Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 02/08/53
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 02/08/53 PDF Print E-mail
Monday, 02 August 2010 09:38

Market Recap and Trend: ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ขยายตัวต่อเนื่อง...คาด SET ปรับสูง
ขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศ ราคาน้ำมัน ที่แนวต้าน 860 จุด
SET เคลื่อนไหวในรูปแบบ Sideways เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปิดตลาดปรับสูงขึ้น
1.24 จุด ที่ 855.83 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 22,321 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ
ซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่อง 1,102 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะปรับสูงขึ้นตามการปรับ
สูงขึ้นของตลาดหุ้นภูมิภาค และตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ที่แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อ
เนื่อง โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม +21.3% การบริโภคภาคเอกชน +8.3% (+7.4% เดือน
พ.ค. และ +7.0% เดือน เม.ย.) การลงทุนภาคเอกชน +21.2% (+20.8% เดือนพ.ค. และ
+19.3% เดือน เม.ย.) ขณะที่ดุลการค้าแเกินดุลมากถึง US$2.54 พันล้าน ขณะที่ดุล
บัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพียง US$0.68 พันล้าน เนื่องมาจากการส่งออกที่ยังขยายตัวดี 47.1%
อยู่ที่ US$1.79 หมื่นล้าน และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 52.1 จาก 49.9
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) เดือน ก.ค.ที่จะประกาศวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่
3.6% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 3.3% สำหรับอัตราการขยายตัว GDP 2Q53 สหรัฐฯ อยู่ที่
2.4% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Investment Strategy: หุ่นกลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ สื่อสาร มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด ขณะที่
กลุ่มธนาคารเริ่มอ่อนแอกว่าตลาด
เราคงกลยุทธ์ Lets the profit run ต่อเนื่อง โดยเลื่อนจุด Trailing Stop มาที่
844 จุด โดยในกรณีที่ SET ปิดตลาดต่ำกว่าจุด Trailing Stop เราแนะนำนักลงทุนลดสัดส่วน
หุ้นในพอร์ตลงเหลือ 60% จากปัจจุบันที่ 80% เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการพักฐานไปก่อน...
สำหรับการลงทุนรายกลุ่มอุตสาหกรรม เรายังมองว่าหุ้นกลุ่มพลังงานที่ Laggard ตลาดมาตลอด
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จะกลับมามีแนวโน้มเป็นหุ้นกลุ่มนำตลาดไปที่ระดับแนวต้าน 860-880
จุด เนื่องจาก 1.ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นเข้าใกล้ระดับ US$80/บาร์เรลอีกครั้ง 2.ปัจจัยลบจากผล
การดำเนินงาน 2Q53 ที่คาดว่าจะออกมาไม่ดี ได้รับรู้ไปในราคาหุ้นแล้ว และ 3.เป็นกลุ่มหุ้นที่มี
Upside มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ด้วยกันเอง...สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ได้แก่
• BANPU – ซื้อ คาดผลการดำเนินงาน 2Q53 ออกมาดีเมื่อเทียบกับ 1Q53, ราคาถ่านหิน
อยู่ในระดับสูง, มี Upside ส่วนเพิ่มจากการเข้าซื้อ Centennial Coal, ล่าสุดเหมือง Jorong
ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการผลิตตามปกติ หลังจากหยุดการผลิตตั้งแต่เดือน ก.พ.

Futures Strategy :
ถือสถานะ LONG โดยมี Trailing Stop ที่ 575 จุด (ดูรายละเอียดใน Derivative
Strategy)

AUTO :
หุ้นกลุ่มธนาคารมี Sentiment อ่อนแอลงชัดเจนมากขึ้น

Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.1% ต่ำกว่าอัตรา
ผลตอบแทน SET ที่ +1.9% (Update วันที่ 2 ส.ค. 53)
พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.1% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา
ผลตอบแทน +1.9% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนต่ำกว่า SET อยู่ 1.8% ในขณะที่
ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +207% ดีกว่าตลาดที่ให้
อัตราผลตอบแทน +22% อยู่ 151% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา PTTCH และ ADVANC เป็นหุ้น
ที่มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +3.3% และ 2.5% ตามลำดับ…
สำหรับสัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจาก
หอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว มีแนวโน้มปรับประมาณการกำไร และมูลค่าพื้นฐาน) BBL (ได้ปรับ
ประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยตรงผ่านการขยายตัวสินเชื่อ และรายได้ค่า
ธรรมเนียม) CPALL (การขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน)
PTTCH (กำไรขยายตัวสูง 100% ปี 53 และ 50% ปี 54) ADVANC (มีปัจจัยบวกจากความ
ชัดเจนมาขึ้นกรณีสัมปทาน 3G และเตรียมรับปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น) และ KEST
(คาดว่าผลการดำเนินงาน 2Q53 จะออกมาดี ตามปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น)

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 0.01% ขณะที่ดัชนี
S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.01% โดยความขัดแย้งกันระหว่างผลประกอบการที่แข็งแกร่งและข้อมูล
เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ทำให้หุ้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยตัว
เลขคาดการณ์แรกสำหรับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ว่า จีดีพีขยายตัว
2.4% เนื่องจากการลงทุนในด้านทุน แต่ก็ชะลอตัวลงจากจีดีพีที่ขยายตัว 3.7% ในไตรมาสแรก
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ก.ย. ปิด
เพิ่มขึ้น 59 เซนต์ หรือ 0.75% มาปิดที่ 78.95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจาก
การปรับตัวขึ้นในช่วงท้ายตลาดของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบไม่ได้รับ
แรงกดดันจากความกังวลเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ ถึงแม้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่
ไร้ทิศทาง
ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบเยน นักลงทุนขายดอลลาร์ หลังจากรัฐบาลสหรัฐเปิดเผย
คาดการณ์ขั้นต้นว่า จีดีพีสหรัฐขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 2 หลังจากที่มีการทบทวนปรับเพิ่ม
จีดีพีไตรมาสแรกขึ้นเป็น 3.7% ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอตัวลง และตอกย้ำการ
คาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะอยู่ที่ระดับต่ำต่อไปจนถึงปีหน้า
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 25 จุดมาที่ 1967 จุด ความต้องการขนส่งสินค้า
เกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมี
แนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดัน
โดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้น
แล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ
จะมีจำนวนกองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ
ปัจจุบัน                



Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1202
mod_vvisit_counterAll days1202

We have: 1202 guests online
Your IP: 216.73.216.147
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 18, 2026

4255248