Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News ทียูเอฟ โชวผลประกอบการปี 2557 สร้างสถิติใหม่สูงสุด
ทียูเอฟ โชวผลประกอบการปี 2557 สร้างสถิติใหม่สูงสุด PDF Print E-mail
Monday, 02 March 2015 20:43

•             ยอดขายรวมของกลุ่มทียูเอฟตลอดปี 2557 สูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 121.4 พันล้านบาท เติบโต 7.6 เปอร์เซนต์

•             กำไรสุทธิประจำปีสูงสุดที่ 5.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.5 เปอร์เซนต์ จากเดิม 2.85 พันล้านบาทในปี 2556

•             กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.099 บาท เพิ่มขึ้น 76.7 เปอร์เซนต์ ในปี 2557

•             กำไรสุทธิก่อนหักดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมเพิ่มขึ้น 39.8 เปอร์เซนต์ ในปี 2557

•             ทียูเอฟประกาศการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2557 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท

•             ทียูเอฟ คาดผลประกอบการดีต่อเนื่องด้วยเป้ายอดขายที่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 นี้

 

(2 มี.ค. 2558) – บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทียูเอฟ รายงานผลประกอบการดีเด่นประจำไตรมาสที่สี่และประจำปี 2557  โดยมียอดขายรวมของกลุ่ม ทียูเอฟตลอดปี 2557 สูงสุด 121.4 พันล้านบาท หรือ 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นผลประกอบการดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกครั้ง  โดยยอดขายสูงสุดเป็นผลมาจากการเข้ามาของเมอร์อไลอันซ์ และคิงออสการ์ ซึงทียูเอฟได้เข้าซื้อกิจการดังกล่าวตั้งแต่เดือนกันยายน 2557  นอกจากนี้ยังมีกำไรสุทธิประจำปีอยู่ที่ 5.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.5 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับปีก่อน การขยายตัวของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของรายได้ในทุกหน่วยธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจปลาทูน่า

 

ทียูเอฟ รายงานกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมของปี 2557 นี้ เพิ่มขึ้น 39.8 เปอร์เซนต์ และมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.099 บาท เพิ่มขึ้น 76.7 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

ผลประกอบการไตรมาสสี่ มียอดขายเพิ่มขึ้น 7.7 เปอร์เซนต์ อันเป็นผลมาจากการดำเนินการในหลายมาตรการของบริษัทฯ ได้แก่ การริเริ่มกลยุทธ์ในธุรกิจผลิตภัณฑ์แบรนด์ การปรับปรุงผลิตภาพเพื่อความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงผลบวกจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาของเมอร์อไลอันซ์ และคิงออสการ์ โดยทียูเอฟ มียอดขายประจำไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย ที่ 32.8 พันล้านบาทหรือที่ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 30.8 พันล้านบาท

 

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทียูเอฟ ผู้นำและเชี่ยวชาญด้านอาหารทะเล และผู้ผลิตทูน่าบรรจุกระป๋องอันดับหนึ่งของโลก กล่าวว่า “ถือเป็นอีกปีที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทียูเอฟทั้งเรื่องกำไรสุทธิและยอดขายรวมสูงสุด  ผลประกอบการปี 2557 บ่งชี้การเติบโตที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากหมวดหมู่แบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และประสิทธิภาพการจัดการด้านต้นทุน  การดำเนินการเหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งสำคัญควบคู่ไปกับการยกระดับการคัดสรรวัตถุดิบ การผสานร่วมกันทั้งด้านการผลิตและการตลาดกับบริษัทใหม่ที่เข้ามาอย่าง เมอร์อไลอันซ์ และคิงออสการ์ ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในเวลาอีกไม่นาน  ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะขับเคลื่อนผลการดำเนินงานและการเติบโตที่แข็งแกร่ง”

 

ภาพรวมสัดส่วนรายได้ของ 6 กลุ่มธุรกิจแบ่งตามผลิตภัณฑ์หลักของทียูเอฟของปี 2557 มีผลงานโดดเด่นดังนี้ กลุ่มธุรกิจปลาทูน่ามีสัดส่วนรายได้เท่ากับ 44  เปอร์เซนต์ กลุ่มธุรกิจกุ้งและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกุ้ง 24 เปอร์เซนต์ กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 7 เปอร์เซนต์ กลุ่มธุรกิจปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรล 5 เปอร์เซนต์ กลุ่มธุรกิจปลาแซลมอน 5 เปอร์เซนต์ และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์อื่นๆ 15 เปอร์เซนต์  ขณะที่สัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจทียูเอฟ ประจำปี 2557 โดยแบ่งตามตลาดมีดังนี้ สหรัฐอเมริกา มีสัดส่วน 44 เปอร์เซนต์ ยุโรป 29 เปอร์เซนต์ ตลาดในประเทศ 7 เปอร์เซนต์ ญี่ปุ่น 7 เปอร์เซนต์ และตลาดอื่นๆ รวม 13 เปอร์เซนต์

 

บริษัทฯ มีผลกำไรที่โดดเด่นในกลุ่มธุรกิจปลาทูน่า  นอกจากนี้ผลประกอบการที่น่าพอใจมาจากการเติบโตของกำไรสุทธิในธุรกิจปลาแซลมอน อันเป็นผลมาจากการรวมกิจการของเมอร์อไลอันซ์  และในกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของล็อบสเตอร์ ซึ่งดำเนินงานโดยชิคเก้นออฟเดอะซี โฟรเซ่น ฟู้ด บริษัทในเครือในสหรัฐอเมริกา

 

ผลจากการดำเนินการที่โดดเด่นในปี 2557 ทำให้ภาพรวมธุรกิจของทียูเอฟในปี 2558 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นายธีรพงศ์ กล่าวต่อ “ธุรกิจเรามีแนวโน้มที่ดีต่อไปในปีนี้ โดยเราจะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคในตลาดต่างๆ ทั่วโลก ด้วยการนำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมี่ยม  และบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนการลงทุนอันโดดเด่นแก่ผู้ถือหุ้นและทียูเอฟ เพื่อสร้างการเติบโตให้ต่อเนื่องต่อไป”

 

เป้าหมายยอดขายรวมของบริษัทฯ ประจำปี 2558 นี้อยู่ที่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีโอกาสจากการเจริญเติบโตที่มาจากภายในธุรกิจหลักของบริษัท และการมุ่งเน้นที่กลยุทธ์การรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวของธุรกิจ “การที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสเหล่านี้ เราต้องดำเนินการด้วยการรักษาระเบียบวินัยทางการเงิน ในขณะเดียวกันก็ต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภค และที่สำคัญมากคือการยึดมั่นแนวทางความยั่งยืนในการดำเนินการทุกหน่วยธุรกิจ” นายธีรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติม

 

“ทียูเอฟ ได้ประกาศการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2557 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท ซึ่งเป็นผลจากนโยบายการจ่ายเงินปันผลเกิน 50 เปอร์เซนต์ของกำไรสุทธิ และช่วยยืนยันเจตนารมย์อันแน่วแน่ของฝ่ายบริหารในการดำเนินนโยบายกระจายเงินปันผลที่แข็งแกร่ง  เราปรารถนาให้ผู้ถือหุ้นของเรามีส่วนร่วมกับการเติบโตสูงสุดของธุรกิจเรา”

 

“หลังจากที่เรามุ่งเน้นการเติบโตด้วยการควบรวมกิจการในไตรมาสที่ผ่านมา ปีนี้เราจะให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศในการปฏิบัติการ การผลักดันการเติบโตที่มาจากธุรกิจหลักของบริษัทฯ และการรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในทุกหน่วยธุรกิจของเรา” นายธีรพงศ์ กล่าวสรุป

 

โดยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558  คณะกรรมการของบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนประมาณ 400,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (หรือเท่ากับประมาณ 13,200,000,000 บาท) บริษัทฯ วางแผนจะนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนดังกล่าวไปใช้ในการเพิ่มทุนส่วนของเงินลงทุนในการเข้าซื้อกิจการของ Bumble Bee Foods  ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอาหารบรรจุหีบห่อชั้นแนวหน้าในทวีปอเมริกาเหนือ และเป็นที่รู้จักในตลาดอาหารทะเลที่สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้เป็นเวลานาน (shelf-stable seafood) ทั้งในตลาดสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เคยแจ้งการเข้าซื้อกิจการของ Bumble Bee แล้วและคาดว่าการเข้าทำธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในปี 2558 แต่การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตของหน่วยงานว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดทางการค้าของสหรัฐอเมริกาและการดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดอยู่ในสัญญาซื้อขายกิจการ อนึ่ง บริษัทฯ จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นซึ่งมีรายชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่คณะกรรมการของบริษัทฯ จะได้กำหนดต่อไป ซึ่งการจัดสรรหุ้นดังกล่าวจะเป็นไปตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นเดิมแต่ละรายถืออยู่ (“การเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเจาะจง”) (Preferential Public Offering) ทั้งนี้ เท่าที่บริษัทฯ สามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นในวันที่ 3 เมษายน 2558

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1158
mod_vvisit_counterAll days1158

We have: 1155 guests online
Your IP: 216.73.216.38
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 25, 2026

8220376