|
ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีหนุนการบริจาคเงินบูรณะโบราณสถาน
|
|
|
|
|
Tuesday, 04 June 2013 22:20 |
|
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 4 มิถุนายน 2556
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเงินเพื่อบูรณะโบราณสถาน
โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ เพื่อจูงใจให้ประชาชนบริจาคเงินให้แก่กรมศิลปากร
โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. กรณีทั่วไป
เป็นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตลอดไป
โดยผู้บริจาคสามารถนำเงินบริจาคให้แก่กรมศิลปากรเพื่อการบูรณะโบราณสถานฯ
มาหักเป็นค่าลดหย่อนได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47
(7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว
ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว
ทั้งนี้ สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2556 ที่ต้องยื่นรายการในปี
พ.ศ. 2557 เป็นต้นไป
2. กรณีพิเศษ
เพื่อการกระตุ้นและจูงใจให้มีการบริจาค
ผู้บริจาคสามารถนำเงินที่บริจาคให้แก่กรมศิลปากรเพื่อการบูรณะโบราณสถานฯ
มาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค
แต่เมื่อรวมกับเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นสำหรับการจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาตามโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบ
และสำหรับการบริจาคให้แก่สถานศึกษาเพื่อสนับสนุนการศึกษา รวมทั้งสำหรับการบริจาคเพื่อสนับสนุนการกีฬาแล้ว
ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนนั้น ทั้งนี้
สำหรับการบริจาคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 ถึงวันที่ 31
ธันวาคม
พ.ศ. 2558
นายทนุศักดิ์
เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “เนื่องจากประเทศไทยได้ประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่
ซึ่งส่งผลให้โบราณสถานหลายแห่งได้รับความเสียหาย
กรมศิลปากรจึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อการบูรณะซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม
การกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยให้ประชาชนที่บริจาคเงินให้แก่กรมศิลปากรเพื่อการบูรณะโบราณสถานฯ
สามารถนำเงินบริจาคมาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ทั้งในกรณีทั่วไปและกรณีพิเศษ
จะเป็นการกระตุ้นและจูงใจให้ประชาชนมีการบริจาคเพิ่มขึ้น
ดร.สาธิต
รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “มาตรการภาษีดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนการซ่อมแซมและบูรณะโบราณสถานของกรมศิลปากร
อันจะเป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
และจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้สถานที่และสิ่งสำคัญที่เป็นมรดกของชาติสืบต่อไป”
|
Comments