| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 05 February 2015 09:32 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S&P) ได้ตกลงที่จะจ่ายเงินราว 1.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อยุติคดีความกับรัฐบาล สหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่า S&P ได้ให้อันดับเครดิตที่ระดับสูงสำหรับหลักทรัพย์ที่มีสินเชื่อจำนองค้ำประกันซึ่งมีความเสี่ยง จนนำไปสู่วิกฤตการเงินในเวลาต่อมา ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งที่กล่าวหาว่า นักลงทุนได้เผชิญกับการขาดทุนจำนวนมากจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินเชิงโครงสร้าง หรือที่รู้จักกันในชื่อหลักทรัพย์ residential mortgage-backed securities (RMBS) และตราสาร Collateralized Debt Obligations (CDO) ที่ S&P ให้อันดับเครดิตในระดับสูง ซึ่งทำให้เกิดการตีความที่ผิดจนนำไปสู่ความเสี่ยงด้านเครดิตของหลักทรัพย์ดังกล่าวในช่วงปี 2547-2550 นอกจากนี้ ผู้บริหารของ S&P ยังเพิกเฉยต่อคำเตือนของบรรดานักวิเคราะห์อาวุโส ซึ่งเตือนให้บริษัทยกเลิกอันดับเครดิตที่ระดับสูงแก่ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่ไม่ได้ปรับตัวตามที่โฆษณา ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขของการยุติคดีความที่มีการประกาศ S&P จะจ่ายเงินครึ่งหนึ่งของจำนวนเงิน 1.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่รัฐบาลกลางสหรัฐ ส่วนเงินจำนวนที่เหลือจะมีการจ่ายให้กับ 19 รัฐและดิสตริค ออฟ โคลัมเบีย - ADP Employee Services ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 213,000 ราย จากที่เพิ่มขึ้น253,000 ราย (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนจากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 241,000 ราย) และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 240,000 ราย - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย Markit เดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 54.2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 54.0 ซึ่งเป็นตัวเลขเบื้องต้น และสูงขึ้นจากระดับ 53.3 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน โดยตัวเลขที่อยู่เหนือ 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัว สอดคล้องกับผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของ ISM ในเดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 56.7% เพิ่มขึ้นจากระดับ 56.5% ในเดือนธันวาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 56.3
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ยอดค้าปลีกในเดือนธันวามคมเพิ่มขึ้น 2.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2013 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบรายปีนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2550 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.0% โดยเมื่อเทียบรายเดือน ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งชะลอตัวจากเดือนพฤศจิกายนแต่ก็เพิ่มมากกว่าที่คาดไว้
ฝรั่งเศส - Markit รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของฝรั่งเศสในเดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 49.4 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 50.6 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะการขยายตัวของภาคบริการ ส่วนระดับที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคบริการหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ภาคบริการของฝรั่งเศสปรับตัวลดลง หลังจากที่พลิกกลับมาขยายตัวได้เล็กน้อยในเดือนที่แล้ว โดยอัตราการเกิดธุรกิจใหม่อ่อนแรงลง อย่างไรก็ดี ความคาดหวังของธุรกิจในภาคบริการปรับตัวดีขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 เดือน
อิตาลี - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของอิตาลีในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.2 จากระดับ 49.4 ในเดือนธันวาคม โดยกิจกรรมทางธุรกิจในภาคบริการของอิตาลีปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นปี 2558 แม้ว่าการจ้างงานลดลงต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ว่าภาวะทางธุรกิจยังคงเปราะบาง ทั้งนี้ ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า การคาดการณ์ในอนาคตของบริษัทในภาคบริการได้ปรับตัวดีขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน
อังกฤษ - HSBC Global Research ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของของเศรษฐกิจอังกฤษปี 2558 จาก 2.4% เป็น 2.6% อันเนื่องมาจากมุมมองที่ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงจะเอื้ออำนวยต่อเศรษฐกิจอังกฤษ พร้อมคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้ออังกฤษจะหดตัวลงแตะระดับ 0 ในเดือนมีนาคม จากที่ขยายตัว 0.5% ในเดือนธันวาคม 2557 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการบริโภคของภาคครัวเรือน นอกจากนี้ HSBC ยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาสแรกของปี 2559 เนื่องจากคณะกรรมการของธนาคารกลางอังกฤษมีความวิตกกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อต่ำหรือติดลบ
กรีซ - ธนาคารกลางยุโรปยกเลิกการยอมรับพันธบัตรกรีซเพื่อแลกกับเงินทุน โดยธนาคารกลางกรีซจะต้องอัดฉีดสภาพคล่องฉุกเฉินเพิ่มเติมหลายหมื่นล้านยูโรให้กับธนาคารต่างๆของกรีซในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ - นายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีกรีซ ได้เสร็จสิ้นการเจรจากับนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ที่กรุงบรัสเซลส์แล้ว และได้ระบุว่า แม้ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่มีการบรรลุข้อตกลง แต่ก็มีความเชื่อมั่นว่าการเจรจากำลังมุ่งไปในทิศทางที่ดีสำหรับการทำข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ EU เป็นหนึ่งในเจ้าหนี้หลักของกรีซ โดยกลุ่มทรอยก้า หรือกลุ่มเจ้าหนี้ของกรีซ ประกอบด้วย EU, ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สำหรับการเจรจาของนายซิปราสกับ EU มีเป้าหมายเพื่อทำการต่อรองเงื่อนไขครั้งใหม่สำหรับมาตรการรัดเข็มขัดตามแผนให้ความช่วยเหลือวงเงิน 2.40 แสนล้านยูโรที่กรีซได้รับจากเจ้าหนี้ ขณะเดียวกัน นายยานิส วารูเฟกิส รมว.คลังกรีซ กล่าวว่า เขารู้สึกพอใจ หลังการเจรจากับนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB นอกจากนี้ นายวารูเฟกิสยังระบุว่า ไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับ EU เกี่ยวกับการทำข้อตกลงหนี้ฉบับใหม่
เอเชีย: จีน - นายเฉิน สีเหวิน เจ้าหน้าที่เกษตรระดับสูงของจีนกล่าวว่า จีนต้องการจะให้ตลาดเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการกำหนดราคาสินค้าเกษตร และจีนจะลดการใช้นโยบายกักเก็บสต็อกสินค้า เพราะนโยบายดังกล่าวส่งผลให้สต็อกธัญพืชในคลังพุ่งสูงขึ้น และส่งผลให้มีการนำเข้าสินค้าเกษตรราคาถูกเป็นจำนวนมาก นายเฉินซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายนโยบายชนบทในพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าวว่า นโยบายกักเก็บสต็อกสินค้าส่งผลให้เกษตรกรจีนผลิตสินค้าเกษตรมากเกินไปในช่วงที่ผ่านมา และเขากล่าวเสริมว่าจีนควรจะพึ่งพาสัญญาณในตลาดเพื่อที่จะได้ปรับปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับอุปสงค์ - ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรอง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์ลง 0.50% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป และจะทำให้ RRR ของธนาคารขนาดใหญ่ลดลงเหลือ 19.5% ซึ่งนับเป็นการปรับลดทั่วทั้งภาคธนาคารเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง ขณะที่ PBOC เพิ่มความพยายามที่จะกระตุ้นการขยายตัวทาง เศรษฐกิจของจีน
ญี่ปุ่น - บริษัทผู้ผลิตเหล็กกล้าชั้นนำ 3 แห่งของญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไรสำหรับปีธุรกิจ 2014 ที่สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.นี้ โดยได้แรงหนุนจากเยนที่อ่อนค่าลง และอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในญี่ปุ่น แต่ก็คาดว่า ราคาน้ำมันที่ร่วงลงจะกระทบยอดสั่งซื้อท่อเหล็กในปี 2015 ซึ่งอาจจะกระทบผลกำไรของบริษัท นิปปอน สตีล แอน์ สุมิโตโม ผู้ผลิตเหล็กกล้ารายใหญ่สุดของญี่ปุ่น ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปกติในปีธุรกิจปัจจุบันขึ้น 3% สู่ระดับ 4.10 แสนล้านเยน (3.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยระบุถึงกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจเหล็กกล้า เจเอฟอี โฮลดิงส์ ผู้ผลิตเหล็กกล้ารายใหญ่อันดับ 2 ได้ทบทวนปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปีขึ้น 10% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่โคเบ สตีลได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้น 6% - รายได้ในรูปเงินสดของผู้มีเงินได้ชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค. ในขณะที่ค่าจ้างที่แท้จริง ชะลอการลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน โดยรายงานตัวเลขนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแผนการ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น ถึงแม้นักลงทุนยังคงไม่มั่นใจว่าค่าจ้างในญี่ปุ่นจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ กระทรวงแรงงานญี่ปุ่นรายงานว่า รายได้เงินสดโดยรวมเพิ่มขึ้น 1.6% ต่อปีในเดือนธ.ค. โดยปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน ส่วนค่าจ้างที่แท้จริงที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อลดลง 1.4% ต่อปีในเดือนธ.ค. โดยลดลงเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน แต่อัตราการลดลงนี้ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. ซึ่งค่าจ้างที่แท้จริงดิ่งลง 2.7% ต่อปี - นายคิคุโอะ อิวาตะ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่าญี่ปุ่นอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ในการทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% เนื่องจากราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดีนายอิวาตะกล่าวว่า เขามองไม่เห็นความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินลงต่อไปในช่วงนี้ เพราะว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นอยู่ในสภาพดีและการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในระยะยาวยังไม่ได้ปรับลดลงมากนัก
ฮ่องกง - เอชเอสบีซีเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของฮ่องกงเดือนม.ค.อยู่ที่ระดับ 49.4 ลดลงจาก 50.3 ในเดือนธ.ค. โดยดัชนีที่ระดับ 50 แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว ข้อมูล PMI ล่าสุดบ่งชี้ว่า สภาวะการดำเนินงานในภาคเอกชนของฮ่องกงถดถอยลงอีกครั้ง ขณะที่การผลิตและยอดสั่งซื้อใหม่จากจีนลดลง
ไทย: - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจเติบโตเพียง 0.5% ในปีที่แล้ว และ 3.5% ในปีนี้ ในขณะที่มีความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง, อุปสงค์ที่ระดับต่ำในภาคส่งออก และการบริโภคที่เฉื่อยชา ก่อนหน้านี้ IMF เคยคาดการณ์ในเดือนต.ค.ว่า เศรษฐกิจไทยอาจเติบโต 1.0% ในปีที่แล้ว และ 4.6% ในปีนี้
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพุธ (4 ก.พ.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในเอเซียตามภาวะที่วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบที่กลับมาสูงขึ้นติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมาส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เงินริงกิตของมาเลเซียแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯจากข่าวอีซีบีจะไม่ยอมรับพันธบัตรกรีซในฐานะหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืมในปฏิบัติการอัดฉีดสภาพคล่องของอีซีบีอีกต่อไป - เยน/ดอลลาร์ วันพุธ (4 ก.พ.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากความต้องการถือเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำลดลง โดยวันนี้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเซียมากขึ้นหลังราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะเดียวกันภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าญี่ปุ่นก็ส่งผลให้เงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในระยะยาว อย่างไรก็ดีเยนได้แข็งค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯจากข่าวอีซีบีจะไม่ยอมรับพันธบัตรกรีซในฐานะหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืมในปฏิบัติการอัดฉีดสภาพคล่องของอีซีบีอีกต่อไปซึ่งส่งผลบวกต่อค่าเงินเยนซึ่งถือเป็นสินทรัพย์การเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ (4 ม.ค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากเงินยูโรแข็งค่ามากเมื่อวันอังคารจากการที่นายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ไซปราสของกรีซพยายามสร้างความมั่นใจให้ประเทศอื่นๆว่ารัฐบาลกรีซไม่ต้องการจะสร้างความแตกแยกในยุโรปด้วยการเรียกร้องให้มีการทำข้อตกลงใหม่ในเรื่องหนี้ และกล่าวว่าเขาเปิดรับฟังข้อเสนอทางเลือกอื่นๆ ทั้งนี้ในระยะยาวยูโรยังถูกกดดันให้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากการที่ธนาคารกลางยุโรปจะใช้มาตรการ QE สำหรับในช่วงตลาดสหรัฐฯเงินยูโรได้อ่อนค่าต่อเนื่องจากการทีธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศว่า อีซีบีจะไม่ยอมรับพันธบัตรกรีซในฐานะหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืมในปฏิบัติการอัดฉีดสภาพคล่องของอีซีบีอีกต่อไป
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ (4 ก.พ.) ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดลดลงในวันพุธ หลังทะยานขึ้น 2 วัน ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงตามราคาน้ำมัน และนักลงทุนกลับมาวิตกเกี่ยวกับยูโรโซนอีกครั้งก่อนปิดตลาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.04% สู่ 17,673.02, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.42% สู่ 2,041.51 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 0.23% สู่ 4,716.70 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ (4 กพ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากราคาน้ำมันดิบที่กลับมาเพิ่มขึ้นติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมาส่งผลบวกต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน โดยดัชนีนิกเกอิปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีราคาสูงขึ้นจากการแถลงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้น 1.98% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตก็สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากที่บริษัทผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ของจีนได้ประกาศแผนการควบรวมกิจการกันเพื่อเพิ่มอำนาจในต่างประเทศ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.93% - ตลาดหุ้นไทย วันพุธ (4 ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารจากราคาน้ำมันดิบที่กลับมาเพิ่มขึ้นติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมาส่งผลบวกต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน โดยในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวลดลงซึ่งส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 2.73จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 05 ก.พ. 2558
|






![]() | Today | 931 |
![]() | All days | 931 |
Comments