Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home
อนาคตรัฐสวัสดิการในสายตาประชาชน “ถ้าทำได้...ยินดีจ่ายเพิ่ม” BY TDRI PDF Print E-mail
Thursday, 29 July 2010 16:48
 อนาคตรัฐสวัสดิการในสายตาประชาชน “ถ้าทำได้...ยินดีจ่ายเพิ่ม”

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

ทีดีอาร์ไอเผยผลประชาเสวนาตัวแทนคนไทยจากทุกสาขาอาชีพใน 14 จังหวัด มองอนาคตกำหนดสวัสดิการสังคมที่คนไทยต้องการในอีก 10 ปีข้างหน้า เสนอสวัสดิการ 6 ตามลำดับความสำคัญ คือ การศึกษา การรักษาพยาบาล  การพัฒนาทักษะแรงงาน  ผู้สูงอายุ  ผู้ว่างงาน และผู้ด้อยโอกาส ระบุเหตุผลและเงื่อนไข ถ้ารัฐทำได้จริงไม่มีปัญหาทุจริต  ยินดีจ่ายภาษีเพิ่ม

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางสถานการณ์ความไม่ปกติของสังคมไทย ก่อนที่รัฐบาลจะมีนโยบายทำเรื่องปรองดองและเน้นสวัสดิการสังคมเป็นวาระแห่งชาติ  สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยได้ร่วมกับภาคีหลายองค์กรดำเนินกระบวนการที่เรียกว่า “ประชาเสวนา” โดยสุ่มตัวแทนประชาชนคนธรรมดามาพูดคุยกันเรื่องสวัสดิการสังคมของไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า  และเชื่อว่าการมีสวัสดิการที่เหมาะสมจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นสาเหตุของความขัดแย้งในสังคมได้

 “รัฐสวัสดิการ ถ้าทำได้จริง ก็ยินดีจ่ายภาษีเพิ่ม” นี่คือเสียงสะท้อนจากตัวแทนประชาชนในวงประชาเสวนาทั้ง 14 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ น่าน ลำพูน กำแพงเพชร ภาคกลาง ปทุมธานี สระบุรี ระยอง กาญจนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ ขอนแก่น หนองคาย เลย ภาคใต้ ชุมพร กระบี่ สงขลา โดยมีการจัดลำดับความสำคัญสวัสดิการ 6 ประเภทที่ควรทำคือ  การศึกษา การรักษาพยาบาล  การพัฒนาทักษะแรงงาน  สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ  สวัสดิการสำหรับผู้ว่างงาน และสวัสดิการสำหรับผู้ด้อยโอกาส   พร้อมเหตุผลประกอบ ผู้รับผิดชอบ และเงินที่ใช้ เป็นแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมอย่างครบวงจรในสายตาประชาชน  

น.ส.สุวรรณา ตุลยวศินพงศ์  นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ  กล่าวว่า โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552 โจทย์ใหญ่ คือ อยากรู้ว่าสวัสดิการสังคมในอีก 10 ปีข้างหน้าของคนไทยควรเป็นอย่างไร  โดยใช้เครื่องมือของกระบวนการประชาเสวนา  ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเคยใช้ในการทำ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ หัวใจสำคัญของกระบวนการประชาเสวนา ประการแรกคือ การสุ่มหากลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนประชากรจังหวัดละ 50 คน กระจายตามโครงสร้างประชากรจริงทั้งในด้าน อายุ เพศ การศึกษา และอาชีพ ซึ่งพบว่าผู้เข้าร่วมเสวนาเป็นตัวแทน “ชาวบ้านธรรมดา” จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในจังหวัดเดียวกันแต่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน 

ประการที่สอง เป็นข้อแตกต่างของกระบวนการประชาเสวนาเมื่อเปรียบเทียบกับการสอบถามทัศนคติหรือการทำโพลทั่วไปคือ ต้องมีการให้ข้อมูลพื้นฐานที่ “ไม่มีอคติลำเอียง” ก่อนการเสวนา เช่น ในการเสวนาครั้งนี้ได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สวัสดิการที่คนไทยได้รับในปัจจุบัน และตัวอย่างการจัดสวัสดิการในประเทศต่างๆ โดยเลือกมา 3 แบบ คือ การจัดสวัสดิการแบบถ้วนหน้า ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย  สวัสดิการที่จัดให้เฉพาะกลุ่มคนจน เช่นในสหรัฐอเมริกา   และการจัดสวัสดิการให้ตามกลุ่มอาชีพ เช่น ประเทศเยอรมัน นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอทั้งข้อดีและข้อด้อยของระบบสวัสดิการดังกล่าวโดยให้น้ำหนักเท่าๆ กัน

เมื่อตัวแทนประชาชนได้รับข้อมูลพื้นฐานสำหรับการเสวนาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการให้ตัวแทนประชาชนได้ใช้เวลาคิดไตร่ตรองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเสวนากลุ่มย่อย กลุ่มละ 10-12  คน โดยมีวิทยากรกระบวนการช่วยดำเนินการให้ตัวแทนประชาชนเกิดการแสดงความคิดเห็นในกลุ่มย่อยอย่างเท่าเทียมกัน เริ่มจากให้ผู้เข้าร่วมเสวนาเลือกว่าอยากจะพูดคุยสวัสดิการประเภทไหนก่อน โดยมีโจทย์ของการพูดคุยในแต่ละสวัสดิการคือ ทำไมต้องการสวัสดิการนั้น ใครเป็นคนทำ ทำอย่างไร ใช้เงินจากไหน เมื่อจบการเสวนาในกลุ่มย่อยแล้ว ทุกกลุ่มก็จะนำข้อสรุปมาเรียนรู้ร่วมกันอีกครั้ง 

ผลจากกระบวนการเสวนานี้ พบว่า  ตัวแทนประชาชนให้ความสำคัญกับการจัดสวัสดิการด้านการศึกษาให้ประชาชนทุกคนมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าการศึกษาเป็นพื้นฐานของชีวิต และจะนำมาซึ่งโอกาสในด้านต่างๆ ที่จะทำให้มีชีวิตที่ดี ทั้งงาน สุขภาพ และมีเงินออมดูแลตัวเองเมื่อสูงวัยไม่ต้องพึ่งคนอื่นมากนัก  ดังนั้น ถ้าการศึกษาดีก็จะมีผลต่อสวัสดิการอื่นๆ  

“สิ่งที่น่าประทับใจคือ ชาวบ้านเลือกการศึกษามาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเห็นความสำคัญของการศึกษาว่าจะทำให้หลุดพ้นความยากจนได้ สมัยนี้ถ้าไม่จบปริญญาตรีก็หางานลำบาก หรือถ้าได้งานก็ไม่ดีเป็นลูกจ้างรายวัน สวัสดิการไม่ดี ฯลฯ นี่คือสิ่งที่ชาวบ้านเขาเห็นและเป็นสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน และยังมองว่าเรื่องการศึกษาไม่ได้แค่เรื่องงบประมาณที่จัดให้ครอบคลุมทุกปี แต่เป็นเรื่องคุณภาพมาตรฐานของการศึกษาด้วยที่ต้องเท่ากัน ด้วยจึงแก้ปัญหาได้ 

ทั้งนี้ตัวแทนประชาชนได้สะท้อนความต้องการโดยปรับปรุงจากปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ อยากให้รัฐเข้ามาดูแลให้ทุกคนมีการศึกษาพื้นฐานตั้งแต่ระดับอนุบาล – ม.6 สวัสดิการการศึกษาต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลักในการศึกษา เช่น ค่าเทอม ค่าอาหาร  ค่าเดินทาง ฯลฯ  โดยผู้ปกครองออกเองบางส่วน   ส่วนการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ยังมีความเห็นแตกต่างทั้งที่คิดว่าควรเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า กับกลุ่มที่เห็นว่าควรให้เฉพาะกลุ่มยากจนแต่เรียนดี  อาจให้เฉพาะสาขาที่ขาดแคลน เช่น แพทย์ พยาบาล ฯลฯ เพื่อไม่ให้เด็กจบปริญญาตรีมาแล้วตกงาน เป็นปัญหาว่างงาน   

อันดับสองคือ การรักษาพยาบาล  เป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญของชีวิตเช่นเดียวกับการศึกษา รัฐควรเน้นเรื่องคุณภาพการรักษาพยาบาล ให้มีมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่ดีและเพียงพอ พัฒนาแพทย์แผนไทยให้ความรู้แก่ชุมชนเพื่อที่ประชาชนจะดูแลกันเองได้ในกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง เช่น การออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้เป็นความร่วมมือกันของคนในชุมชนที่หลายอย่างประชาชนทำและดูแลกันเองได้ โดยไม่ต้องใช้เงินมาก

สำหรับสวัสดิการเรื่องอื่นๆ ซึ่งตัวแทนประชาชนให้ความสำคัญรองลงมาตามลำดับคือ การพัฒนาทักษะแรงงาน สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ว่างงาน และผู้ด้อยโอกาส สาเหตุที่สวัสดิการเหล่านี้ถูกจัดลำดับรองลงมาเพราะตัวแทนประชาชนเห็นว่า  หากรัฐบริหารจัดการสวัสดิการเรื่องการศึกษาและการรักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว จะส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำให้มีปัญหาด้านอื่นๆน้อยลง และไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากไปแก้ไข โดยอันดับสาม การพัฒนาทักษะแรงงาน เป็นสวัสดิการที่จัดให้คนวัยทำงาน  ควรเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า  ปรับปรุงการจัดฝึกพัฒนาฝีมืออาชีพต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่    การฝึกอาชีพบางอย่างอาจต้องทำเรื่องของการหาตลาดให้ด้วย เช่น การแปรรูปอาหารต่าง ๆ     อันดับสี่ สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ ควรปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในอีก 10 ปีข้างหน้า และควรมีมาตรการเสริมโดยส่งเสริมการออมในวัยทำงานให้มากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมความอบอุ่นของครอบครัว ความกตัญญู การดูแลกันในชุมชน  โดยมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ให้คนว่างงานในหมู่บ้านมาอบรมการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งก็เท่ากับแก้ปัญหาการว่างงานไปด้วย เป็นต้น

อันดับที่ห้า สวัสดิการสำหรับผู้ว่างงาน  ควรมีการจัดระบบให้คนที่อยู่นอกระบบประกันสังคมมีโอกาสเข้าสู่ระบบประกันสังคมมากขึ้น  โดยรัฐเข้ามาร่วมสมทบจ่ายให้เช่นเดียวกับแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม ส่วนอันดับสุดท้าย  สวัสดิการสังคมสำหรับผู้ด้อยโอกาส เช่น ผู้พิการ ซึ่งเชื่อว่ามีจำนวนไม่มากและหากทำสวัสดิการข้างต้นได้ดี ครอบครัวร่วมกับชุมชน ก็สามารถช่วยเหลือ ดูแลคนพิการเหล่านี้ได้  นอกจากนี้ควรมีการดูแลกลุ่มผู้ด้อยโอกาสกลุ่มอื่นๆ ด้วย เช่น  กลุ่มพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็ควรมีการจัดศูนย์รับเลี้ยงเด็กในชุมชน เพื่อช่วยให้พ่อแม่สามารถออกไปทำงานเลี้ยงดูครอบครัวได้

น.ส.สุวรรณา กล่าวต่ออีกว่า เมื่อถามว่าสวัสดิการเหล่านี้ใครจะเป็นคนทำ และใช้เงินจากไหน ตัวแทนประชาชนที่ร่วมเสวนาเสนอว่า  งานบางส่วนที่มาจากนโยบายส่วนกลาง รัฐบาลกลางก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เช่น ในเรื่องหลักสูตรการศึกษา การรักษาพยาบาล   แต่คนลงมือปฏิบัติอยากให้เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความใกล้ชิดประชาชนและเข้าใจความต้องการของท้องถิ่นดีกว่ารัฐบาลกลาง เงินที่ใช้ในการจัดสวัสดิการก็มาจากภาษี และมีหลายอย่างที่ให้ชุมชนจัดการได้เอง เช่น การทำศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ ศูนย์เลี้ยงเด็ก ฯลฯ เป็นเรื่องของคนในชุมชนดูแลกัน นอกจากงประมาณที่เก็บจากภาษีแล้ว ก็ควรจะมีการออมในชุมชน และงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาสมทบในการจัดสวัสดิการด้วย    

นอกจากนี้ ในการเสวนายังเปิดให้ตัวแทนประชาชนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) จาก 7% เป็น 10% เพื่อนำภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้นมาจัดสวัสดิการทั้ง 6 ประเภท ตัวแทนประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าหากรัฐสามารถจัดสวัสดิการทั้ง 6 ประเภทได้อย่างมีคุณภาพตามที่ประชาชนต้องการจริง พวกเขายินดีจ่ายภาษีเพิ่ม  แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ มีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีการรั่วไหลของงบประมาณหรือทุจริตคอรัปชั่น แต่ตัวแทนประชาชนบางส่วนก็เห็นว่าควรเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% เฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เหล้า บุหรี่ และภาษีคนรวย (ที่ดิน มรดก)  อีกส่วนหนึ่งเสนอว่า หากรัฐสามารถจัดการจัดเก็บภาษีให้ครบทุกคน จัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพและไม่รั่วไหล ก็น่าจะมีเงินพอจะมาทำสวัสดิการเหล่านี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเก็บภาษีเพิ่ม  เป็นต้น

น.ส.สุวรรณา กล่าวว่า จะเห็นว่ากระบวนการประชาเสวนาที่ให้ข้อมูลและเปิดให้ประชาชนได้มีเวลาไตร่ตรองในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเขาเอง ช่วยให้รัฐได้รับทราบข้อมูลความต้องการที่แท้จริงจากประชาชนเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม และเห็นถึงความยินดีร่วมมือหรือแม้แต่การจ่ายภาษีเพิ่ม หากสวัสดิการดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จริง โดยผลที่ได้จากการประชาเสวนาดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้ภาครัฐเพื่อใช้พิจารณาประกอบการจัดทำแผนการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคประชาชนตามที่รัฐบาลได้มีการกำหนดให้สังคมสวัสดิการเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการกำหนดเป้าหมายให้ภายในปี 2560 จะให้ประชาชนได้รับสวัสดิการถ้วนหน้าต่อไป

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

อินชัวร์ เอกซ์ พลิกโฉมโบรกเกอร์ฯ สู่ที่ปรึกษาด้านป

+ปั้นทีมนายหน้าเสริมแกร่งช่องทางขายเจาะกลุ่มกลาง-บน ดันเบี้ยแตะหมื่นล้านใน 5 ปี บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) นายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยถือหุ้น 100% โดยธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าลุยตลาดประกันหลังประกาศรีแบรนด์จาก SCB Protect สู่ InsureX เปิดแผนยกระดับการดูแลลูกค้าจากโบรกเกอร์ประกันสู่ “ที่ปรึกษาด้านประกัน” พร้อมทางเลือกความคุ้มครองแบบ 360 องศา เสริมแกร่งช่องทางการขายด้วยโมเดลนายหน้าประกันเป็นช่องทางหลักเข้าถึงลูกค้า ปั้นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันระดับ MDRT สะท้อนความเป็นมืออาชีพในการนำเสนอความคุ้มครองอย่างเข้าใจ มุ่งเน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มกลาง-บน ดึงเอไอช่วยวางแผนความคุ้มครองเฉพาะบุคคล พร้อมผนึกความแข็งแกร่ง 3 ช่องทางขายทั้ง ที่ปรึกษาด้านประกัน ดิจิทัล และเทเลเซลล์ เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าอย่างเหมาะสมเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด วางเป้าหมายดันเบี้ยประกันแตะ 10,000 ล้านบาท ในปี 2030 นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ...

Top Headline | กระแสหุ้นออนไลน์ | Monday, 8 June 2026 | Hits: 356 | Comments

Read more
Top Headline
Hot News
 
 


タイバンコクニュースタイランド通信

VanaH
バンコク クーポン
VanaH


  • Subject: Trying to fing job in model or cinema business - by: EmammozyFow
    Hi My name is Jenny. I trying to find job in model or cinema business. If you have any offers for me, please contact me (http://v.ht/my_contactss) [IMG]http://i65.tinypic.com/fm7sxe.jpg[/IMG]...
  • Subject: cheap jordans for sale www.realcheapauthenticjorda - by: lrtjsabz
    cheap jordans online for sale (http://www.retrocheapjordansonline.com) Bank of america customer relationship manager salaryrelationship enhancement skill training programs for therapy proble. He's not stupid like high school boys and he cheap jordans free shipping (http://www.jordanshoesretro.com) understands you more than you . The states with the highest estimated number of Crips sets are California, Missouri, Oklahoma and Texas. typically consists of young African American men, with members being white,...
  • Subject: cheap jordans online free shipping www.realcheapau - by: khmgvbxa
    cheaprealjordansstore.com (http://www.cheaprealjordansstore.com) It takes a lot of hard work and discipline to build the body you desire so much. You have to know that you don't have to do it on your own. Aabab tablet with multiple sexual health benefits is a best recommended natural cure to tighten genital wall muscles. Composition present in Aabab tablet reshapes genital walls and improves sensation. Bhimu Patil, director of Texas A Fruit and Vegetable Improvement Center, has researched citrulline, find...
ข่าวประชาสัมพันธ์

อ่านต่อ...
เขียนข่าว IR & PR

*** กรุณาแจ้ง username ที่ต้องการเขียนข่าว IR&PR กับ Webmaster เพื่อทำการกำหนดสิทธิ๋ให้ครับ
 

กู้ 30,000 ผ่อน 917 บาท x 60 เดือน เช็คโอกาสอนุมัติออนไลน์ ฟรีInbound Marketing

Banner
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday804
mod_vvisit_counterAll days804

We have: 803 guests online
Your IP: 216.73.216.173
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 11, 2026

4238880