| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 28 March 2014 10:10 | |||
|
Snapshot
สหรัฐเมริกา - ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลดลง 0.8% สู่ระดับ 93.9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 หรือในรอบกว่า 2 ปี ดันเป็นผลมาจาก สภาพอากาศที่ย่ำแย่ในสหรัฐส่งผลให้การทำธุรกรรมการซื้อขายบ้านเป็นไปอย่างล่าช้า นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยยังส่งผลกระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐด้วยเช่นกัน โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองประเภท 30 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 1% นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2556 - การประมาณการครั้งสุดท้ายสำหรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2556 ขยายตัวในอัตรา 2.6% เพิ่มขึ้นจากการประมาณการครั้งก่อนที่ระดับ 2.4% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัว 2.7% หลังได้แรงหนุนจากตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าการประมาณการในครั้งก่อน และบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งขึ้น สำหรับปัจจัยที่ทำ GDP ถูกปรับเพิ่มขึ้นนั้น มาจากตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ขยายตัว 3.3% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งมากที่สุดในรอบ 3 ปี และมากกว่าการประมาณการครั้งก่อนที่ 2.6% เนื่องจากผู้บริโภคใช้จ่ายในด้านสุขภาพและสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น โดยตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ยังได้ปรับลดการประมาณการสินค้าคงคลังภาคธุรกิจลงมาอยู่ที่ระดับ 1.117 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการประมาณการครั้งก่อนที่ระดับ 1.174 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทางการสหรัฐมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยการปรับตัวลงของสต็อกสินค้าคงคลังบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจเตรียมสั่งซื้อสินค้าล็อตใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่สูงขึ้น - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 มีนาคมลดลง 10,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 311,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 และตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 323,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 320,000 รายส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ปรับตัวลดลง 9,500 ราย มาอยู่ที่ 317,750 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2556ธิสัญญาอียู
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายเจนส์ ไวด์มานน์ ประธานธนาคารกลางเยอรมนี หรือบุนเดสแบงก์ และสมาชิกสภาบริหารของอีซีบี กล่าวว่า อีซีบีอาจจะใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อสกัดการแข็งค่าของสกุลเงินยูโร ขณะที่นายโจเซฟ มาคุช สมาชิกสภาบริหารอีกคนหนึ่งของอีซีบีกล่าวว่า อีซีบีอาจจะอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเงินฝืดในยูโรโซน ซึ่งสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกมาส่งสัญญาณว่าอีซีบีจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ฝรั่งเศส - ประธานาธิบดีฟร็องซัว ออล็องด์ ของฝรั่งเศส และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมหลายฉบับ ระหว่างจีนและฝรั่งเศส ในจำนวนนี้รวมถึงการเปิดให้บริษัทโบอิ้งประกอบเครื่องบิน A-320 ในจีนต่อไปอีก 10 ปี ให้บริษัทรถยนต์ต่งเฟิงของจีน ซื้อหุ้นร้อยละ 14 ในบริษัทรถยนต์เปอร์โย นอกจากนี้ ยังมีข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงานอีกหลายฉบับด้วย
รัสเซีย - ธนาคารโลกเปิดเผยว่า เศรษฐกิจรัสเซียอาจจะหดตัวลงในปีนี้ หากความขัดแย้งกับยูเครนลุกลามมากไปกว่านี้ เนื่องจากประเทศต่างๆอาจจะใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม และหากรัสเซียตอบโต้ก็จะนำไปสู่ความเชื่อมั่นและบรรยากาศการทำธุรกิจที่ย่ำแย่ ทั้งนี้ ธนาคารโลกคาดว่า หากสถานการณ์ขัดแย้งบานปลาย ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของรัสเซียอาจจะหดตัวลง 1.8% ก่อนหน้านี้ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจรัสเซียจะขยายตัวประมาณ 2.2%
ยูเครน - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า จะให้รัฐบาลยูเครนกู้ยืมเงินราว 1.4-1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะสามารถระบุจำนวนเงินที่แน่นอนได้ต่อเมื่อรัฐบาลยูเครนแจกแจงรายละเอียดความต้องการให้ชัดเจน และเมื่อทราบชัดเจนแล้วว่ายูเครนจะได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งการเงินอื่นมากน้อยเพียงใด
เอเซีย: จีน - สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่าผลกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 9.4% ในช่วงสองเดือนแรกปีนี้สู่ระดับ 7.793 แสนล้านหยวน (1.2550 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าเดือนธันวาคมปีก่อนที่ขยายตัว 12.2% ทั้งนี้ NBS มักจะเปิดเผยข้อมูลผลกำไรรวมกันในช่วง 2 เดือนแรกของแต่ละปีเพื่อลดผลกระทบด้านฤดูกาล เนื่องจากเทศกาลตรุษจีนที่บริษัทส่วนใหญ่ปิดทำการนั้น มักจะตรงกับเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ - ค่าเงินหยวนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดค่ากลางที่ต่ำลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน แต่เทรดเดอร์ระบุว่าอุปสงค์และอุปทานในตลาดยังคงมีความสมดุล PBOC กำหนดค่ากลางหยวนที่ระดับ 6.1465 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯลดลง 0.04% จากระดับวานนี้ที่ 6.1440 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์บางคนคาดไว้ เทรดเดอร์รายหนึ่งกล่าวว่าเขาไม่คิดว่าหยวนจะแข็งค่าขึ้นอีกครั้งจนกว่าจะถึงเดือนมิถุนายนเมื่อดูจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีน โดยเขาคาดว่าหยวนจะแข็งค่าขึ้นเพียง 1% ในปีนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนชะลอตัวในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่มีการผิดนัดชำระหุ้นกู้ในประเทศเป็นครั้งแรกของบริษัทในจีน และรายงานของสื่อเกี่ยวกับปัญหาในอีกหลายบริษัทได้เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการเงินจีน อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ไม่คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวรุนแรง โดยระบุว่ามีเครื่องมือมากมายที่รัฐบาลสามารถใช้บรรเทาผลกระทบเชิงลบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอได้ ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์บางส่วนก็คาดว่าการปฏิรูปจะไม่ล่าช้าจากแรงกดดันในตลาด ทั้งนี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอต่อเนื่องทำให้มีการคาดการณ์มากขึ้นว่าจีนจะประกาศมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
เกาหลีใต้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ 108 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตามดัชนียังคงเคลื่อนไหวในช่วงขาขึ้นซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความคาดหวังมากขึ้นว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว รายงานของธนาคารกลางฯระบุว่าหลังจากที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงไปแตะระดับ 102 ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ดัชนีก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ระดับ 109 ในเดือนมกราคม
ฟิลิปปินส์ - ธนาคารกลางฟิลิปปินส์มีมติคงอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมประเภทข้ามคืนซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.5% ในวันพุธที่ 27 มีนาคม ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด แต่ได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองขึ้น 1% เพื่อดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินในตลาด ขณะเดียวกันธนาคารกลางฯได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษระยะสั้นด้วย ผลสำรวจก่อนหน้านี้ของรอยเตอร์พบว่านักวิเคราะห์ 10 ใน 12 คนคาดว่าธนาคารกลางฯจะคงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 11 ติดต่อกัน หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อลดลงเล็กน้อยในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่นักวิเคราะห์อีก 2 คนคาดว่าธนาคารกลางฯจะปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษขึ้น 0.25% นักเศรษฐศาสตร์บางคนกล่าวว่าธนาคารกลางฯอาจเลือกที่จะปรับเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารก่อนที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายการเงินจัดการประชุมทุกๆ 6 สัปดาห์และครั้งต่อไปจะจัดการประชุมในวันที่ 8 พฤษภาคม
ไทย - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับประมาณการอัตราเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP)ในปีนี้เหลือ2.6% จาก4%ที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาจากปี2556 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นักลงทุน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาตรการปรับลดQEของสหรัฐฯ และเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวจากมาตรการลดการลงทุน โรคระบาดและภัยธรรมชาติ พร้อมระบุว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าปีก่อนหน้าเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.5% (ในปี2556 อยู่ที่ 2.2%) จากราคาของก๊าซหุงต้มที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลไปยังราคาสินค้าประเภทอื่นๆ และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) รวมทั้งค่าเงินที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม การส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเช่น สหรัฐฯและสหภาพยุโรป ซึ่งจะส่งผลให้ดุลการค้าปีนี้เกินดุลมากกว่าปีที่แล้ว และจะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลประมาณ 4.7 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ (ประมาณร้อยละ 1.1 ของ GDP) - คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบง.) มีมติปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันดีเซลลงอีก 0.40 บาทต่อลิตร จากเดิมจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯสำหรับน้ำมันดีเซล 0.80 บาทต่อลิตร เพื่อคงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และให้เป็นไปตามนโยบายที่จะรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดีเซล ทั้งนี้ผลจากการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯของน้ำมันดีเซล ทำให้กองทุนน้ำมันฯมีรายได้ลดลงประมาณ วันละ 23 ล้านบาท
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (27 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่ดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่จากแนวโน้มการลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในขณะเดียวกันค่าเงินบาทก็ถูกกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศ อย่างไรก็ดีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงตลาดสหรัฐฯ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (27 มี.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ปรับตัวแข็งขึ้น ทั้งนี้โดยภาพรวมปัจจัยจากแนวโน้มการลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื้นๆส่วนใหญ่ในช่วงระยะปานกลาง อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็จับตาการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศในช่วงปลายเดือน โดยในส่วนของญี่ปุ่นนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นซึ่งไม่รวมสินค้าหมวดอาหารสดเดือนกุมภาพันธ์ที่จะรายงานในวันศุกร์จะอยู่ที่ 1.3% ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปี และใกล้กับเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น ขณะเดียวกันนักเศรษฐศาสตร์ก็คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสที่ 4 ปีก่อน ที่จะมีการรายงานทบทวนในคืนนี้จะชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัว 2.7% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่รายงานในเดือนก่อนว่าขยายตัว 2.4% - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (27 มี.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้รับปัจจัยหนุนหลักจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่อเนื่องในปีนี้และปีหน้า ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปอาจจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มขึ้น
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (27 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง โดยหุ้นกลุ่มธนาคารและเทคโนโลยีนำตลาดให้ลดลง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 4.76 จุดหรือ 0.03% สู่ระดับ 16,264.23, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 3.52 จุดหรือ 0.19% สู่ 1,849.04 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 22.35 จุด หรือ 0.54% สู่ระดับ 4,151.23 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (27 มี.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดสูงขึ้น 1.01% ในวันนี้ โดยหุ้นของบริษัทในกลุ่มค้าปลีกมีราคาสูงขึ้น ในขณะที่กลุ่มโบรกเกอร์มีราคาลดลง ทั้งนี้ในช่วงเช้าดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นลดลงเนื่องจากหุ้นหลายบริษัทขึ้นเครื่องหมาย ex-dividend อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยนักลงทุนบางส่วนคาดหวังว่าในปีงบประมาณใหม่ที่จะเริ่มในเดือนเมษายนดัชนีฯอาจปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นจะมีการดำเนินมาตรการปฏิรูปและกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนก็ยังระมัดระวังเนื่องจากอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 8% ในเดือนเมษายนอาจจะส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นสะดุดลง สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.83% โดยวันนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่าผลกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 9.4% ในช่วงสองเดือนแรกปีนี้สู่ระดับ 7.793 แสนล้านหยวน (1.2550 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าเดือนธันวาคมปีก่อนที่ขยายตัว 12.2% ขณะเดียวกันภาวะที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในจีนซึ่งเกี่ยวเนื่องมาถึงเสถียรภาพของสถาบันการเงินในจีนก็ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นจีนในช่วงนี้ สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.24% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (27 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเปิดตลาดก่อนที่จะค่อยๆปรับตัวลดลงหลังจากนั้น โดยดัชนีมีการเคลื่อนไหวไม่มากในวันนี้เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการลงทุนมากขึ้นในภาวะที่กังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 4.49 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 28 มี.ค. 2557
|






![]() | Today | 958 |
![]() | All days | 958 |
Comments