| อาเซียนเร่งดันสมาชิกลดภาษีสินค้า ให้แล้วเสร็จในปี 2558 |
|
|
|
| Wednesday, 25 June 2014 15:39 | |||
|
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการประสานงานการดำเนินการภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (Coordinating Committee on ATIGA) ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 9-13 มิถุนายน 2557 ณ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับการประชุมคณะอนุกรรมการความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งกรมศุลกากรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก และการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายว่าด้วยความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน โดยมีสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมประชุมรวมประมาณ 100 คน
นายสมเกียรติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนักกฏหมายของประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมการหารือและผลักดันการดำเนินการลดภาษีสินค้าระหว่างกัน โดยประเทศสมาชิกเก่าของอาเซียนทั้ง 6 ประเทศได้ลดภาษีเป็น 0 ตั้งแต่ปี 2553 ในขณะที่ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนม่าร์ และเวียดนาม จะต้องดำเนินการยกเลิกภาษีให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการลดภาษีเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงสินค้าบางรายการ ที่เป็นสินค้าทีมีความอ่อนไหวของแต่ละประเทศ เช่น ข้าว น้ำตาล ผักและผลไม้บางชนิด เนื้อสัตว์บางชนิด กาแฟ และยาสูบ เป็นต้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือมาตรการกีดกันทางการค้าที่กระทบต่อการส่งออกและนำเข้าสินค้าภายในอาเซียน ซึ่งไทยได้หยิบยกและติดตามการแก้ไขปัญหามาตรการควบคุมนำเข้าพืชสวนของอินโดนีเซีย ที่มีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย อินโดนีเซียได้หยิบยกประเด็นการลอกเลียนแบบสินค้ากาแฟของอินโดนีเซียในมาเลเซีย ในขณะที่กัมพูชาและลาวได้หยิบยกประเด็นมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย โดยอ้างว่าไทยกีดกันการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากอาเซียน ทำให้เกษตรกรลาวและกัมพูชาไม่สามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวมายังไทยได้
รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาเซียนได้เริ่มเจรจาจัดทำระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองโดยผู้ส่งออก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ส่งออกนอกจากการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า โดยเป็นการต่อยอดจากการที่อาเซียนได้มีโครงการนำร่องระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง โครงการที่ 1 มาตั้งแต่ปี 2553 โดยมีบรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทยเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งปัจจุบันไทยมีผู้ส่งออกที่ได้ลงทะเบียนในโครงการที่ 1 แล้ว 83 ราย และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อาเซียนได้เริ่มต้นโครงการนำร่องระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง โครงการที่ 2 ซึ่งมีอินโดนีเซีย ลาว และฟิลิปปินส์เป็นสมาชิก โดยระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองโดยผู้ส่งออกนี้ จะช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกทางการค้า และส่งเสริมการเคลื่อนย้ายสินค้าโดยเสรีในกลุ่มอาเซียนภายในปี 2558
นอกจากนี้ อาเซียนยังได้เริ่มต้นจัดทำคลังข้อมูลการค้าของอาเซียน (ASEAN Trade Repository) เพื่อเป็นแหล่งรวมรวมข้อมูลด้านมาตรการทางการค้าทั้งหมดของทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจที่ต้องการข้อมูลได้อีกทางหนึ่ง โดยอาเซียนได้กำหนดเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 พร้อมกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
|






![]() | Today | 902 |
![]() | All days | 902 |
Comments