|
Friday, 27 August 2010 11:07 |
|
บล.ฟิลลิป : SINGER แนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐานปี 2554 อยู่ที่ 3.90 บาท
คาดเห็นผลประกอบการปีหน้าฟื้นตัวต่อเนื่อง กำไรงวด 6 เดือน 2553 มีจำนวน 36.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.8% YoY โดยเป็นผลหลักจากยอดขายเครื่องปรับอากาศที่สูงถึง 17,000 เครื่อง
กำไรทั้งปี 2553 คาดไว้ที่ 77.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.3% จาก 36.53 ล้านบาท YoYขาดทุนสะสมจะลดลงมาเหลือเพียง 5.73 ล้านบาท
กำไรของปี 2554 คาดขยายตัวได้ต่อเนื่อง 38.1% YoY สู่ 106.61 ล้านบาท โดยคาดสามารถกลับมาจ่ายปันผลได้ อยู่ที่ว่าคณะกรรมการจะมีมติอย่างไร
ราคาพื้นฐานปี 2554 อยู่ที่ 3.90 บาท/หุ้น โดยทางฝ่ายปรับคำแนะนำเป็น 'ซื้อ'
ผลกำไรงวด 6 เดือน 2553 ขยายตัว 25.8% YoY กำไรงวด 6 เดือน 2553 มีจำนวน 36.88 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 25.8% YoY รายได้รวมขยายตัว 15.1% จากยอดขายเครื่องปรับอากาศที่สูงถึง 17,000 เครื่องจากอากาศที่ร้อนจัดและแคมเปญผ่อนวันละ 30 บาท อย่างไรก็ตามอัตรา Gross Profit Margin ปรับลงจากการส่งเสริมการขายเครื่องปรับอากาศโดยไม่คิดค่าติดตั้งในช่วงแรก ด้านอัตรา Cost/Income คุมได้ดีขึ้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 48.5% เทียบ 58.6% YoY
ในครึ่งปีแรกยอดขายเครื่องปรับอากาศมีสัดส่วนสูงถึง 31% ของยอดขายรวมเทียบเพียง3% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่ผลิตภัณฑ์ใหม่คือตู้เติมเงินโทรศัพท์ (Airtime Vending Machine) ที่เริ่มขายมาได้ราว 6 เดือนมีสัดส่วนอยู่ที่ 4%
ผลประกอบการปี 2553 คาดขยายตัวได้ 111.3% YoY ผู้บริหารคาดรายได้ปี 2553 จะขยับขึ้นแตะระดับ 2,000 ล้านบาทได้ ซึ่งปกติแล้วรายได้ 1H : 2Hจะอยู่ในสัดส่วน 55 : 45 ทั้งนี้ทางฝ่ายมองปัจจัยสนับสนุนได้แก่: 1) ยอดขายเครื่องปรับอากาศที่ยังคงไปได้แม้จะปรับลงจาก 1H จากอากาศที่ไม่ร้อนเท่า โดยผู้บริหารคาดยอดขายทั้งปีอยู่ที่ 25,000 เครื่องหรือเท่ากับยอดขาย 8,000 เครื่องใน 2H53 ยอดขายทั้งปีที่ราว 600 ล้านบาท2) ยอดขายตู้เติมเงินโครศัพท์คาดปรับตัวสูงขึ้น โดยครึ่งปีแรกขายไปแล้ว 1,200 เครื่อง เป้าทั้งปีอยู่ที่2,150 เครื่อง รับรู้รายได้ราว 100 ล้านบาท 3) เป้ายอดขายตู้แช่อยู่ที่ 15,000 เครื่องคิดเป็นรายได้400 ล้านบาท 4) นอกจากนี้บริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ทีวีดาวเทียม โฮมเธียเตอร์เครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ เครื่องสูบน้ำ รวมถึงแผนเปิดสาขาอีก 5 สาขาจากที่ได้เปิดไปแล้ว 5 สาขาใน1H53 ส่งผลให้มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 180 แห่ง
กำไร 2H53 คาดอยู่ที่ 40.33 ล้านบาท โดยกำไรทั้งปี 2553 จะอยู่ที่ 77.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.3%จาก 36.53 ล้านบาท YoY และปรับขึ้นจากประมาณการเดิมของฝ่ายที่ 47.11 ล้านบาทอยู่ 63.9%ขาดทุนสะสมจะลดลงมาเหลือเพียง 5.73 ล้านบาท
คาดปี 2554 จะสามารถกลับมาจ่ายปันผลได้หลังล้างขาดทุนหมด ทางฝ่ายมองว่าการปรับโครงสร้างการบริหารธุรกิจใหม่เป็น 2 กลุ่ม คือ Consumer และกลุ่มลูกค้าที่เป็นโชห่วย/ SME จะทำให้การบริหารในส่วนที่เป็นบุคลากรมีความคล่องตัวมากขึ้น นอกจากนี้การจับฐานลูกค้าแถบชุมชนในเขตตัวเมืองมากขึ้นคาดจะช่วยลดผลกระทบของการอิงกับฐานเกษตรกรที่มีการบริโภคที่เป็นฤดูกาล ทั้งนี้ทางฝ่ายคาดหมายรายได้ปี 2554 ขยายตัวได้ต่อเนื่องราว 10.5% จากการขยายตัวของทั้งยอดขายและดอกเบี้ยรับ ด้าน Gross Profit Margin คาดขยับสูงขึ้นเล็กน้อยขณะอัตราค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงจากฐานรายได้ที่ขยายตัว โดยกำไรของปี2554 คาดไว้ที่ 106.61 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 38.1% YoY
จากผลขาดทุน ณ สิ้นปี 2553 ที่เหลือไม่มากทำให้คาดว่าภายในไตรมาสแรก 2554 จะสามารถล้างได้หมดทำให้กลับมาจ่ายปันผลได้อีกครั้งหลังจากที่จ่ายครั้งสุดท้ายสำหรับครึ่งแรกของปี 2548อย่างไรก็ตามการจะจ่ายปันผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกรรมการบริษัทเนื่องจากอาจมีโครงการใช้เงินลงทุนขยายธุรกิจ ทั้งนี้ในประมาณการของฝ่ายนั้นยังไม่ได้คำนึงเรื่องปันผลสำหรับนโยบายปันผลของบริษัทนั้นอยู่ที่ไม่เกิน 60% ของกำไรสุทธิ
ราคาพื้นฐานปี 2553-54 อยู่ที่ 3.06 บาท/หุ้นและ 3.90 บาท/หุ้น ตามลำดับ จากผลประกอบการที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ทางฝ่ายจึงปรับสมมุติฐาน ROE มาที่ 13.5% ส่งผลให้มูลค่า P/BV และ P/E ที่เหมาะสมอยู่ที่ 1.4 เท่าและ 10.3 เท่าตามลำดับ โดยราคาพื้นฐานอิงกับค่าเฉลี่ยตามมูลค่าดังกล่าวจะอยู่ที่ 3.06 บาท/หุ้นในปี 2553 และปรับขึ้นสู่ 3.90 บาท/หุ้นในปี 2554ทางฝ่ายปรับคำแนะนำเป็น 'ซื้อ' สำหรับหุ้น SINGER บนมุมมองเป็น Recovery Play
|
Comments