Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News บลจ.ภัทร เปิดตัวกองทุนหุ้นต่างประเทศ เน้นลงทุนตามดัชนี MSCI ACWI
บลจ.ภัทร เปิดตัวกองทุนหุ้นต่างประเทศ เน้นลงทุนตามดัชนี MSCI ACWI PDF Print E-mail
Monday, 17 June 2019 11:19

บลจ.ภัทร เพิ่มกองทุนต่างประเทศเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำทั่วโลก ภายใต้การบริหารกองทุนแบบ Passive เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี MSCI ACWI ตัวแทนสะท้อนอัตราผลตอบแทนของตลาดประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนถึงร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด (บลจ. ภัทร) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร  เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 18-26 มิถุนายน 2562 บลจ.ภัทรจะเปิดเสนอขายกองทุนเปิด ภัทร พาสซีฟ โกลบอล อิควิตี้ (Phatra Passive Global Equity Fund - PHATRA PGE) ซึ่งเป็นกองทุน Feeder Fund สำหรับลงทุนในกองทุนรวมหลักเพียงกองเดียวคือ  iShares MSCI ACWI ETF โดยกองทุนหลักนี้เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี MSCI ACWI ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนอัตราผลตอบแทนของตลาดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ผ่านกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive กล่าวคือกองทุนหลักจะเลือกลงทุนในหุ้นที่เป็นตัวแทนขององค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อสะท้อนการลงทุนให้เหมือนดัชนีอ้างอิง (Representative Sampling) โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สัดส่วนอุตสาหกรรม อัตราผลตอบแทน และสภาพคล่อง กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสการลงทุนในหุ้นทั่วโลก เพื่อเป็นส่วนประกอบของการจัดสรรการลงทุน อีกทั้งสามารถลงทุนได้ในระยะยาวและรับความเสี่ยงได้สูง ทั้งนี้ กองทุน PHATRA PGE ได้ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของมุมมองการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี 2562 นายยุทธพลกล่าวว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทำให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม โดยรวมตลาดหุ้นยังคงมีความน่าสนใจมากกว่าตลาดพันธบัตรในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งตลาดหุ้นยังได้รับแรงหนุนจากท่าทีที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางหลัก อาทิ FED, ECB และธนาคารกลางจีน (PBOC) ที่แสดงความเต็มใจจะใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น   นอกจากนั้น ปัจจัยอื่นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่  (1) ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆ คือธนาคารกลางสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 18-19 มิ.ย. และธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 20 มิ.ย. (2) ผลการประชุม OPEC ระหว่างวันที่ 25-26 มิ.ย. ที่เวียนนา ซึ่งพิจารณาการต่ออายุมาตรการควบคุมกำลังการผลิตน้ำมัน ภายใต้สถานการณ์ปัญหาในเวเนซุเอลา อิหร่านและลิเบียที่ยังคงดำรงอยู่ และ (3) ผลการประชุม G20 ระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย. ซึ่งอาจนำไปสู่การพบปะหรือมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน   โดยเหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลกในระยะต่อไป

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร โทร. 02 305 9559 หรือ ธนาคารเกียรตินาคินทุกสาขา หรือ KKP Contact Center 02 165 5555 หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยผู้ลงทุนสามารถเริ่มลงทุนได้ที่การลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday28747
mod_vvisit_counterYesterday32353
mod_vvisit_counterAll days91482952

We have: 346 guests online
Your IP: 100.24.209.47
 , 
Today: Aug 21, 2019

6057640