Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 30 April 2014 09:20

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - นักวิเคราะห์คาดว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะมีมติลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรรายเดือนลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการประชุมวันที่ 29-30 เมษายนนี้ โดยกระแสคาดการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการลดวงเงินในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

          - ว่า ดัชชีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนเมษายนปรับตัวลงสู่ระดับ 82.3 จากระดับ 83.9 ในเดือนมีนาคม สำหรับดัชนีการคาดการณ์ของผู้บริโภคสำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงหกเดือนข้างหน้าแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยอยู่ที่ระดับ 84.9 จากระดับ 84.8 ในเดือนมีนาคม ขณะที่ดัชนีสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นมาตรวัดการประเมินสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันของผู้บริโภค ปรับตัวสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบสามเดือน มาอยู่ที่ 78.3 จากระดับ 82.5 ในเดือนมีนาคม

          - สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ รายงานว่า ดัชนีราคาบ้าน 20 เมืองในเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวขึ้น 12.9% (Y-o-Y) ชะลอตัวจากที่ขยายตัว 13.2% ในเดือนมกราคม บ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังคงฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่เป็นไปในอัตราที่ชะลอตัวลง ขณะที่เมื่อเทียบรายเดือนทรงตัว หลังจากที่ปรับตัวลง 0.1% มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  ทั้งนี้ ราคาบ้านที่ปรับตัวขึ้นมีส่วนช่วยหนุนเศรษฐกิจ ด้วยการกระตุ้นการสร้างบ้านเพิ่มขึ้นและเพิ่มความมั่งคั่งให้กับเจ้าของบ้าน อย่างไรก็ตาม การเพิ่ทขึ้นของราคาบ้านในช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมานั้นกำลังชะลอตัว ซึ่งสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะอัตราดอกเบี้ยสำหรับกู้ซื้อบ้านที่อยู่ในระดับสูงมาตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีที่แล้ว

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          - ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุว่า เสถียรภาพทางการเงินในยูโรโซนได้ปรับตัวดีขึ้น แต่วิกฤตการเงินยังไม่สิ้นสุดลง  นอกจากนี้อีซีบียังให้คำแนะนำว่า  นโยบายที่มีความรอบคอบในเชิงมหภาคมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับยูโรโซน เนื่องจากในหลักการแล้ว เครื่องมือด้านนโยบายมหภาคที่รอบคอบจะทำให้เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายสามารถจัดการกับความไร้สมดุลทางการเงินในแนวทางที่ค่อยเป็นค่อยไปและมีความเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละประเทศได้มากขึ้น

 

เยอรมนี

          - ธนาคารกลางเยอรมนีรายงานว่า เศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไตรมาส 2 หลังจากเริ่มต้นปีนี้ด้วยความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยการเติบโตของคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้ช่วยหนุนเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วนั้น จะไม่มีความต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 2 ปีนี้ และผลกระทบด้านสภาพอากาศในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ จะกดดันการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสนี้ด้วย อย่างไรก็ดี แนวโน้มโดยทั่วไปยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่สดใสอย่างมาก และอุปสงค์ที่คึกคักในด้านที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ รัฐบาลกลางเยอรมนีได้คาดการณ์ครั้งล่าสุดว่าเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป จะขยายตัว 1.8% ในปีนี้ และ 2.0% ในปีหน้า

          - บริษัทวิจัย GfK  รายงานว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมันนีในเดือนพฤษภาคมทรงตัวอยู่ที่ระดับ 8.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี  และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนียังคงอยู่ที่ระดับสูง แต่ความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตยูเครนกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อการบริโภค ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลของ GfK มีขึ้นหลังจากธนาคารกลางเยอรมนีประกาศว่า เศรษฐกิจเยอรมนีจะขยายตัวชะลอลงในช่วงไตรมาส 2 หลังจากเริ่มต้นปีนี้ด้วยความแข็งแกร่งอย่างมาก

 

อิตาลี

          - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของอิตาลีในเดือนเมษายนปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 105.4 จากระดับ 101.9 ในเดือนมีนาคม ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือนมกราคม 2553 หรือในรอบกว่า 4 ปี เนื่องจากผู้บริโภคมีมุมมองบวกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและคาดการณ์ในอนาคต ประกอบกับภาคครัวเรือนของอิตาลีมีแนวโน้มที่จะมีภาระหนี้สินลดลงและมีการเก็บออมจำนวนมาก

 

เอเซีย: เกาหลีใต้

          - ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้มียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นเดือนที่ 34 ติดต่อกันในเดือนมีนาคม โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง และวัตถุดิบนำเข้าที่มีราคาต่ำ ทั้งนี้เกาหลีใต้มียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 6.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนมีนาคม หลังปรับค่าตามฤดูกาล ลดลงจาก 7.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง นายจุง จูน ผู้อำนวยการแผนกการเงินและสถิติการเงินธนาคารกลางเกาหลีใต้กล่าวว่าแนวโน้มภาวะเกินดุลฯนี้จะคงอยู่ต่อไป และจะยังคงอยู่ในแนวทางที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้คาดไว้ก่อนหน้านี้ หากไม่มีการปรับค่าตามฤดูกาล เกาหลีใต้จะมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 7.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นจาก 4.50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่การส่งออกลดลง 0.2% มาที่ 5.236 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนมีนาคมจากเดือนก่อนหน้า และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.4% มาอยู่ที่ 4.513 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทำให้มียอดเกินดุลการค้า 7.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้เกาหลีใต้มีแนวโน้มเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกือบ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีนี้ หลังจากที่มียอดเกินดุลฯ 7.99 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีที่แล้ว ซึ่งเท่ากับมากกว่า 6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อย่างไรก็ดียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่องเพิ่มแรงกดดันในช่วงขาขึ้นต่อวอน ซึ่งเคลื่อนตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ภาวะการค้าของเกาหลีใต้ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกลดลง และขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้วอนแข็งค่าขึ้น การแข็งค่าดังกล่าวสร้างความวิตกให้แก่ผู้กำหนดนโยบาย และมักจะทำให้มีการแทรกแซงตลาดในรูปแบบของปฏิบัติการลดความผันผวนเพื่อสกัดการแข็งค่าของวอน ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แสดงความวิตกต่อการแทรกแซงของเกาหลีใต้ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

 

ญี่ปุ่น

          - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันพุธที่ 30 เมษายน  ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าบีโอเจจะคงนโยบายการเงินเนื่องจากมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่บีโอเจจะเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรอบครึ่งปีซึ่งคาดว่าบีโอเจจะยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อที่ระดับ 2%  ซึ่งบ่งชี้ว่าบีโอเจไม่มีแผนที่จะขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆนี้ แม้มีอุปสรรคบางประการต่อการขยายตัวก็ตาม  การคาดการณ์เชิงบวกดังกล่าวอาจตอกย้ำความเห็นพ้องของตลาดเพิ่มขึ้นว่า บีโอเจจะคงนโยบายการเงินจนถึงราวเดือนกรกฎาคมหรือนานกว่านั้นเพื่อตรวจสอบว่าเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างจากการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อต้นเดือนนี้ โดยหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัยโตตันกล่าวว่ายังคงมีโอกาสที่บีโอเจอาจจะผ่อนคลายนโยบายลงอีกครั้งราวฤดูใบไม้ร่วง หากราคาไม่ปรับตัวตามคาด

          - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า นโยบายเศรษฐกิจหลายประการของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า อาเบะโนมิคส์"นั้น ส่งผลให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ส่งผลต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียอื่นๆเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมีแนวโน้มที่จะอ่อนแรงลงในระยะต่อมา พร้อมกันนี้ยังระบุด้วยว่า การส่งออกของญี่ปุ่นได้ฟื้นตัวช้ากว่าที่ได้ประเมินไว้ในเบื้องต้น ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความขัดแย้งกับจีน   ความคาดหวังของบริษัท

 

ไทย

          - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจไม่สามารถลดการขาดดุลงบประมาณได้ตามแผนที่ตั้งเอาไว้ก่อนหน้านี้ ที่กำหนดว่าจะทยอยลดการขาดดุลนับตั้งแต่ปี 56 และเข้าสู่ภาวะสมดุลในปี 60 โดยในปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลได้ตั้ง งบขาดดุลไว้ที่ 3 แสนล้านบาท  และล่าสุดในปีงบประมาณ 2557 รัฐบาลได้จัดทำงบขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลจะต้องลดการขาดดุลลงไปอีกในปี 2558 และ 2559 อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในขณะนี้เปลี่ยนแปลงไป โดยมีทิศทางชะลอตัว ทำให้รัฐบาลมีภาระที่จำเป็นต้องใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม จึงอาจจะไม่สามารถทยอยลดการขาดดุลได้ตามแผน ประกอบกับรัฐบาลต้องบรรจุรายจ่ายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะต้องนำมาใส่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทำให้วงเงินรายจ่ายของรัฐบาลสูงขึ้น ขณะที่การประเมินภาวะเศรษฐกิจในปีหน้าที่จะมีผลต่อการหารายได้ของรัฐบาลยังคงไม่มีความชัดเจน

          - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า สินเชื่อรวมทั้งระบบของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นเดือนมีนาคมขยายตัว 9.8% (y-o-y) ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อรายใหญ่เพิ่มขึ้น 6.9% เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนสินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเติบโต 11.7% ชะลอจากที่ขยายตัว 14.6% ในปีก่อน และสินเชื่อรายย่อยเติบโต 10.7% จากที่ขยายตัว 12.09% ในปีที่แล้ว โดยสินเชื่อรายย่อยที่ลดลงอย่างมากเป็นผลจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่เติบโตลดลงเหลือเพียง 2.5% จากเดิมที่เคยขยายตัวกว่า 30% และสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นเพียง 7% จากเดิมที่เคยเติบโตกว่า 20% นอกจากนี้ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ สิ้นเดือนมีนาคม ของทั้งระบบทรงตัวต่อเนื่องที่ระดับ 2.3%  และสินเชื่อที่ผิดนัดชำระหนี้ไม่เกิน 3 เดือนและต้องจับตาเป็นพิเศษ (SM) ในส่วนของเอสเอ็มอีอยู่ที่ 2.1% และสินเชื่อรายย่อยอยู่ที่ 2.4% พร้อมกันนี้ ธปท. ยังระบุด้วยว่า ระบบของธนาคารพาณิชย์ยังคงสามารถเป็นเสาหลักให้เศรษฐกิจของประเทศได้อย่างไม่มีปัญหา โดยเฉพาะจากความแข็งแกร่งของเงินสำรองเผื่อหนี้สูญทั้งระบบที่สูงถึง 157% 

          - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคมและไตรมาสแรกมีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยการเมืองที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ทำให้การใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งด้านการบริโภคและลงทุนชะลอตัว ตลอดจนการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัว รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงตามทิศทางการใช้จ่ายภายในประเทศและการส่งออกสินค้าที่หดตัวด้วยเช่นกัน ส่วนเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2557 มองว่ามีโอกาสไม่ขยายตัว หรือติดลบเล็กน้อย ทั้งนี้ ยังคงคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP)ของไทยในปีนี้ไว้ที่ 2.6% จากสมมติฐานเดิมที่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายและจะสามารถมีรัฐบาลใหม่ได้ในไตรมาส 3 คาดว่าในปีนี้ การท่องเที่ยวจะเติบโตได้ 5-5.5% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวราว 28 ล้านคน ทั้งนี้ จากการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้ 2.6% จะมาจากการเติบโตของ GDP ไตรมาสแรกที่ -0.2% ไตรมาสสอง 0.4% ไตรมาสสาม 2.8% และไตรมาสสี่ 7.3% ตามลำดับ

          - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่สอง รวมทั้งการส่งออกไตรมาสแรกที่หดตัว จะกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทยังมีเสถียรภาพ ซึ่งการเคลื่อนไหวในช่วง 32 บาท/ดอลลาร์ ยังไม่เป็นอุปสรรคต่อภาคการค้าของไทย อย่างไรดี ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจทั้งปี 2557 จะขยายตัวได้ต่ำกว่า 3% ซึ่งจะมีการทบทวนตัวเลขคาดการณ์อีกครั้งในเดือนมิถุนายนนี้

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (29 เม.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทและหลายสกุลเงินเอเซียในช่วงเช้าวันนี้ โดยในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันนี้และวันพรุ่งนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะยังคงปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งจะเป็นการลดเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (29 เม.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯและธนาคารญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ โดยในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันนี้และวันพรุ่งนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะยังคงปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพุธนักวิเคราะห์คาดว่าบีโอเจจะคงนโยบายการเงิน

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (29 เม.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) หลังมีข่าวว่านายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)เปิดเผยกับสมาชิกสภานิติบัญญัติของเยอรมนีว่า อีซีบีจะยังคงไม่นำโครงการซื้อพันธบัตรมาใช้ แม้ขณะนี้จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อต่ำอย่างต่อเนื่องก็ตาม อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

          - สหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (29 เม.ย.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร  โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผย ผลประกอบการที่สดใสของบริษัทหลายแห่ง  ซึ่งการดีดตัวขึ้นของหุ้นเฟซบุ๊ค และหุ้นอื่นๆที่มีการขยายตัวสูง หนุนให้ดัชนี S&P 500 ขึ้นมากที่สุด  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 86.63 จุดหรือ 0.53%  สู่ระดับ 16,535.37, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 8.9 จุดหรือ  0.48% สู่ระดับ 1,878.33 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 29.14 จุด  หรือ 0.72% สู่ระดับ 4,103.54

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (29 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบในช่วงเช้าวันนี้ตามการรายงานตัวเลขผลประกอบการบริษัทในตลาดในไตรมาสแรก ขณะที่การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันนี้และวันพรุ่งนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะยังคงปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งจะเป็นการลดเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพุธนักวิเคราะห์คาดว่าบีโอเจจะคงนโยบายการเงิน ทั้งนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.84% และ 1.45% ตามลำดับ ส่วนตลาดหุ้นโตเกียวปิดทำการวันนี้เนื่องในวันหยุดประจำชาติ

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (29 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีแรงขายในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ขณะที่มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 1.10จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 เม.ย. 2557

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday835
mod_vvisit_counterAll days835

We have: 834 guests online
Your IP: 216.73.217.151
Mozilla 5.0, 
Today: May 24, 2026

4364816