| บลจ.ไทยพาณิชย์ จ่ายปันผลกองหุ้นยูเอส-บิ ลเลี่ยนแนร์ |
|
|
|
| Friday, 23 December 2016 10:01 | |||
|
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลสำหรับกองทุ นหุ้นที่ลงทุนในต่างประเทศจำนวน 3 กองทุนพร้อมกันในวันที่ 26 ธันวาคม 2559 นี้ ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ได้แก่กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้น ยูเอส (SCBS&P500) ในอัตรา 0.3173 บาทต่อหน่วย ซึ่งได้จ่ายระหว่างกาลเมื่อวัน ที่ 22 มิถุนายน 2559 ไปแล้ว 0.0973 บาทต่อหน่วย เหลือจ่ายงวดนี้ 0.2200 บาทต่อหน่วย (ครั้งที่ 7) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นตลาดเกิ ดใหม่ (SCBEMEQ) อัตรา 0.0930 บาทต่อหน่วย (ครั้งที่ 2) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ บิลเลียนแนร์ (SCBBLN) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวั นที่ 1 มิถุนายน 2559 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ในอัตรา 0.0510 บาทต่อหน่วย (ครั้งแรก)
สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้ นยูเอส ถือเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินง านที่โดดเด่นมาอย่างต่อเนื่องโด ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดื อนธันวาคม 2555 ได้จ่ายเงินปันผลไปแล้วถึง 1.047 บาทต่อหน่วย โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 11.36% และตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 10.34% (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2559) ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวมีลงทุนใน หน่วยลงทุน SPDR S&P 500 ETF Trust ที่บริหารจัดการโดย State Street Global Advisors ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการบริหารจั ดการแบบ passive โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแท นใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500 และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอั ตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
ขณะที่กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้น ตลาดเกิดใหม่ (SCBEMEQ) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 12.44% และตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 9.49% (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2559) ซึ่งลงทุนในหน่วยลงทุน Schroder ISF QEP Global Emerging Markets เป็นกองทุนที่บริหารจัดการโดย Schroder Investment Management (Luxembourg) S.A. ที่ลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพ ย์ที่จ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัช นี MSCI Emerging Markets Net TR และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอั ตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ บิลเลียนแนร์ (SCBBLN) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 5.77 % และตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 3.89% (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2559) ลงทุนในหุ้นในประเทศสหรัฐอเมริก าเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแท นใกล้เคียงกับดัชนี iBillionaire Index และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอั ตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
นายสมิทธ์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมาเ ผชิญกับความผันผวนจากความไม่แน่ นอนในมุมมองดอกเบี้ยนโยบายธนาคา รกลางสหรัฐอเมริกา และประเด็นความไม่แน่นอนเรื่องก ารเมือง อย่างไรก็ดี การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรั ฐฯเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นสหรัฐฯจา กนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้มี การประกาศไว้ ทางด้านตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ไ ด้รับผลกระทบเชิงลบจากการชนะการ เลือกตั้งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลา งสหรัฐฯในเดือนธันวาคม ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกโดยรวมในปี 2560 มีแนวโน้มที่ดีกว่าตราสารหนี้เนื่ องจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดั บต่ำมานานและกำลังปรับตัวเพิ่ มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
|






![]() | Today | 584 |
![]() | All days | 584 |
Comments