Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 09 August 2018 09:20

สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ

นายโธมัส บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาริชมอนด์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยนายบาร์กินกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของFed ได้อยู่ต่ำกว่าระดับปกติ ซึ่งบ่งชี้ว่านโยบายของ Fed ยังคงกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ นายบาร์กินยังได้กล่าวถึงนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเขากำลังศึกษาผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจจากการที่สหรัฐปรับขึ้นอัตราภาษีต่อประเทศคู่ค้า โดยเขาตั้งข้อสังเกตุว่าการตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีจะสร้างแรงกดดันทั้งในช่วงขาขึ้นและขาลงต่ออัตราเงินเฟ้อ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุคาดว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในไตรมาส 4 ของปีนี้ จากการใช้นโยบายเศรษฐกิจและการค้าของเขา แม้กำลังต่อสู้กับจีนในเรื่องการค้า ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวในงานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อวานนี้ ซึ่งเขาเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงผู้นำภาคเอกชนรายใหญ่ของสหรัฐที่สโมสรกอล์ฟส่วนตัวของเขาที่เมืองเบดมินส์เตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ทั้งนี้ รายชื่อบริษัทส่วนหนึ่งที่ผู้บริหารได้รับเชิญไปในงานเลี้ยงวานนี้ ได้แก่ บริษัทเฟียต ไครสเลอร์, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน,  เป๊ปซี่ โค, มาสเตอร์ การ์ด และโบอิ้ง

นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออีกครั้งหนึ่ง เพื่อพบปะกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ นายโบลตันกล่าวว่า เกาหลีเหนือยังคงไม่ได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ แม้ว่ามีการทำข้อตกลงระหว่างนายคิม และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์ในเดือนมิ.ย.

ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนในเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แตะที่ 3.1179 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนได้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย.แถลงการณ์ของธนาคารจีนระบุว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนได้ปรับตัวขึ้นในเดือนก.ค.ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่มีการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องและตลาดปริวรรตเงินตราที่อยู่ในภาวะสมดุล

สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) เปิดเผยว่า ยอดนำเข้าเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 20.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเดือนมิ.ย.ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 6% ขณะที่ยอดการส่งออกเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือนมิ.ย. โดยทั้งยอดนำเข้าและส่งออกเดือนก.ค.ตามรายงานดังกล่าวนั้น พิจารณาในรูปของสกุลเงินหยวนทั้งนี้ จีนมียอดเกินดุลการค้าเดือนก.ค.ลดลงสู่ระดับ 1.7696 แสนล้านหยวน (2.591 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 2.619 แสนล้านหยวน ส่วนยอดส่งออกในช่วงเดือนม.ค.-ก.ค. เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดนำเข้าขยายตัว 12.9% ซึ่งส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้า 1.06 ล้านล้านหยวนในช่วงเวลาดังกล่าว

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้เรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์ใช้มาตรการป้องกันพฤติกรรมแห่ตามกลุ่ม (herd behavior) ในตลาดปริวรรตเงินตรา หรือพฤติกรรมที่นักลงทุนแห่ซื้อขายตามๆกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาด ทั้งนี้ PBOC ได้ประชุมร่วมกับธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของประเทศ โดยระบุว่า จีนจะเดินหน้าลดแรงกดดันที่มีต่อเงินหยวนผ่านกระบวนการที่เหมาะสม โดยจะไม่ฝืนกลไกของตลาด รวมถึงจะออกมาตรการเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับเงินหยวน ถึงแม้จะอ่อนค่าลงอย่างหนักตั้งแต่เดือนมิ.ย. นอกจากนี้ PBOC ยังกล่าวด้วยว่า ทางแบงก์ชาติมีเครื่องมือมากมายที่จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในตลาด โดยจะพยายามรักษาความยืดหยุ่นของเงินหยวน และเปิดทางให้เงินหยวนสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทาง

สำนักงานสถิติเกาหลีใต้เปิดเผยว่า อุปทานในอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งครอบคลุมถึงสินค้าที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศนั้น ขยายตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาสจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ อุปทานการผลิตภายในประเทศขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 2 จากระดับปีที่แล้ว ซึ่งขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ขยายตัว 0.8% ในไตรมาสแรกผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการผลิตในโรงงานท้องถิ่น เพิ่มขึ้น 0.5% เนื่องจากการผลิตแทงก์น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเยือนเกาหลีใต้เพิ่มมากขึ้น ทำให้อุปทานสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยขณะที่สินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 0.2% ในไตรมาส 2 หลังจากที่ขยายตัว 6.1% ในไตรมาส 1 เนื่องจากความต้องการอุปกรณ์เครื่องจักรที่ชะลอลง

 

สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดย 1 เสียงดังกล่าวเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.75% ต่อปี นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ตามแรงส่งจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีทิศทางเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

 

ปัจจัยต่างประเทศ (9 สิงหาคม 2561): ตามเวลาประเทศไทย

ประเทศ    ปัจจัย

USA       - จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

- ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค.

- สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมิ.ย.

Source: https://www.ryt9.com/s/iq24/2866302

 

ปัจจัยในประเทศ

วันที่          ปัจจัย

สัปดาห์ที่ 3     สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่ 3     สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน

Source: https://www.ryt9.com/s/iq03/2851586

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพุธ (8 ส.ค.) เงินบาททรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้เงินหยวนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้แม้ว่าเมื่อช่วงค่ำวันอังคารที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติมในอัตรา 25% วงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ โดยมาตรการนี้มีขึ้นหลังจากสหรัฐฯออกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนล็อตแรกในอัตรา 25% วงเงิน 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา และหลังจากนั้นไม่นาน จีนก็ได้ออกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐในอัตราและวงเงินที่เท่ากัน ทั้งนี้สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนที่ผ่านมาส่งผลให้เงินหยวนอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และส่งผลให้ทางการจีนออกมาตรการเพื่อชะลอการอ่อนค่าของหยวนไม่ให้อ่อนค่าลงแรงเกินไปเนื่องจากอาจจะส่งผลลบต่อความเชื่อมั่น อย่างไรก็ดีก็ยังมีแนวโน้มที่ทางการจีนจะยอมให้หยวนค่อยๆอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อลดผลของมาตรการกำแพงภาษีนำเข้า ขณะที่วันนี้ทางการจีนรายงานว่าการส่งออกของจีนเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมายังขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกรกฎาคม 2561 การส่งออกของจีนเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี พิจารณาในรูปของสกุลเงินหยวน ส่วนยอดส่งออกในช่วงเดือนม.ค.-ก.ค. เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี

- ดอลลาร์/เยน วันพุธ (8 ส.ค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ก่อนที่สหรัฐและญี่ปุ่นจะจัดการเจรจาการค้าในวันพฤหัสนี้ที่กรุงวอชิงตัน

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ (8 ส.ค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯชะลการแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่ โดยนักวิเคราะห์มองว่ามาตรการกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯอาจจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯเช่นกัน และทำให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯใน 1-2 ปีข้างหน้าอาจจะชะลอลง

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันพุธ (8 ส.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากทั้งสองประเทศต่างก็ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 25% เมื่อวานนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากการลดลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างหนัก รวมทั้งผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดของบริษัทจดทะเบียน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,583.75  ลดลง 0.18% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,857.70 ลดลง 0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,888.33 เพิ่มขึ้น 0.06%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ (8 ส.ค.)ดัชนีนิกเกอิปิดปรับตัวลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรก่อนที่สหรัฐและญี่ปุ่นจะจัดการเจรจาการค้าในวันพฤหัสนี้ที่กรุงวอชิงตัน โดยดัชนีนิกเกอิปิดลบ 0.08% มาอยู่ที่ 22,644.31 หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงในวันนี้ นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่หุ้นกลุ่มสารสนเทศ และกลุ่มเครื่องจักร ปรับตัวขึ้น ทั้งนี้รายงานข่าวชี้ว่านักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และนายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีฝ่ายกิจการกระตุ้นศรษฐกิจของญี่ปุ่น จะจัดการประชุมในวันพรุ่งนี้ เพื่อหารือในประเด็นการค้า เช่น ประเด็นภาษีนำเข้ารถยนต์ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดวันนี้ลดลง ภายหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติมในอัตรา 25% วงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 1.27% ปิดที่ 2,744.07 สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.39% ปิดวันนี้ที่ 28,359.14

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ (8 สค.)ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นนำโดยหุ้นในกลุ่มพาณิชย์ การแพทย์ และกลุ่มเทคโนโลยี โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 14.38 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 9 ส.ค. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday26505
mod_vvisit_counterYesterday27025
mod_vvisit_counterAll days80956298

We have: 269 guests online
Your IP: 54.159.44.54
 , 
Today: Nov 16, 2018

4087960