Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 12 September 2018 09:42

สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.6%  โดยต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นซึ่งระบุว่าเพิ่มขึ้น 0.7% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิถุนายน และเมื่อเทียบรายปี สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.0% (yoy) ขณะเดียวกัน ยอดขายในภาคค้าส่งทรงตัวในเดือนกรกฎาคม หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ จากยอดขายและสต็อกสินค้าคงคลังดังกล่าวบ่งชี้ว่า ผู้ค้าส่งจะใช้เวลา 1.26 เดือนในการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดในสต็อก โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.25 เดือนในเดือนมิถุนายน

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สหรัฐกำลังพิจารณาจัดการประชุมสุดยอดระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า การประชุมกันครั้งที่ 2 ระหว่างนายทรัมป์และคิมนั้นมีความเป็นไปได้ ซึ่งอาจจะจัดขึ้นก่อนช่วงสิ้นปีนี้ หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกันมาแล้วที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

นายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ในประเด็นการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ EU จะบรรลุข้อตกลง Brexit กับอังกฤษภายในเวลา 6-8 สัปดาห์ นายบาร์นิเยร์กล่าวว่าเมื่อพิจารณาเงื่อนไขของเวลาสำหรับกระบวนการให้สัตยาบันในสภาสามัญชนของอังกฤษ รวมทั้งในรัฐสภายุโรป และคณะมนตรียุโรป เราจะต้องทำข้อตกลงก่อนเริ่มเดือนพ.ย. ซึ่งเขาคิดว่าเป็นไปได้ เมื่อวันศุกร์ นายบาร์นิเยร์กล่าวว่า EU เปิดกว้างต่อแนวทางอื่นๆในการแก้ไขปัญหาชายแดนของไอร์แลนด์ นอกเหนือจากข้อเสนอของ EU ทั้งนี้ ประเด็นชายแดนไอร์แลนด์กับไอร์แลนด์เหนือถือเป็นประเด็นที่มีความเปราะบางมากที่สุดในการเจรจาข้อตกลง Brexit ระหว่างอังกฤษและ EU นักลงทุนมองว่าถ้อยแถลงของนายบาร์นิเยร์เป็นการส่งสัญญาณท่าทีที่ผ่อนคลายของ EU ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงก่อนถึงกำหนดเส้นตายการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU อย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นเดือนมึ.ค.ปีหน้า

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป หรือ ZEW รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในเดือนกันยายนลดลง 10.6 จากที่ลดลง 13.7 เมื่อเดือนสิงหาคม โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวลดลง 14.0 ส่วนดัชนีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 76.0 ในเดือนกันยายน จากระดับ 72.6 ในเดือนสิงหาคม โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวลดลงแตะ 72.0 นอกจากนี้ ZEW ยังได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจยูโรโซนในเดือนกันยายนลดลง 7.2 จากที่ลดลง 11.1 ในเดือนสิงหาคม โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดไว้ว่าจะลดลง 10.9

สกุลเงินรูเบิลของรัสเซียอ่อนค่าแตะแนว 70 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2559 ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรามอสโกเมื่อคืนนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่จากสหรัฐสำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างข้อมูลบนเว็บไซต์ของตลาดปริวรรตเงินตรามอสโกว่า สกุลเงินรูเบิลเคลื่อนไหวที่ระดับ 70.51 รูเบิลต่อดอลลาร์ฯในระหว่างวัน ก่อนที่จะอ่อนค่าแตะระดับ 70.36 รูเบิลต่อดอลลาร์ฯ ส่วนระดับปิดของรูเบิลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 69.91 รูเบิลต่อดอลลาร์ฯ สกุลเงินรูเบิลได้รับแรงกดดันหลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบุคลากรของรัสเซีย 38 ราย ซึ่งรวมถึงผู้นำธุรกิจ 7 ราย และเจ้าหน้าที่ระดับสูง 17 ราย ต่อมาในเดือนก.ค. คณะทำงานของสหรัฐได้ตัดสินใจคว่ำบาตรรัสเซียอีกครั้ง โดยระบุว่ารัฐบาลรัสเซียได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศปี 2534 ซึ่งได้ห้ามการใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธชีวภาพ

รัฐบาลอังกฤษออกแถลงการณ์ระบุว่า นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้ตกลงที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนถึงสิ้นเดือนม.ค.2563 เพื่อดูแลให้การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้ นายมาร์ค คาร์นีย์มีกำหนดพ้นวาระการดำรงตำแหน่งในช่วงสิ้นเดือนมิ.ย.ในปีหน้า ขณะที่กำหนดเส้นตายในวันที่ 29 มี.ค.ปีหน้าที่อังกฤษจะต้องแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) อย่างเป็นทางการ

นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนจะตอบโต้สหรัฐ หากสหรัฐเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ต่อสินค้าจีน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่วงเงิน 2.67 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกเหนือจากที่มีแผนเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ฯ ทั่วโลกกำลังจับตาท่าทีของปธน.ทรัมป์ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ฯเมื่อใด หลังจากผ่านพ้นกำหนดเส้นตายในวันที่ 6 ก.ย.สำหรับการทำประชาพิจารณ์จากภาคส่วนต่างๆของสหรัฐต่อมาตรการดังกล่าว นายเกิงกล่าวว่าหากสหรัฐเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนครั้งใหม่ จีนก็จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการดำเนินการตอบโต้เพื่อใช้สิทธิอันชอบธรรมของจีน ขณะนี้ สหรัฐและจีนได้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าแต่ละฝ่ายในวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯนับตั้งแต่เดือนก.ค. ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้ารุนแรงขึ้น แม้มีการเจรจาแก้ไขข้อพิพาททางการค้าหลายรอบ เมื่อเดือนที่แล้ว จีนเปิดเผยรายชื่อสินค้าสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ฯที่จีนเตรียมตอบโต้ หากสหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ฯ

ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยเนชันแนล ออสเตรเลีย แบงก์ (NAB) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของออสเตรเลียปรับตัวลงสู่ระดับ 4 จุดในเดือนส.ค. จากระดับ 7 จุดในเดือนก.ค. โดยดัชนีความเชื่อมั่นเดือนส.ค.ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ทั้งนี้ NAB ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจในรอบสัปดาห์หลังวันที่ 24 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่นายสก็อตต์ มอร์ริสัน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคลิเบอรัล และก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทนนายเทิร์นบูล

 

ปัจจัยต่างประเทศ (12 กันยายน 2561): ตามเวลาประเทศไทย

 

ประเทศ   ปัจจัย

EU     - การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.

USA    - ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนส.ค.

- สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

- รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)(เช้าวันที่ 13 ก.ย.)

Source: https://www.ryt9.com/s/iq24/2883918

 

ปัจจัยในประเทศ

วันที่        ปัจจัย

สัปดาห์ที่ 2 - ศูนย์วิจัยทองคำแถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ

- สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน

12 ก.ย.  - ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)

Source: https://www.ryt9.com/s/iq03/2880769

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (11 ก.ย.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็ระมัดระวังโดยจับตาดูว่าสหรัฐฯจะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีกเมื่อใด

- ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (11 ก.ย.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ ขณะที่มีรายงานข่าวว่าผู้ผลิตอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ของญี่ปุ่นได้ซื้อกิจการของผู้ประกอบการในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็ระมัดระวังโดยจับตาดูว่าสหรัฐฯจะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีกเมื่อใด

- ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร (11 ก.ย.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ เช่นเดียวกับเงินปอนด์ของอังกฤษที่แข็งค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากข่าวที่ว่าหัวหน้าทีมเจรจาของสหภาพยุโรปมีความหวังมากขึ้นต่อการที่การเจรจา Brexit จะสำเร็จในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่การประชุมธนาคารกลางยุโรปและธนาคารอังกฤษในวันพฤหัสนี้นักวิเคราะห์คาดว่าจะคงนโยบายการเงิน อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันอังคาร(11 ก.ย.) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นของหุ้นเทคโนโลยี นำโดยหุ้นแอปเปิล ก่อนที่ทางบริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ iPhone X ใหม่ 3 รุ่น ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มพลังงานก็เพิ่มขึ้นขานรับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นกว่า 2% อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยรายงานล่าสุดระบุว่าจีนเตรียมขออนุมัติจากองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อทำการคว่ำบาตรสหรัฐฯ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,971.06 จุด เพิ่มขึ้น 0.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,887.89 จุด เพิ่มขึ้น 0.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,972.47 จุด เพิ่มขึ้น 0.61%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (11 ก.ย) ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นนิวยอร์กเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินเยนยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออกด้วย โดยดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 1.30% มาอยู่ที่ 22,664.69 หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน กลุ่มเวชภัณฑ์ และกลุ่มอาหาร ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดวันนี้ลดลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.18% ปิดที่ 2,664.80 ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดวันนี้ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน รวมทั้งความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ โดยดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.72% ปิดวันนี้ที่ 26,422.55

- ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร (11 กย.)ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวแคบๆในช่วงเช้า ขณะที่ในช่วงบ่ายดัชนีลดลง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 19.09 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 12 ก.ย. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday24677
mod_vvisit_counterYesterday38922
mod_vvisit_counterAll days81994696

We have: 582 guests online
Your IP: 52.91.245.237
 , 
Today: Dec 15, 2018

4087504