|
PTTCH รับสเปรดปิโตรฯโค้ง 2ร่วง
|
|
|
|
|
Thursday, 17 June 2010 13:08 |
|
นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTCH เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดว่าแนวโน้มส่วนต่างผลิตภัณฑ์ราคากับวัตถุดิบ (สเปรด) ไตรมาส 2/53 จะอ่อนตัวจากไตรมาส 1/53 เนื่องจากเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดว่าราคาเฉลี่ยจะต่ำกว่าไตรมาส 1 ขณะที่กำลังการผลิตใหม่ของโลกยังคงทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านความคืบหน้าโครงการผลิต LDPE ของบริษัทฯ ที่คาดว่าจะสามารถเริ่มการผลิตได้ภายในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเครื่องและคาดว่าจะเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนหน้า
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ คาดว่าส่วนต่างผลิตภัณฑ์ราคาและวัตถุดิบ (สเปรด) เฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 500 เหรียญ/ตัน โดยคาดว่าครึ่งปีหลังสเปรดจะอ่อนตัวลงจากสเปรดครึ่งปีแรกที่มากกว่า 500 เหรียญต่อตัน ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากกำลังผลิตใหม่ที่จะทยอยเข้ามาจากประเทศในแถบตะวันออกและประเทศจีน แต่อย่างไรก็ดี เชื่อว่าสเปรดจะไม่หลุดต่ำกว่า 400 เหรียญต่อตัน เนื่องจากเป็นจุดที่ไม่คุ้มทุน และผู้ประกอบการที่มีต้นทุนสูงอาจต้องมีการหยุดกิจการ ทั้งในประเทศไต้หวันและญี่ปุ่น
โดยสถานการณ์ราคาเม็ดพลาสติก HDPE จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,100-1,200 เหรียญต่อตัน โดยราคาขายลดลงจากปีก่อน รวมทั้งในไตรมาส 3 ราคาก็จะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับดังกล่าว ขณะที่ราคาน้ำมันดิบจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 70 เหรียญต่อบาร์เรล โดยคาดว่าราคาในปีนี้จะไม่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 80-100 เหรียญต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ยังประเมินว่าดีมานด์การใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจะยังมีการเติบโต แต่ก็มีอัตราการขยายตัวช้ากว่าซัพพลายใหม่ที่เข้ามา นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจของยุโรปที่ยังมีปัญหา ขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังไม่ฟื้นตัวดี อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจยังอยู่ในเฉพาะภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งความต้องการใช้น้ำมันก็ยังไม่มีการเติบโตมากนัก
อย่างไรก็ดี เชื่อว่ากำไรของผู้ประกอบการปิโตรเคมีในช่วงครึ่งหลังของปีจะถูกกดดัน ซึ่งเป็นไปทั้งอุตสาหกรรม ทั้งนี้พิจารณาจากซัพพลายและดีมานด์ พร้อมทั้งประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะดำเนินไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า โดยยังคงต้องติดตามสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกและซัพพลายใหม่ที่จะเข้ามา
|
Comments