Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View เปิดโลกธุรกิจ SME กับ ปกรณ์:การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ
เปิดโลกธุรกิจ SME กับ ปกรณ์:การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ PDF Print E-mail
Wednesday, 25 November 2009 17:11

การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ

โดย ปกรณ์ พรรธนะแพทย์

รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย


การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ คือเมื่อจดทะเบียน

จัดตั้งธุรกิจแล้วมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา หรือมีสถานะเป็นนิติบุคคล








ลักษณะของธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา

  • เป็นการไปจดทะเบียนเพื่อแจ้งให้ได้รับรู้กันโดยทั่วไปว่าคุณได้เริ่มต้นประกอบกิจการอย่างถูกต้องและเปิดเผย
    มีหลักแหล่งและสถานที่ตั้งของกิจการชัดเจน มีชื่อปรากฏอยู่ในระบบการค้าของประเทศโดยถูกต้อง
  • เรื่องภาระตามกฎหมาย การทำนิติกรรมสัญญา การชำระภาษีเงินได้ ยังคงเป็นไปในนามของตัวคุณซึ่งเป็น
    เจ้าของกิจการ
  • การไปจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจแบบนี้เราเรียกว่า จดทะเบียนพาณิชย์ หรือที่คุ้นเคยกันว่าทะเบียนการค้า
  • ขั้นตอนการยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ใช้เวลาเพียงไม่เกินชั่วโมง กับค่าธรรมเนียมเพียง 50 บาท ต่างจังหวัด
    สามารถไปยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดของจังหวัดที่จะตั้งกิจการ


ลักษณะของธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

  • เมื่อจัดตั้งกิจการแล้วในทางกฎหมายถือว่าตัวธุรกิจนั้นๆ แยกออกโดยเด็ดขาดกับความเป็นบุคคลธรรมดา
    ของเจ้าของกิจการ การจะทำการใดๆ เป็นไปในนามกิจการทั้งหมด เหมือนกิจการนี้เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เกิดขึ้น
    มาตาม กฎหมาย
  • ประเภทของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ที่เป็นนิติบุคคล โดยส่วนใหญ่มี 2 ประเภท คือบริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • การยื่นขอจดทะเบียนบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัด ถ้าเป็นในเขตกรุงเทพมหานครไปยื่นจดได้ที่สำนักงาน
    บริการทะเบียนธุรกิจซึ่งมีอยู่ 7 สำนักงาน หรือที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าถนนนนทบุรี 1 อ.เมือง จ.นนทบุรี
    ส่วนในต่างจังหวัดติดต่อที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัด หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th)


รูปแบบการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่เหมาะสมกับคุณ

รูปแบบ

ลักษณะ

จุดเด่น

จุดด้อย

ธุรกิจที่เหมาะสม

บุคคลธรรมดา


บุคคลทั่วไป

- จัดตั้งง่าย เหมาะกับกิจการขนาดเล็ก

- จะกำไรหรือขาดทุนเจ้าของเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

- อำนาจการตัดสินใจอยู่ในมือเจ้าของ มีอิสระในการบริหารเต็มที่

- กำไรจะไม่ถูกหักภาษีของกิจการอีก

- อยากเลิกกิจการเมื่อไรก็ทำได้ง่าย

- เจ้าของรับผิดชอบในหนี้สินไม่จำกัดจำนวน

- การหาเงินทุนเพิ่มอาจทำได้ยาก

- พนักงานที่เก่ง ๆ อาจไม่อยากทำงานในกิจการที่ไม่ใช่บริษัท

- กิจการมีอายุอยู่ตราบเท่าเจ้าของยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

- กิจการที่ขายสินค้าหรือบริการง่ายๆ ไม่ซับซ้อนและมีรายได้หรือมูลค่าของกิจการไม่สูงมาก

- ไม่ได้มุ่งเน้นการติดต่อ การทำนิติกรรมสัญญามากนัก

ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่

นิติบุคคล

บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงเข้าร่วมกันทำกิจการ เพื่อแบ่งปันกำไรที่ได้จากกิจการที่ทำ

- มีอำนาจในการบริหารจัดการมากพอควร

- สามารถระดมทุนและความคิดของหุ้นส่วนในการบริหารงาน

- น่าเชื่อถือต่อเจ้าหนี้มากกว่าบุคคลธรรมดา

- กำไรจะรวมอยู่ในรายได้ของหุ้นส่วนโดยตรง ไม่ต้องนำไปเสียภาษีของกิจการ

- หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบต่อมูลค่าหนี้ร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวน

- กำไรต้องถูกแบ่งสรรกันระหว่างหุ้นส่วน

- การตัดสินใจล่าช้าและยากกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว

- อายุกิจการยาวนานได้เพียงข้อตกลง เมื่อหุ้นส่วนถอนตัว หรือเสียชีวิตลง

- กิจการค้าขายโดยทั่วไปที่มีรายได้หรือมูลค่าของกิจการไม่สูงมาก

- ไม่ได้เน้นการติดต่อ การทำนิติกรรมสัญญามากนัก

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน หุ้นส่วนมีทั้งที่จำกัดความรับผิดและไม่จำกัดความรับผิด และต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

- มีกำลังเข้มแข็งกว่ากิจการเจ้าของคนเดียวเนื่องจากหลายคนร่วมลงทุน

- เมื่อขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากเสียภาษีแบบนิติบุคคล

- หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัด ต้องรับผิดอย่างไม่กำจัดจำนวนต่อหนี้สิน

- มีโอกาสที่หุ้นส่วนจะมีปัญหาแตกแยกไม่ลงรอยกัน

- กิจการมีมูลค่าหรือรายได้สูง

- ต้องติดต่อ และทำนิติกรรมสัญญากับคู่ค้า

บริษัทจำกัด

บุคคลตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป มาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้นรับผิดในหนี้ต่างๆ ไม่เกินจำนวนเงินที่แต่ละคนลงทุน และต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

- ผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ค้างชำระ

- มีจำนวนหุ้นส่วนได้ไม่จำกัด

- สามารถหักค่าใช้จ่าย

ต่างๆ ได้


- จำนวนผู้ถือหุ้นที่ลดลงอาจเป็นเหตุให้เลิกบริษัทได้

- การเลิกบริษัทมีขั้นตอนยุ่งยาก

- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูง เนื่องจากต้องมีผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

- การปันผลกำไรจะถูกคิดภาษีแบบซ้ำซ้อน

- กิจการมีมูลค่าหรือรายได้สูง

- ต้องติดต่อและทำนิติกรรมสัญญากับคู่ค้า

- ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกิจการ

- วางแผนการเติบโตของธุรกิจอย่างเป็นสากล


จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ แต่ละแบบก็มีจุดเด่น จุดด้อยต่างกันไป 

ใครเหมาะสมกับรูปแบบไหนลองพิจารณากันดูนะครับ



                                           




  ธนาคารกสิกรไทย เปิด K SME Care Knowledge Center ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้ประกอบการ
  ครบวงจร

  สนใจสมัครสมาชิกและใช้บริการได้ฟรีที่ อาคารจามจุรีสแควร์  ชั้น 2 โทร. 0-2160-5203-4
  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
www.ksmecare.com

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1173
mod_vvisit_counterAll days1173

We have: 1173 guests online
Your IP: 216.73.216.26
Mozilla 5.0, 
Today: Feb 05, 2026

4165928