Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 23 January 2015 09:03

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 17 มกราคมลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 307,000 ราย น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 300,000 ราย และนับเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่สูงกว่าระดับ 300,000 ราย ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่โดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น เพิ่มขึ้น 6,500 ราย แตะ 306,500 ราย ด้านยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 มกราคมเพิ่มขึ้น 15,000 ราย สู่ระดับ 2.44 ล้านราย

- นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะเริ่มประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ หลังจากที่เศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยก่อนหน้านี้ นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาเซนต์หลุยส์ ส่งสัญญาณสนับสนุนให้เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ นางลาการ์ด กล่าวด้วยว่า ความจริงแล้วสิ่งที่ Fedกำลังจะทำนั้นถือเป็นข่าวที่ดี และแสดงให้เห็นว่า สถานการณ์กำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ถูกต้อง

- ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนธันวาคมลดลง 0.1% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่อากาศที่อบอุ่นกว่าปกติส่งผลให้อุปสงค์พลังงานลดลง ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงสู่ระดับ 79.7% ในเดือนธันวาคม จากที่ระดับ 80.0% ในเดือนพฤศจิกายน

- ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำของสหรัฐ แถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา หรือ สเต็ทออฟยูเนียน (State of the Union) มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชนชั้นกลางในสหรัฐ ซึ่งถือเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งประกาศจะผลักดันนโยบายที่มุ่งเน้นในการช่วยเหลือคนชั้นกลาง อาทิ แผนปฏิรูปภาษีที่เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปการจัดเก็บภาษีหลายฉบับ รวมถึงการเก็บภาษีคนรวยให้มากขึ้น เช่น ภาษีมรดก และการขึ้นภาษีผลกำไรที่ได้จากการซื้อขายหุ้น เพื่อนำเงินไปช่วยคนชั้นกลาง พร้อมเพิ่มโอกาสการทำงานให้กลุ่มคนชั้นกลางด้วย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโอบามา ระบุจะเสนอแนะให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายที่จะทำให้ผู้หญิงได้รับเงินเดือนเท่ากับผู้ชายจากการทำงานแบบเดียวกัน ทั้งนี้ นายโบบามา ยังกล่าวด้วยว่า ปีนี้เป็นปี 2558 แล้ว ถึงเวลาแล้วที่ผู้ชายและผู้หญิงจะต้องมีความเท่าเทียมกัน

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศซื้อพันธบัตรจำนวน 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จนถึงเดือนกันยายนปีหน้า โดยเริ่มต้นในเดือนมีนาคม ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวมีมูลค่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ECB จะใช้วงเงิน 5 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนในการซื้อพันธบัตร ทั้งนี้ นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB ออกแถลงการณ์ระบุว่า ECB จะซื้อพันธบัตรดังกล่าวจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับ 2% ในระยะกลาง โดย ECB จะซื้อพันธบัตรของรัฐบาลหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงกรีซ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขเพิ่มเติมบางประการ นอกจากนี้ ECB ยังได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.05% ในการประชุมเมื่อวานนี้ และตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่ -0.20% และตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนที่ 0.30%

- นางแองเจลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน กล่าวว่า การดำเนินการของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไม่ควรจะกระทบต่อความพยายามในการกระตุ้นการขยายตัวในยูโรโซน โดยเตือนว่า สภาพคล่องในระดับสูง และสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ ได้สร้างสิ่งที่อาจบดบังความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริงของประเทศ พร้อมกันนี้ยังที่ชมเชยอิตาลีสำหรับการปฏิรูปอย่างกระตือรือร้น และระบุว่าฝรั่งเศสกำลังดำเนินการในแนวทางที่ถูกต้อง นางแมร์เคิลก็ได้กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่ควรดำเนินการสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการคลัง คำกล่าวของนางแมร์เคิลมีขึ้นเพียงไม่กี่นาที หลังจากที่ ECB ประกาศซื้อพันธบัตรในวงเงินมากกว่าคาดในวันนี้ ขณะที่เมื่อวานนี้ นางแมร์เคิลระบุว่า การดำเนินการของ ECB จะต้องไม่ส่งผลให้ประเทศต่างๆลดความพยายามในการปฏิรูปเศรษฐกิจหรือปรับโครงสร้าง และบั่นทอนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างชาติยูโรโซน ทั้งนี้ ECB ประกาศซื้อพันธบัตรจำนวน 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จนถึงเดือน

- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ขานรับการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันนี้ในการซื้อพันธบัตรครั้งใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีการอัดฉีดเม็ดเงินหลายหมื่นล้านยูโรเข้าสู่เศรษฐกิจยูโรโซน ทั้งนี้ นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการ IMF กล่าวว่า การซื้อพันธบัตรในวงเงิน 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนจะช่วยเน้นย้ำนโยบายผ่อนคลายของ ECB ซึ่งจะช่วยลดอัตราดอกเบี้ยทั่วยูโรโซน และเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งสนับสนุนพันธกรณีของธนาคารกลางในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา

 

เอเซีย:จีน

- สำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) เปิดเผยว่า จีนกำลังจับตากระแสเงินทุนข้ามแดนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเม็ดเงินกำลังไหลออกจากจีนขณะที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง แต่จีนสามารถจัดการกับความเสี่ยงจากเงินทุนไหลออกได้ ขณะที่จีนยังคงมียอดเกินดุลการค้าที่แข็งแกร่ง

- นายโจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงบ้างจะทำให้เศรษฐกิจที่กำลังทำการปฏิรูปของจีนมีเสถียรภาพมากขึ้น และน่าจะเป็นข่าวดี หลังจากที่จีนได้เปิดเผยว่า เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 24 ปี นายโจวกล่าวว่า รัฐสภาจีนจะหารือเรื่องเป้าหมายเศรษฐกิจที่ลดลงในการประชุมประจำปีที่จะจัดขึ้นในเดือนมี.ค. แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวเลข โดยระบุว่านั่นเป็นเรื่องที่รัฐสภาจะต้องกำหนด

- หยวนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันที่ 22 มกราคม 2558 ซึ่งสอดคล้องกับการกำหนดค่ากลางที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยของธนาคารกลางจีน โดยตลาดไม่สนใจข่าวที่ว่า ธนาคารกลางได้อัดฉีดเม็ดเงินระยะสั้นเข้าสู่ระบบธนาคาร

 

ญี่ปุ่น

- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นจะชะลอตัวลงอีกเนื่องจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง โดยผลกระทบต่อการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในเดือนเม.ย.ปีที่แล้วก็เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ บีโอเจได้ทบทวนปรับเพิ่มการประเมินผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และยังคงคาดว่า การปรับตัวขึ้นของการอุปโภคบริโภคของภาคเอกชนจะช่วยทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวปานกลางต่อไป ซึ่งจะช่วยหนุนราคาขึ้นในที่สุด

- ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจจะเห็นการเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงในปีนี้ และกล่าวอีกว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นภายใต้มาตรการกระตุ้นทางการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) นายเอ็ตสึโร ฮอนดะ อาจารย์มหาวิทยาลัยชิซูโอกะ และหนึ่งในผู้จัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายอาเบะกล่าวว่า เศรษฐกิจจะแสดงทิศทางช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งในปีนี้

 

ออสเตรเลีย

- ตลาดออสเตรเลียได้ปรับตัวรับความเป็นไปได้ที่จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงในระยะใกล้ หลังจากการลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างไม่คาดคิดของแคนาดา เนื่องจากความคล้ายคลึงกันระหว่างสองประเทศนี้ในฐานะผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ สัญญาล่วงหน้าอินเตอร์แบงก์ในวันนี้บ่งชี้ว่า มีโอกาส 1 ใน 3 ที่ออสเตรเลียจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จากระดับ 2.5% ในเดือนหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากโอกาสเพียง 1 ใน 20 เมื่อไม่กี่วันก่อน

 

ไทย

- นางหิรัญญา สุจินัย รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยว่ากลุ่มนักลงทุนด้านพลังงานจากเกาหลีใต้ 13 บริษัท สนใจศึกษาข้อมูลและลู่ทางลงทุนด้านพลังงานทดแทนในไทย ทั้งพลังงานชีวมวล  พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน  ซึ่งตามนโยบายบีโอไอเน้นให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุดตามนโยบายรัฐบาล  ทั้งนี้บีโอไอยังได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจด้านพลังงานทดแทนกับบริษัทไทย 28 บริษัท เพื่อขยายการลงทุนร่วมกันต่อไป

อื่นๆ

- ธนาคารกลางแคนาดาสร้างความประหลาดใจให้แก่ตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 โดยระบุถึงความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน และระบุว่า ธนาคารพร้อมที่จะผ่อนคลายนโยบายลงอีกถ้าจำเป็น

- ธนาคารกลางบราซิลประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 โดยยังคงดำเนินมาตรการคุมเข้มทางการเงินเพื่อสกัดอัตราเงินเฟ้อสูง  ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางบราซิลได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย Selic 0.50% เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน สู่ระดับ 12.25%

- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ความเสียหายจากการส่งออกน้ำมันที่ลดลงน่าจะทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศในตะวันออกกลางและเอเชียกลางลดลง 3.00 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีนี้ IMF ระบุในรายงานแนวโน้มในตะวันออกกลางและเอเชียกลางว่า ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นพิเศษ อาทิ กาตาร์, อิรัก, ลิเบีย และซาอุดิอาระเบีย จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากราคาน้ำมันที่ดิ่งลงกว่า 50%

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส (22 ม.ค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าเมื่อเทียบกับบาทในช่วงบ่ายตามทิศทางที่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียหลายสกุลรวมทั้งสกุลเงินหลักทั้งเยนและยูโรก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศใช้มาตรการ QE อย่างไรก็ดีบาทได้อ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯ

- เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส (22 ม.ค.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศใช้มาตรการ QE ขณะที่วันนี้เงินเยนปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯตามปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐฯและญี่ปุ่น

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส (22 ม.ค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าธนาคารกลางยุโรปจะออกมาตรการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ( มาตรการ QE ) ซึ่งจะส่งผลให้เงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันตลาดก็จับตาการเลือกตั้งในกรีซที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์นี้ โดยผลการประชุมวันนี้อีซีบีออกมาตรการ QE วงเงินสูงเกินคาด โดยอีซีบีจะซื้อสินทรัพย์มูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนไปจนถึงเดือนก.ย. 2016 ส่งผลให้ยูโรอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส (22 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินสูงเกินคาด โดยอีซีบีจะซื้อสินทรัพย์มูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนไปจนถึงเดือนก.ย. 2016 ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่ม1.48%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 1.53% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 1.78%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (22 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรปซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศใช้มาตรการ QE โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.28% โดยปัจจัยบวกส่วนหนึ่งมาจากเงินเยนที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็ระมัดระวังรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในคืนนี้ รวมถึงรอดูผลประกอบการของบริษัทต่างๆที่จะทยอยรายงานออกมา สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.63% โดยมีปัจจัยบวกจากการที่นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่ารัฐบาลจีนจะดำเนินมาตรการที่ทำให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ โดยเขากล่าวว่าแม้เศรษฐกิจจีนจะเผชิญแรงกดดันในช่วงขาลงในปีนี้ แต่เศรษฐกิจจะไม่ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันวันนี้ธนาคารกลางจีนก็ได้อัดฉีดเม็ดเงิน 5.0 หมื่นล้านหยวน (8.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ผ่านการซื้อคืนพันธบัตรระยะ 7 วัน สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.70%

- ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส (22 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะประกาศใช้มาตรการ QE ในคืนนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX สูงขึ้น 22.98จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 23 ม.ค. 2558

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1046
mod_vvisit_counterAll days1046

We have: 1044 guests online
Your IP: 216.73.216.173
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 11, 2026

4205352