์ระบุว่ายังคงเป้าหมายมูลค่าการส่งออกขยายตัวไว้ที่ 5% แม้ขณะนี้ยอมรับว่าตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยในภาพรวม

ได้รับผลกระทบจากชุมนุมทางการเมือง ที่มีปิดถนนหลายสายในกรุงเทพฯ และหน่วยงานราชการหลายแห่ง ทำให้การขนส่งและการใช้บริการด้านการส่งออกและนำเข้าลำบากมากขึ้น แต่ยังประเมินตัวเลขการส่งออกไม่ได้

          - คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) เผยว่า มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนปี 2556 (มกราคม-ธันวาคม 2556) ทัง้ สิ้น 2,237 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 1,110,400 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานรวมทัง้ สิ้น 207,463 คน โดยกิจการที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนสูงสุดตลอดทั้งปี 2556 คือ กิจการบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 849 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนทัง้ สิ้น 522,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% รองมาเป็นกิจการในกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน 448 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน254,300 ล้านบาท ขณะที่ในภาพรวมโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI) ในปี 2556 มีจำนวน 1,132 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 524,768 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการปรับลดลงร้อยละ 28.5 จากปี 2555 ที่มีจำนวน 1,584 โครงการ ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนลดลงร้อยละ 19 จากปี 2555 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 647,974 ล้านบาท โดยนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด และลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มกิจการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะ และกิจการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน รองลงมาเป็นการลงทุนจากจีน และ มาเลเซีย ตามลำดับ

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (14 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทรวมทัง้ หลายสกุลเงินในเอเชีย เนื่องจากช่วงนี้นักลงทุนคลายความวิตกต่อการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะเร่งการลดมาตรการ QE อย่างไรก็ดีนักเศรษฐศาสตร์ก็ยังคาดการณ์ว่าธนาคาร

กลางสหรัฐฯจะค่อยๆลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยประธานธนาคารกลางสหรัฐฯสาขา Atlanta นาย Dennis Lockhart กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และเขาสนับสนุนการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้ Vote ในการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯในปีนี้

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (14 ม.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนแข็งขึ้นมาเมื่อวันจันทร์ โดยวันนี้ทางการญี่ปุ่นรายงานว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เนื่องจากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (14 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ช่วงนี้นักลงทุนคลายความวิตกต่อการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะเร่งลดมาตรการQE หลังการรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯเดือนธันวาคมเมื่อ

สัปดาห์ก่อน

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (14 ม.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น เนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่ายอดค้าปลีกเดือนธันวาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,373.86 จุด เพิ่มขึ้น 115.92 จุดหรือ +0.71% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,838.88 จุด เพิ่มขึ้น 19.68 จุด หรือ+1.08% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 4,183.02 จุด เพิ่มขึ้น 69.72 จุด หรือ +1.69%

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (14 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมลดลงในวันนี้หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงมากเมื่อวันจันทร์จากความกังวลเรื่องมูลค่าตลาดของหุ้น โดยนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าการมองในเชิงบวกในช่วงปี 2556 ที่ผ่านมาเริ่มแสดงผลออกมาในแง่ผลประกอบการที่แท้จริงหรือยัง นอกจากนี้การที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯสาขา Atlanta นาย Dennis Lockhart กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และเขาสนับสนุนการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้ Vote ในการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯในปีนี้ แต่คำแถลงดังกล่าวก็ส่งผลต่อตลาดหุ้นในช่วงนี้ ขณะเดียวกันการรายงานการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤศจิกายนของญี่ปุ่นก็ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ และดัชนีฮัง่ เส็ง ลดลง 3.08%และ 0.43% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.86%

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร ( 14 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดเพิ่มขึ้น12.31 จุดในวันนี้ โดยดัชนีเคลื่อนไหวแคบๆในช่วงเช้า ก่อนที่จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงบ่าย โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 15 มกราคม  2557

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1131
mod_vvisit_counterAll days1131

We have: 1132 guests online
Your IP: 216.73.216.182
Mozilla 5.0, 
Today: May 19, 2026

4507520