Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 11 January 2017 10:21

 

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งประจำเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.0% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2014 จากที่ลดลง 0.1% ในเดือนตุลาคม ส่วนยอดขายภาคค้าส่งในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนตุลาคม นอกจากนี้ อัตราส่วนสต็อกสินค้าคงคลังเทียบยอดขายบ่งชี้ว่าจะต้องใช้เวลา 1.32 เดือนในการเคลียร์สต็อกสินค้า โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.31 เดือนในตุลาคม ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสต็อกสินค้าฯ บ่งชี้ว่าการลงทุนในสินค้าคงคลังได้ช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว

สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 7.4 จุด สู่ระดับ 105.8 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี จากระดับ 98.4 ในเดือนพฤศจิกายน มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะอยู่ที่ระดับ 99.6 ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ภาวะธุรกิจจะสดใสขึ้น ภายใต้การบริหารประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่มีการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว

นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า นายทรัมป์จะจัดการแถลงข่าวในวันพุธนี้ที่นครนิวยอร์ค ซึ่งถือเป็นการจัดแถลงข่าวครั้งแรกนับตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. งานแถลงข่าวนี้จะมีขึ้นในเวลา 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์คหรือราว 23.00 น.ตามเวลาไทย นายทรัมป์จากพรรครีพับลิกันจะทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 ม.ค. โดยเขาจะรับตำแหน่งนี้ต่อจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครตซึ่งอยู่ในตำแหน่งมานานสองสมัยหรือ 8 ปี

 

โลก

ธนาคารโลกได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (Global Economic Prospects) ฉบับล่าสุด โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.7% ในปี 2560 และขยายตัว 2.9% ในปี 2561 การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2560 นั้น มีอัตราที่รวดเร็วกว่าปี 2559 ที่ขยายตัวเพียง 2.3% แต่ก็น้อยกว่าที่ธนาคารโลกได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2560 จะขยายตัว 2.8% ทั้งนี้ ธนาคารโลกระบุว่า สาเหตุที่คาดว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่เร็วขึ้นนั้น เนื่องมาจากการปรับตัวดีขึ้นของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวเพิ่มของราคาสินค้าโภคภัณฑ์

 

ยุโรป:

รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจความเห็นเทรดเดอร์ตลาดเงินในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผลสำรวจคาดว่า หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ปรับลดขนาดการเข้าซื้อพันธบัตรรายเดือนลงในเดือนเม.ย.ปีนี้แล้ว ความเคลื่อนไหวถัดไปในนโยบายของอีซีบีจะเป็นการปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงไปอีก อย่างไรก็ดี ผู้ตอบโพลล์ส่วนน้อยคาดว่า อีซีบีจะขยายขนาด QE อีกครั้งในอนาคต อีซีบีประกาศในเดือนที่แล้วว่า อีซีบีจะเข้าซื้อพันธบัตรมูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนตั้งแต่เดือนเม.ย.เป็นต้นไป โดยปรับลดลงจากอัตรา 8 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนในปัจจุบัน เนื่องจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจเข้าสู่เสถียรภาพ และอัตราเงินเฟ้อปรับขึ้น เมื่อได้รับคำถามว่า อีซีบีจะปรับนโยบายแบบใดหลังจากนั้น เทรดเดอร์ 11 จาก 17 รายในโพลล์รอยเตอร์คาดว่า อีซีบีมีแนวโน้มปรับลด QE ลงไปอีกในอนาคต อย่างไรก็ดี เทรดเดอร์ 4 รายในโพลล์คาดว่า อีซีบีจะปรับเพิ่มขนาดการเข้าซื้อพันธบัตรรายเดือนขึ้นอีกในอนาคต และเทรดเดอร์ 2 รายคาดว่า อีซีบีจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ไม่มีเทรดเดอร์รายใดที่คาดว่า อีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมกำหนดนโยบายของอีซีบีในเดือนธ.ค.นั้น อีซีบีได้ต่ออายุมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรออกไปจนถึงสิ้นปี 2017 และตรึงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์หลักไว้ที่ 0% รวมทั้งตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ -0.4% หลังจากการประชุมของอีซีบีในครั้งนั้น นักเศรษฐศาสตร์บางรายและผู้กำหนดนโยบายของเยอรมนีก็เรียกร้องให้อีซีบีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค.

 

เยอรมนี:

สมาคมอุตสาหกรรม BDI ของเยอรมนีคาดว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีจะขยายตัวราว 1.5% ในปีนี้ ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ และการแทรกแซงของรัฐบาลจีน จะกระทบการคาดการณ์ดังกล่าว รัฐบาลเยอรมนียังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการขยายตัวทางเศรษฐกิจประจำปี 2016 แต่ในเดือนต.ค. BDI คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 1.9% BDI คาดว่า การส่งออกของเยอรมนีจะเพิ่มขึ้น 2-3% ในปีนี้  ภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีจะรับฟังอย่างระมัดระวังเมื่อนายทรัมป์ร่างแผนการสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา แต่นายดีเตอร์ เคมป์ ประธาน BDI เตือนให้ระวังความพยายามที่จะปิดกั้นสหรัฐ และจำกัดการค้าเสรี เขากล่าวว่าสิ่งนี้จะทำลายเศรษฐกิจโลกโดยรวม โดยเฉพาะเศรษฐกิจของเยอรมนีที่เน้นการส่งออก และเสริมว่า การแทรกแซงรัฐบาลจากจีนก็สร้างความวิตกให้แก่บริษัทของเยอรมนีที่ทำธุรกิจในจีนด้วย

ผู้อำนวยการสมาคมอุตสาหกรรม BDI ของเยอรมนี กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในทันที และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้เป็นเหตุผลสำหรับการปรับเปลี่ยน เขากล่าวว่าดัชนีบ่งชี้เงินเฟ้อปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ยังไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่เพียงพอถึงการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของยุโรป การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อทั้งในเยอรมนี และยูโรโซนทำให้เกิดเสียงเรียกร้องใหม่จากนักเศรษฐศาสตร์เยอรมนีให้อีซีบีขึ้นอัตราดอกเบี้ย และปรับลดมาตรการกระตุ้นทางการเงิน

 

เอเชีย : จีน

ประธานาธิบดีสี่ จิ้นผิงของจีนจะกลายเป็นประมุขแห่งรัฐของจีนคนแรกที่จะเข้าร่วมการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม (WEF) ที่เมืองดาวอส ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันการเข้าร่วมการประชุม WEF ของปธน.สี่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมีการคาดการณ์ว่าการประชุม WEF ในปีนี้จะเน้นการอภิปรายเรื่องความไม่พอใจของประชาชนกับกระแสโลกาภิวัฒน์ และการเป็นประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งชนะการเลือกตั้งด้วยการประกาศว่าจะถอนตัวสหรัฐออกจากข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ และขึ้นภาษีสินค้าจากจีนและเม็กซิโกปธน.สี่จะเป็นจุดสนใจในการรวมตัวกันของผู้นำทางการเมือง, ซีอีโอ และบุคคลผู้มีชื่อเสียง ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 17-20 ม.ค. นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ปธน.สี่จะเดินทางเยือนสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 15-18 ม.ค.นี้ และจะเข้าร่วมการประชุมที่เมืองดาวอส

 

เอเชีย : จีน (ต่อ)

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้นเกินคาด 5.5% ต่อปีในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2011 หรือมากที่สุดในรอบกว่า 5 ปี หลังจากเพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนพ.ย. ขณะที่ตลาดคาดไว้ว่าดัชนี PPI อาจเพิ่มขึ้นเพียง 4.5% ต่อปีในเดือนธ.ค. ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนเพิ่ม 2.1%

เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนธ.ค.ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ เนื่องจากราคาอาหารปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าดัชนี CPI อาจเพิ่มขึ้น 2.3% ต่อปีในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับในเดือนพ.ย. ดัชนี PPI ของจีนได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาถ่านหินและวัตถุดิบอื่นๆ

 

อินโดนีเซีย

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ยอดค้าปลีกของอินโดนีเซียในเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนต.ค.ถูกทบทวนเป็นเพิ่มขึ้น 8.1% จาก 7.6% ที่รายงานไปก่อนหน้านี้ BI ระบุว่า ยอดค้าปลีกในเดือนพ.ยเพิ่มขึ้นเนื่องจากการซื้อสินค้าประเภทอาหารเพิ่มขึ้น ผลสำรวจผู้ค้าปลีก 700 รายในเมืองใหญ่ 10 เมืองคาดว่า ยอดค้าปลีกในเดือนธ.ค.จะเพิ่มขึ้น 10.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากยอดขายสินค้าประเภทอาหารที่เพิ่มขึ้น ผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าแรงกดดันด้านราคาจะลดลงในเดือนก.พ. และยังคาดว่า ยอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า

 

ฟิลิปปินส์

นายโรเบอร์โต ตัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการคลังฟิลิปปินส์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์ได้อนุมัติแผนการของรัฐบาลในการระดมทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯจากตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อหาเงินมาใช้ในงบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ และใช้ในการชำระหนี้ เขากล่าวว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์กำลังหารือกับหุ้นส่วนในภาคการธนาคารเพื่อหาเวลาที่ดีที่สุดในการขายพันธบัตร ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่ออกจำหน่ายพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐมากที่สุดในเอเชีย และรัฐบาลฟิลิปปินส์มักจะออกจำหน่ายพันธบัตรในช่วงต้นปี เพื่อจะได้เงื่อนไขการกู้ยืมที่ดี และเพื่อจะได้หาเงินมาใช้ในการชำระหนี้ต่างชาติ ก่อนที่ตลาดจะแกว่งตัวผันผวนในช่วงหลังจากนั้น ในโครงการระดมทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯนี้ เงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯจะนำมาใช้ในงบประมาณประจำปีนี้ ซึ่งมีขนาด 3.35 ล้านล้านเปโซ (6.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ส่วนเงินที่เหลือจะใช้ในการชำระหนี้ งบประมาณประจำปี 2017 มีขนาดเพิ่มขึ้น 11.6% จากงบใช้จ่ายประจำปี 2016  ทั้งนี้ งบประมาณนี้จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลฟิลิปปินส์สามารถลงทุนได้มากยิ่งขึ้นในถนน, สะพาน และท่าอากาศยาน และจะเปิดโอกาสในการบรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 6.5-7.5% ที่ปธน.ดูเตอร์เตตั้งไว้สำหรับปี 2017

นายอะแมนโด เททังโก ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) กล่าวว่า BSP เตรียมที่จะเข้าแทรกแซงตลาดเงินเพื่อลดความผันผวนรุนแรงของอัตราแลกเปลี่ยน เขากล่าวว่าสิ่งที่เราไม่ต้องการเห็นในตลาดก็คือความผันผวนอย่างมากBSP เตรียมที่จะลดความผันผวนรุนแรงของอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรักษาการปรับเปลี่ยนของอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย  ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวขึ้นหรือปรับตัวลง

 

ไทย

คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ(CoST) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสโครงการก่อสร้างภาครัฐ ซึ่งต้องเปิดเผยข้อมูลให้แก่สาธารณชนรับทราบ โดยโครงการที่จะเข้าสู่การพิจารณาตามแนวทางของ CoST จะต้องเป็นโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 พันล้านบาทขึ้นไป รวมถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และโครงการที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง การดำเนินการดังกล่าว จะมีคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแล โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน  นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมครม.ว่าการเข้าร่วมโครงการนี้ จะมีการตรวจสอบข้อมูลที่โปร่งใสชัดเจน และสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ตลอดเวลา ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบการดำเนินการของทุกโครงการ ตรงนี้ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการก่อสร้าง และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เขาให้ข้อมูลว่า โครงการ CoST เป็นโครงการที่จัดทำโดยประเทศอังกฤษ ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์) ซึ่งที่ผ่านมามีหลายประเทศได้เข้าสู่โครงการนี้ โดยในอาเซียนก็มีทั้งเวียดนาม และฟิลิปปินส์  ส่วนประเทศไทย เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 57 และที่ผ่านมาได้นำโครงการบางส่วน มาทำเป็นโครงการนำร่องตามแนวทางนี้แล้ว 5 โครงการ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) คาดออกเกณฑ์จัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย(Thailand Future Fund:TFF) ได้ภายในเดือน ม.ค.นี้ โดยนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ซึ่งก.ล.ต.กำลังทำงานร่วมกับ สคร.อยู่ และคาดว่าจะออกได้ภายในเดือนม.ค.นี้ เขา กล่าวว่าปัจจุบันได้นำเสนอร่างเกณฑ์ให้คณะกรรมการของ ก.ล.ต.ซึ่งอนุมัติในหลักการแล้ว  สำหรับสัดส่วนสินทรัพย์ที่จะนำมาตั้งกองทุนนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) จะเป็นผู้จัดโครงสร้าง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สคร.กล่าวเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดว่า จะออกขายหน่วยลงทุน TFF ภายในไตรมาส 1/60 โดยมีมูลค่ารวมราว 3-4 หมื่นล้านบาท เพื่อระดมทุนไปใช้สร้างทางพิเศษ สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก โดยจะเริ่มใช้เงินก้อนแรก ประมาณเดือนพ.ค.60  โดยเมื่อเดือนก.ค.59 คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบการจัดตั้งกองทุน TFF ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีมูลค่า 1 แสนล้านบาท

คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยให้บุคคลธรรมดา และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล นำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคให้ผู้ประสบภัย ในระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.60 ไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้นจากสิทธิการหักรายจ่ายตามปกติอีก 50% ของเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาค ขณะเดียวกัน ครม.ยังเห็นชอบการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากร ให้แก่ผู้ที่อยู่ในท้องที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ สำหรับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ที่จะต้องยื่นในเดือนม.ค.และก.พ.60 โดยให้นำไปยื่นภายในวันที่ 31 มี.ค.60

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (10 มค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ รายงานข่าวชี้ว่าเทรดเดอร์จับตาการแถลงข่าวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐในวันพรุ่งนี้เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เพิ่มเติมถึงนโยบาย และทิศทางของดอลลาร์สหรัฐฯ และรอฟังความเห็นนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพฤหัสบดีนี้ ทั้งนี้นาย โดนัลด์ ทรัมป์จะจัดการแถลงข่าวในวันพุธนี้ที่นครนิวยอร์ค ซึ่งถือเป็นการจัดแถลงข่าวครั้งแรกนับตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. งานแถลงข่าวนี้จะมีขึ้นในเวลา 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์คหรือราว 23.00 น.ตามเวลาไทย

- ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (10 มค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช่าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ขณะที่นักลงทุนรอดูการแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐในวันพรุ่งนี้ และรอฟังความเห็นนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพฤหัสบดีนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 10 มค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ขณะที่นักลงทุนรอดูการแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐในวันพรุ่งนี้ และรอฟังความเห็นนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพฤหัสบดีนี้ ทั้งนี้ยูโรอ่อนค่าในช่วงตลาดสหรัฐฯโดยปัจจัยเรื่อง Brexit มีผลกดดันเงินปอนด์และยูโรมากขึ้นช่วงนี้เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าอังกฤษจะดำเนินการอย่างแข็งกร้าวในการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู)  โดยจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเกี่ยวกับการควบคุมการอพยพเข้าประเทศ มากกว่าการเข้าถึงตลาดเดียวของอียู

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ( 10 มค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลงเล็กน้อยในวันอังคาร ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงกดดันกลุ่มพลังงาน แม้หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นก็ตาม ดัชนี S&P 500 ทรงตัว แต่ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ดีนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.16% สู่ 19,855.53, ดัชนี S&P 500 ปิด ทรงตัวที่ 2,268.90 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.36% สู่ 5,551.82

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร ( 10 มค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งทางบวกและลบ โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.8% มาอยู่ที่ 19,301.44  ขณะที่เยนที่แข็งค่ากดดันหุ้นกลุ่มส่งออก แต่ความหวังที่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ ช่วยสกัดแรงลบของตลาด ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.29% มาอยู่ที่ 3,161.89 โดยหุ้นกลุ่มต่างๆปรับตัวขึ้นลงแตกต่างกัน โดยหุ้นกลุ่มขนส่งและกลุ่มวัสดุนำตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน และกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น 0.83% สู่ระดับ 22,744.85  ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของจีนเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากการขายทำกำไรหุ้นรัฐวิสาหกิจบางตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้วจากความหวังเรื่องการปรับโครงสร้าง

- ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 10 มค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดเพิ่มขึ้น 8.02 จุด โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มพลังงาน ขณะที่วันนี้นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 1,028.98 ล้านบาท

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 11 ม.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday280
mod_vvisit_counterAll days280

We have: 280 guests online
Your IP: 23.20.202.156
 , 
Today: Apr 23, 2017

4170552