|
บสก. ปลื้มผลงานปี 52 ทะลุเป้า แม้มีปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ และการเมือง โดยมีรายได้รวม 12,083 ล้านบาท จากเป้าหมาย 11,628 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 2,427.58 ล้านบาท ตั้งเป้าปีนี้กวาด NPL -NPA จากสถาบันการเงินเข้ามาบริหาร จำนวน 19,000 ล้านบาท พร้อมเร่งพัฒนาปรับปรุงทรัพย์สินรอการขายในโครงการต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า ชี้ทิศทางตลาดอสังหาฯ ปีนี้สดใส
นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน ปี 2552 ว่า บสก. มีรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้และจำหน่ายทรัพย์รวมทั้งสิ้น 12,083 ล้านบาท คิดเป็น 103.91% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวน 11,628 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,427.58 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ ถึงแม้จะมีปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจ และการเมือง ทั้งนี้จากผลประกอบการที่มีกำไรสุทธิ ทำให้ บสก. สามารถจ่ายเงินปันผลให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้ถึง 1,456.20 ล้านบาท คิดเป็น10.65% ของทุนจดทะเบียน 13,675 ล้านบาท
ปัจจุบัน บสก. มีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ในความดูแลทั้งสิ้น 47,252 ราย คิดเป็นมูลค่า 229,949 ล้านบาท ขณะที่มีทรัพย์สินรอการขาย (NPA) จำนวน 14,771 รายการ คิดเป็นมูลค่า 38,752 ล้านบาท โดยในปี 2552 บสก. ได้เพิ่มขนาดสินทรัพย์ ด้วยการรับซื้อรับโอน NPL และ NPA จากสถาบันการเงินรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ด้านการปรับโครงสร้างหนี้ บสก. ได้มุ่งเน้นการประนอมหนี้บนพื้นฐานความร่วมมือกันและหาข้อยุติที่ได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ขณะที่ด้านทรัพย์สินรอการขาย บสก. ได้จัดโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนยอดขายทรัพย์ อาทิ เดือนแห่งความรัก...อสังหาฯ ราคาพิเศษ มียอดเสนอซื้อทรัพย์ 147.31 ล้านบาท งานมหกรรมคอนโด บสก. ราคาพิเศษ ทุกทำเล ทั่วไทย ซึ่งจัดขึ้น 2 ครั้ง มียอดเสนอซื้อรวม 97.95 ล้านบาท จากจำนวน 261 ยูนิต และโครงการ พออยู่พอกิน กับที่ดิน บสก. มียอดเสนอซื้อ 71 ล้านบาท จากจำนวน 1,341 ไร่ และโครงการสนับสนุนสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อรายย่อย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บสก. กับ บมจ. ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย
นายบรรยง ยังได้กล่าวถึงแผนการดำเนินงานปี 2553 ว่า บสก. ตั้งเป้ารับซื้อ NPL และ NPA จากสถาบันการเงินเข้ามาบริหารจัดการ รวมจำนวน 19,000 ล้านบาท และตั้งเป้าประมาณการรายได้รวมอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์นอกจากนี้ บสก. ได้ขยายระยะเวลาโครงการคืนทรัพย์ให้คุณ ที่เปิดโอกาสให้ทายาทของลูกหนี้ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้กับ บสก. และโครงการขายทรัพย์แบบผ่อนชำระกับ บสก. ออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปี 2553 เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวให้แก่ลูกค้าในการผ่อนชำระ โดยลูกค้าสามารถผ่อนชำระได้นานถึง 10 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ MLR -3% ทั้งนี้นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการคืนทรัพย์ให้คุณ มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 2,000 ราย รวมภาระหนี้ 3,666 ล้านบาท และโครงการขายทรัพย์แบบผ่อนชำระกับ บสก. มีลูกค้าเข้าร่วมโครงการจำนวน 1,301 ราย รวมมูลค่าสินทรัพย์ 403 ล้านบาท
ด้านบริหารจัดการ NPA บสก. มีแผนเร่งพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์สินรอการขายในโครงต่างๆ ให้มีคุณภาพดี เพื่อพร้อมจำหน่ายให้กับลูกค้า อาทิ โครงการ “การ์เด้นโฮม ออฟฟิศ” เป็นโฮม ออฟฟิศ 5 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 20 ตร.ว. และพื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม ราคา 2.59 ล้านบาท จำนวน 43 ยูนิต ซึ่ง บสก. ได้เปิดตัวโครงการเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา มีลูกค้าเสนอซื้อหมดแล้วภายในวันเดียว , โครงการรสสุคนธ์ เป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น จำนวน 140 ยูนิต , โครงการเมืองประชา จังหวัดขอนแก่น เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และที่ดินเปล่า รวมจำนวน 112 ยูนิต , โครงการ พี พี คอนโดมิเนียม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 100 ยูนิต , โครงการบ้านเกาะ จังหวัดเชียงราย เป็นที่ดินเปล่า สร้างบ้านเดี่ยว สไตล์บ้านกลางน้ำ จำนวน 40 ยูนิต เป็นต้น
สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2553 มองว่า น่าจะมีการเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะการท่องเที่ยวและการส่งออกปรับตัวที่ดีขึ้น ขณะที่อัตราการว่างงานมีแนวโน้มลดลง จึงช่วยเสริมทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวได้ดีขึ้น ตลอดจนผู้ประกอบการมีการลงทุนโครงการใหม่ๆ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีการชะลอการลงทุน ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
“ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปีนี้ จะมีการแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม เพราะมีซัพพลายเข้ามาสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการแนวสูงกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มที่จะปรับราคาขึ้น ตามราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวสูงขึ้น มองว่าตลาดอสังหาฯ โดยรวมยังเป็นของผู้ซื้อ เนื่องจากในปีนี้จะมีสินค้าบ้านบีโอไอและบ้านเอื้ออาทรออกมาสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี ” นายบรรยง กล่าว
|
Comments