Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Daily View - บล.กสิกรไทย
Daily View - บล.กสิกรไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 05 June 2012 09:46

เสี่ยงจากจิตวิทยาของนักลงทุนที่อ่อนแอ

แนวโน้มตลาด: ตลาดหุ้นโลกเมื่อวันศุกร์ปิดลบราว 2% ในขณะที่เมื่อวานซึ่งเราปิดทำการตลาดเอเซียลบแรง ในขณะที่ตลาดยุโรปและสหรัฐฯ เริ่มทรงตัว ท่ามกลางกระแสข่าวที่สเปนอาจต้องขอรับความช่วยเหลือจาก IMF และโปรตุเกศต้องเข้าช่วยเหลือฐานะการดำเนินงานของธนาคารขนาดใหญ่ 3 แห่ง อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอลง โดยนักลงทุนชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) 6 มิ.ย. เรามองว่าระดับราคาของตลาดในปัจจุบันอยู่ในจุดที่น่าสนใจ แม้จะยังมีประเด็นความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งกรีซ (17 มิ.ย.) และการที่สเปนอาจต้องขอรับความช่วยเหลือด้านการเงิน แต่บรรยากาศในช่วงปลายเดือนที่จะมีการประชุมเฟด (19-20 มิ.ย.) และสุดยอดผู้นำยุโรป (28-29 มิ.ย.) มีแนวโน้มจะเป็นบวกต่อภาพการลงทุน เพียงแต่ตลาดหุ้นในช่วง 2 สัปดาห์นี้ อาจถูกประเด็นทางจิตวิทยามีอิทธิพลเหนือปัจจัยทางพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดผันผวนกว่าปกติและ SET Index อาจเหวี่ยงลงถึง 1100 กระทั่ง 1050 แต่ระดับดังกล่าวจะเปิดโอกาสลงทุนที่ดียิ่งสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว

กลยุทธ์การลงทุน:  ตลาดต่างประเทศบวกเพราะลงมามากและข่าวผู้นำ G7 เตรียมหารือทางโทรศัพท์ปัญหาวิกฤติยุโรปคืนนี้ นักเก็งกำไร - เปิดโดดลงเสี่ยงซื้อ เปิดโดดบวกรอย่อ / นักลงทุน – หาจังหวะเข้าซื้อ โดยเฉพาะหาก SET ต่ำกว่า 1100 จุด ทั้งนี้เราเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก 20% หุ้นแนะนำ AH PF LOXLEY

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง:  ตั้งแต่ 25 พ.ค. เราได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นจาก25% เป็น 40% หลังหุ้นปรับลงมาถึง 1100 จุด และเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นสู่ระดับเต็มที่หาก SET ยังปรับลงถึงระดับที่เราประเมินว่าเป็น downside ของ SETIndex ที่ 1050 จุด หุ้นที่อาจพิจารณาทยอยสะสม ได้แก่ TICON  TCAP  KK  EGCO  RATCH  PS  SIRI  PTTGC และธนาคารขนาดใหญ่ อาทิ KTB

 

หุ้นแนะนำวันนี้

- AH (ปิด 13.70 เป้าระยะสั้น 15.00 ขายเมื่อหลุด 13.40) อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว + เริ่มกลับมาผลิตเต็มที่ มี.ค. ซึ่งเห็นผลดีเต็มไตรมาส 2/55 +concensus คาดกลับมาทำกำไรปีนี้ 357 ล้านบาท (1.47 บาท/หุ้น) ราคาปัจจุบันคิดเป็น 9.6x PER + เรามองหุ้นมีโอกาสถูกปรับประมาณการขึ้นอีก +

ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 19 บาท

- PF (ปิด 1.07 เป้าระยะสั้น 1.13 ขายเมื่อหลุด 1.02) ยอดขายไตรมาส2/55 มีแนวโน้มโดดเด่น จากการเปิดโครงการคอนโดใหม่ 4 โครงการ +ผู้บริหารคาดเป้าหมายรายได้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 70% (8.2พันล้านบาท) + หากรักษา net margin ได้ที่ 6% จะมีกำไรต่อหุ้นที่ 0.18 บาทคิดเป็น PER เพียง 5.9 เท่า

- LOXLEY (ปิด 3.30 เป้าระยะสั้น 3.50 ขายเมื่อหลุด 3.20) กำไร 2-3Q55ยังดีต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่ + PER ปัจจุบันที่ 10 เท่า(ต่ำกว่าทั้งสื่อสารที่ 15-17 เท่า และค้าปลีกที่ 20-30 เท่า) + เก็งกำไรเตรียมตั้งผ.อ.กองสลากฯ ต้น มิ.ย. ซึ่งน่าจะมีการดำเนินโครงการสลากออนไลน์ต่อ

 

Today’s Best Trades

 

ประเด็นการลงทุนหุ้น Today’s Best Trades

HOLD

TICON - ราคาหุ้นในปัจจุบันเป็นโอกาสซื้อที่ดี + ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 พลิกกลับมามีกำไรจากการขายโรงงานเข้ากองทุนอสังหสริมทรัพย์ และไตรมาส 2 จะเร่งตัวขึ้นมาก + ราคาปัจจุบัน 6.6x PER ถูกสุดกลุ่มนิคม + ผลตอบแทนเงินปันผล 9.6% สงสดในกล่มนิคม + ห้นมีโอกาสถก concensus ปรับประมาณการขึ้น

HMPRO - หุ้นค้าปลีกที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศ + คาดกำไร 2555 เพิ่มขึ้น 75% YoY + หุ้นค้าปลีกที่ PER 24.4 เท่าถูกสุดในกลุ่ม

EGCO - หุ้นสาธารณูปโภคที่มี beta ต่ำ (0.30) น่าจะรับมือตลาดผันผวนได้ดี + ราคาปัจจุบันเพียง 8.4x PER ต่ำสุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า และให้คาดการณ์ผลตอบแทนปันผล 5.4% + การเพิ่มการถือหุ้นโรงไฟฟ้าในฟิลิปปินส์อีก 45.9% รวมถือ 98.0% ช่วยเพิ่มกำไรอีกราวปีละ 6% และช่วยเร่งกำไรตั้งแต่ 3Q55 เป็นต้นไป

MAJOR - ราคาหุ้นตอบสนองต่อกำไรปกติและอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 1/55 ที่อ่อนตัวลงมากเกินไป ลดลงมาแรงถึง 18% ในเวลาเพียง 7 วัน + ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/55 เป็น High season ตาม Hollywood + ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 16.2x และให้ปันผล 4.9%

KTB - เก็งกำไรสั้นรับการฟื้นตัวของ SET + หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่ถูกที่สุด PER เพียง 7.4 เท่า และคาดการณ์ผลตอบแทนปันผล 4.5% + เชื่อว่าราคาหุ้นถูกกดดันจากข่าวเพิ่มทุนมากเกินไป

RS -  ผลการดำเนินงานปีนี้ดีขึ้นแบบขั้นบันได + เข้าสู่ high season โฆษณาไตรมาส 2 + รายได้คอนเสิร์ต Raptor ช่วยหนุนกำไร 2Q55+ โทรทัศน์ดาวเทียมหนุนกำไรช่วง 2H55 + ราคาปัจจุบันคิดเป็นเพียง 11.7 เท่า PER และให้ปันผลสงถึง 5.7%

TCAP  - หุ้นธนาคารขนาดเล็ก/เช่าซื้อที่ลดลงมามากถึง 20% ใน 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเรามองว่าสะท้อนปัจจัยลบต่างๆไปมากแล้ว + ราคาปัจจุบันคิดเป็นเพียง 8.8x PER และ0.9x PBV + หุ้นที่น่าจะหลบแรงขายต่างชาติในช่วงสั้น

SIRI  - จิตวิทยาเชิงบวกจากตัฐเตรียมปรับวงเงินกู้บ้านหลังแรกขึ้นเป็น 2 ล้านบาท (จาก 1 ล้านบาท) + ผลการดำเนินงาน 2555 จะดีขึ้นเป็นขั้นบันได + ราคาปัจจุบันคิดเป็นเพียง 6.3x PER และให้คาดการณ์ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 7.4%

 

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

- 05 มิ.ย. EU: PMI Composite

- 05 มิ.ย. EU: Euro-Zone Retail Sales

- 05 มิ.ย. US: ISM Non-Mfg Index

- 06 มิ.ย. EU: Euro-Zone GDP

- 06 มิ.ย. EU: ECB Announces Interest Rates

- 06 มิ.ย. US: Beige Book

- 07 มิ.ย. US: Jobless Claims

- 08 มิ.ย. US: International Trade

 

บทวิเคราะห์วันนี้

 

GLOW (ขาย, ปิด 63.00, พื้นฐาน 45.00 -28.6%) Gheco-One ยังไม่เสร็จตามกำหนด

> Gheco-One ไม่เสร็จตามกำหนด หลังจากเลื่อนมาแล้ว 2 ครั้ง โรงไฟฟ้า Gheco-One (GLOW ถือหุ้น 65% HEMRAJ 35%) ไม่สามารถเสร็จตามกำหนดสิ้นเดือนพ.ค. 55 หลังเลื่อนมาแล้ว 2 จากความล่าช้าในการก่อสร้าง (จาก พ.ย. 54 เป็น มี.ค. 55 และ พ.ค. 55) สำหรับความล่าช้าในรอบนี้ มีสาเหตุจากปัญหาด้านเทคนิคในการทดสอบเดินเครื่องรอบสุดท้าย

> คาดส่งผลลบต่อกำไร 3% เราคาด Gheco-One จะเกิดความล่าช้าอีกอย่างน้อยถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ซึ่งจะส่งผลลบต่อกำไร GLOW ประมาณ 200 ลบ. (3% ของกำไร) อย่างไรก็ตามอายุของสัมปทานของโครงการ Gheco-One ยังคงเดิมที่ 25 ปี จึงกระทบต่อมูลค่าหุ้น GLOWไม่มาก

> แนะนำขาย เราคาด GLOW จะมีกำไรเติบโตสูงกว่า 50% ในปี 2555 จากกำลังผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ รวมถึง Gheco-One (คาด Gheco-One เพิ่มกำไรในส่วนการถือหุ้นของ GLOW ปีละประมาณ 2.5 พันลบ. หรือประมาณ 70% ของกำไร GLOW ในปี 2554)อย่างไรก็ตามราคาหุ้น GLOW มี P/E ปี 2555 ที่ 13.7 เท่า และจะลดลงเป็น 10.8 เท่าในปี 2556 ซึ่งยังคงสูงเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าอื่น รวมถึงอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 3.4% ต่ำที่สุดในหมวดฯ จึงแนะนำขาย

 

PTTEP (ซื้อ, ปิด 154.50, พื้นฐาน 210 +35.9%) ประเมิน dilution 12% กรณี PTTEP อาจต้องเพิ่มทุนจากการซื้อ COVE

> คงคำแนะนำซื้อ PTTEP แม้การเข้าเสนอซื้อ Cove จะเป็นความเสี่ยงต่อ PTTEP แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 13% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้น PTTEP ต่ำกว่ามูลค่าปัจจัยพื้นฐาน (P/E 9.2x, P/BV 2.2x, dividend yield 4%) จึงคงคำแนะนำซื้อ

> COVE มีศักยภาพสูง แต่เป็นความเสี่ยงต่อ PTTEP เนื่องจาก

1) ราคาเสนอซื้อค่อนข้างสูง เราประเมินราคาที่ PTTEP เสนอซื้อ Cove Energy (COVE) ที่ 240 เพนซ์/หุ้น รวม 1.22 พันล้านปอนด์ (2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) เป็นราคาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งสูงกว่า Royal Dutch Shell เสนอซื้อที่ 220 เพนซ์/หุ้น (ราคาที่ Shell เสนอซื้อคิดเป็น US$4.6/boe สูงกว่าที่ Shell เคยซื้อแหล่งอื่นที่ US$2.3/boe ตามรายงานข่าวของ Reuters)

2) ความเสี่ยงต่อการเพิ่มทุน หาก PTTEP สามารถซื้อ COVE สำเร็จ (รวม 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) จะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิเพิ่มจาก 0.4x เป็น 0.7x แม้ยังไม่มีความจำเป็นเพิ่มทุน (PTTEP มีเงินสดอยู่ประมาณ 1.35 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) แต่มีความเสี่ยงในอนาคตเนื่องจากสินทรัพย์หลักของ COVE คือการถือครอง 8.5% ในแปลงสัมปทาน Rovuma Project (Rovuma Offshore Area 1 สาธารณรัฐโมซัมบิก) เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ และมีศักยภาพสูง แต่จะต้องใช้เม็ดเงินสูงในการพัฒนา เห็นได้จากบริษัท Anadarko Petroleum (จด

ทะเบียนในสหรัฐฯ) เป็นผู้ถือครองแปลงสัมปทาน Rovuma สูงที่สุดคือ 36.5% มีแผนจะขายสัดส่วนการถือครองบางส่วน เนื่องจากเม็ดเงินพัฒนาที่สูง

> ประเมิน dilution 12% ในกรณี PTTEP อาจต้องเพิ่มทุนเพื่อโครงการ Rovuma อย่างไรก็ตามเราประเมินปริมาณสำรองที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อ COVE จะสามารถชดเชย dilution ดังกล่าว โดยเราประเมิน COVE มีปริมาณสำรอง 207mmboe (million barrel of oil

equivalent) และอีก 212mmboe จากการสำรวจเพิ่ม ขณะที่ PTTEP มีปริมาณสำรองพิสูจน์แล้ว (Proved reserve) 696mnboe (สิ้นปี 2554) แต่ช่วงแรกมีโอกาสกระทบในทางลบต่อ PTTEP เนื่องจาก COVE จะต้องใช้เวลาในการพัฒนาหลายปี (คาด first production ปี 2020) ทั้งนี้ PTT (ถือหุ้น PTTEP 65%) จะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากแหล่งก๊าซ Rovuma จึงมีโอกาสที่ PTT จะช่วยแบ่งเบาภาระในด้านเม็ดเงินเพื่อการพัฒนา Rovuma จาก PTTEP ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเพิ่มทุน

> ยังไม่สรุปว่า PTTEP จะซื้อ COVE ได้หรือไม่ ทั้งนี้ Shell ได้ขยายเวลาเสนอซื้อ COVE ถึง 13 มิ.ย. 2555 และอาจมีการเสนอซื้อครั้งใหม่ ส่วน PTTEP คาดจะเสนอซื้อภายใน มิ.ย. ซึ่งPTTEP ได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากรวม.กระทรวงทรัพยากรธรณี Mozambique แล้วเมื่อ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อไปคือขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น COVE และคาดว่าจะยื่นเสนอซื้อได้ภายในเดือน มิ.ย. ก่อนหน้านนี้มีการคาดว่า Shell จะเป็นผู้ชนะประมูล COVE

หมายเหตุ: สินทรัพย์หลักของ COVE คือการถือครอง 8.5% ในแปลงสัมปทาน Rovuma Project (Rovuma Offshore Area 1 สาธารณรัฐโมซัมบิก) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ และมีศักยภาพสูง นอกจากนี้ COVE ยังถือครอง 10% ใน Rovuma Onshore และ 10-25% ในแปลงสัมปทาน 7 พื้นที่ของ Kenya offshore deepwater

 

BGH (ซื้อ, ปิด 89.00, พื้นฐาน 110 +23.6%) ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ

> ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ จาก ถือ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไร (core profit) BGH ปี 2555 เพิ่ม 18% และปี 2556 เพิ่ม 20% จากจำนวนคนไข้และรายได้ต่อหัวที่สูงกว่าคาด รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก BH ที่จะเพิ่มจากการเข้าถือหุ้นเพิ่มเป็น 24.9% จาก 20.3% เราปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐาน BGH เป็น 110 บาท จาก 72 บาท โดยคาด BGH จะมีกำไรเติบโตเฉลี่ย 29% ต่อปี ในปี 2555-2557 ซึ่งราคาหุ้นมี P/E 20.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 25 เท่า จึงแนะนำซื้อ

> คาดกำไรโตเฉลี่ย 29% ในปี 2555-57 ปัจจัยสนับสนุนคือ 1) การเพิ่มขึ้นต่อเนื่องของจำนวนคนไข้ และรายได้ต่อหัว 2) การรวมผลการดำเนินงานของ รพ.พญาไท และ รพ.เปาโลเต็มปีในปี 2555 3) กำไรจาก BH ที่จะเพิ่มขึ้นจากการเข้าถือหุ้นเพิ่มเป็น 24.9% จาก 20.3% 4) การเพิ่มจำนวนเตียง 5) การปรับลดอัตราภาษีของรัฐบาลเป็น 23% นอกจากนี้ BGH ยังมีแผนขยาย รพ. ในต่างจังหวัด ได้แก่เชียงใหม่ที่จะเปิดในปี 2557-2558 และคาดว่าจะซื้อกิจการในต่างจังหวัดเพิ่มอีก 2 แห่งในปีนี้ (คาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

 

ในประเทศ

อัตราเงินเฟ้อ พ.ค. เพิ่มจาก เม.ย. เล็กน้อย ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อปี 2555 เป็น3.5%

> ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปปี 2555 เป็น 3.5% แม้คาดเงินเฟ้อครึ่งหลังเร่งตัวแต่เป็นระดับที่ไม่ส่งผลลบต่อตลาดหุ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2555 ลงมาอยู่ที่ +3.5% และ +2.6% สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ทั้งนี้แม้คาดว่าเงินเฟ้อใน 2H55 จะเร่งตัวขึ้น แต่คาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปทั้งปีที่ 3.5% ยังเป็นระดับที่ไม่ส่งผลลบต่อตลาดหุ้น

> อัตราเงินเฟ้อทั่วไป พ.ค. เพิ่มจาก เม.ย. เล็กน้อย อัตราเงินเฟ้อทั่วไป พ.ค. 55 อยู่ที่ +2.53% YoY ใกล้เคียง +2.47% YoY ในเดือนเม.ย. 55 อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน พ.ค. 55 อยู่ที่ +1.95% YoY (จากผลของฐานที่สูงในปีก่อน) ขณะที่ เม.ย. 55 อยู่ที่ +2.13%

> ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อปี 2555 เป็น 3.5% ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อปี 2555 ลงมาอยู่ที่ +3.5% สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป และ +2.6% สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เนื่องจากคาดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เงินเฟ้อจะเร่งตัวไม่มาก

> ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า คาดเงินเฟ้อเร่งตัวไม่มาก แต่จะเพิ่มใน 2H55 ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นไม่มากจากปัจจัยเรื่องฐานในปีก่อนหน้า รวมถึงปัจจัยอื่นได้แก่ การขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การชะลอการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน รวมถึงการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ตามยังคงมุมมองว่าเงินเฟ้อจะกลับมาไล่ระดับขึ้นในช่วง 2H55 เนื่องจากช่วงเวลาที่มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพทยอยหมดวาระลง และน่าจะทำให้ผู้ประกอบการที่เผชิญกับภาระต้นทุนคั่งค้าง (อาทิ จากค่าจ้าง และวัตถุดิบ) ทยอยขอปรับราคาสินค้า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไม่ต่ำกว่า 3.5-4.0% (YoY) ใน 3Q55 และ 4Q55 (เทียบกับคาดการณ์ที่ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2.5% ใน 2Q55) ขณะที่คาดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานใน 3Q55 และ 4Q55 ที่ 2.4-3.0% (YoY) (เทียบกับคาดค่าเฉลี่ย 2.0% ใน 2Q55)

> ต้องจับตาแนวทางการดูแลราคาสินค้าของภาครัฐรวมถึงทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยหากสถานการณ์วิกฤตหนี้ยุโรปไม่พัฒนาไปถึงขั้นเลวร้ายรุนแรง ก็อาจทำให้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ก.ค. 55 ส่งผลทางจิตวิทยาหนุนราคาน้ำมันตลาดโลกในบางช่วง ซึ่งก็อาจมีผลต่อเนื่องมายังราคาขายปลีกพลังงานในประเทศ และค่าไฟฟ้า Ft รอบสุดท้ายของปี ดังนั้น มาตรการดูแลราคาสินค้าของภาครัฐ ก็ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อในช่วงท้ายของปีดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง(ประเด็นการวิเคราะห์ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ความเห็นเพิ่มเติมโดย KS Research)

 

ข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาด

ในประเทศ

การเมือง: ท้าทายโหวตรธน. เพื่อแม้วนัดลิ่วล้อลุย8มิ.ย.โฆษกศาลขู่ต้องรับผิดชอบ

> เพื่อไทยเมินคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมร่วมสองสภาฯ 8 มิถุนา โหวตผ่านวาระ 3 ขณะที่ 40 ส.ว.ฮึ่ม! ยื่นถอดถอน ยก พ.ร.ก.กู้เงินเปรียบเทียบที่ก็ต้องชะลอก่อนวินิจฉัยชี้ขาดหัวหน้าทีมโฆษกศาล รธน.ขู่รัฐสภา หากเดินหน้าต้องรับผิดชอบผลที่ตามมา "ประพันธ์ นัยโกวิท" บอก "ไม่น่า" มีผลผูกพันถึง กกต. พร้อมจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ด้านนิติราษฎร์โผล่ถล่มศาลยับ (ไทยโพสต์)

 

สรุปภาวะตลาด

คืนวันที่ 4 มิถุนายน 2555

- DJIA ปิด 12,101.46 จุด -17.11 จุด (-0.14%) S&P500 ปิด 1,278.18 จุด +0.14 จุด (+0.01%) NASDAQ ปิด 2,760.01 จุด +12.53 จุด (+0.46%) ตลาดหุ้นสหรัฐสามารถรีบาวด์กลับขึ้นมา แม้ยอดสั่งซื้อใหม่ในภาคโรงงานสหรัฐปรับตัวลดลงในเดือนเม.ย.และจีนเปิดเผยดัชนีภาคบริการที่ชะลอตัวลงในเดือนพ.ค.

- NYMEX ส่งมอบ มิ.ย. อยู่ที่ USD83.98/bbl +0.75/bbl (+0.9%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ มิ.ย. อยู่ที่ USD1,613.9/ounce -8.2(-0.5%) สัญญาราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าที่ประชุมรมว.คลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G7 จะสามารถหาแนวทางใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและควบคุมปัญาหนี้สาธารณะ ขณะที่สัญญาราคาทองคำปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไร หลังราคาปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

คืนวันที่ 1 มิถุนายน 2555

- DJIA ปิด 12,118.57 จุด -274.88 จุด (-2.22%) S&P500 ปิด 1,278.04 จุด -32.29 จุด (-2.46%) NASDAQ ปิด 2,747.48 จุด -79.86 จุด (-2.82%) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงแรง เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก หลังตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอของสหรัฐและปัญหาหนี้ยุโรปที่ยืดเยื้อ

- NYMEX ส่งมอบ มิ.ย. อยู่ที่ USD83.23/bbl -3.3/bbl (-3.81%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ มิ.ย. อยู่ที่ USD1,622.1/ounce +57.9(+3.7%) สัญญาราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอ รวมถึงข้อมูลการผลิตที่อ่อนแอของจีนและวิกฤตหนี้ยูโรโซน ทำให้มีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกขณะที่สัญญาราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากความคาดหวังต่อมาตรการ QE ของ FED

 

สรุปข่าวประจำวัน

 

ต่างประเทศ

- สหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) เปิดเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนพ.ค.55 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 55.2 จุด จากเดือนเม.ย. 55 ที่ระดับ 56.1 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเดือนที่ 2 (อินโฟเควสท์)

- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผย ยอดสั่งซื้อใหม่ของภาคโรงงานในสหรัฐ เดือนเม.ย.55 หดตัวลง 0.6% ซึ่งทำสถิติหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากภาคธุรกิจขยายตัวช้าลง (อินโฟเควสท์)

- กระทรวงแรงงานของสหรัฐเปิดเผยว่า มีการจ้างงานใหม่ในเดือนพ.ค.55 เพิ่มขึ้นเพียง 69,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยที่สุดในรอบ 1 ปี และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 150,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานปรับขึ้นสู่ระดับ 8.2% จาก 8.1% ในเดือนเม.ย.55 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.54 (อินโฟเควสท์ และ CNBC)

- สถาบันจัดการอุปทานของสหรัฐ (ISM) เผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ในเดือนพ.ค.55 ลดลงสู่ระดับ 53.5 จากระดับ 54.8 ในเดือนเม.ย.55 แม้ว่าดัชนีวัดคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี (อินโฟเควสท์)

- Markit รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนเดือนพ.ค.55 ลดลงแตะ 45.1 จากระดับ 45.9 ในเดือนเม.ย.55 โดยเป็นการร่วงหนักสุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตในยูโรโซนระบุถึงการปรับตัวช่วงขาลงที่รุนแรงในเดือนพ.ค.55 ซึ่งบ่งชี้ว่า

ผลกระทบจากวิกฤตการเงินและการเมืองในยูโรโซนยังคงลุกลามไปทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ข้อมูลระบุว่าภาคการผลิตมีการหดตัวลงราว 1% เมื่อเทียบรายไตรมาส (อินโฟเควสท์)

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหภาพยุโรป หรือ Eurostat เปิดเผยว่า อัตราว่างงานในยูโรโซนเดือนเม.ย.55 ทรงตัวที่ 11% จากเดือนมี.ค.55 หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องนับแต่เดือนม.ค.55 (อินโฟเควสท์)

 

ข่าวบริษัท

- PTTGC ซื้อกิจการ "Perstorp" สำเร็จ เข้าถือหุ้น 51% พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น"VENCOREX" เผยร่วมลงทุน 50% NatureWorks LLC เป็นเงิน 150 ล้านเหรียญ ดำเนินธุรกิจผลิตไบโอพลาสติกประเภท PLA กระบวนการจ่ายเงินเสร็จปลายเดือนมิ.ย. นี้ (ข่าวหุ้น)

- LH ไตรมาส 2 รายได้โตแรงครึ่งปีหลังบุกโครงการตจว. ผู้บริหาร LH "อดิศร ธนนันท์นราพูล" แย้ม Q2 เริ่ดกว่าโค้งแรก เพราะยังมียอดโอนส่วนที่เหลือของคอนโด โอกาส หัวหิน และคอนโดมีเนียม The Key ประชาชื่นหนุน เดินหน้าลุยเปิดโครงการต่างจังหวัดครึ่งปีหลังจัดงบซื้อที่ดินเพิ่มกว่า 6 พันล้านบาท (ทันหุ้น)

- TCAP งบไตรมาส2พุ่งพรวดรับมีกลุ่มทุนสนธุรกิจประกัน TCAP มั่นใจแนวโน้มไตรมาส 2/2555 ผลงานเจ๋ง ทำให้ทั้งปีโตได้ตามเป้าหมาย 12% ด้านธุรกิจในเครือประกันชีวิต รับมีผู้สนใจทาบทามจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเพราะถ้าขายต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท(ทันหุ้น)

- CEN โชว์แผนลุยธุรกิจพลังงานรุกโรงไฟฟ้า-ถ่านหินดันรายได้ CEN ส่องเป้ารายได้ปีนี้โต10-15% จากการเติบโตของบริษัทในเครือผู้บริหาร "วุฒิชัย ลีนะบรรจง" เผยคุยพันธมิตร 2-3 ราย สร้างโรงไฟฟ้าโคเจน คาดเร็วๆ นี้ สรุปได้5 เมกะวัตต์ ส่วนแผนศึกษาลงทุนเหมืองถ่านหิน

คุยพันธมิตร 2-3 ราย เบื้องต้นเป็นลักษณะการซื้อกิจการ หวังสร้างรายได้มั่นคงในอนาคต (ทันหุ้น)

- MPIC โหมโรงดันรายได้จูบปากแฮปปี้โฮมลุย DVD MPIC คุยฟุ้งงบไตรมาส 2/2555 สดใส จากไตรมาส 1/2555 ที่คว้ากำไรสุทธิ 11.56 ล้านบาท ด้าน "เผด็จ หงษ์ฟ้า" ส่งซิกงบครึ่งปีหลังมั่นใจเชื่อปั๊มกำไรปี 2555 พุ่ง 15% หรือกว่า 80 ล้านบาทหลังจับมือบริษัทแฮปปี้โฮม

แถมโกยหนังทำเงินเพียบและทุ่มงบซื้อหนังเมืองคานส์ดันผลงานปี 2556 รุ่งโรจน์ (ทันหุ้น)

- UV ลุ้นดีลซื้อสำนักงานเพิ่ม UV หวังผลประกอบการไตรมาส 2/2555 เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2555 ที่มีกำไรสทุธิ 32.49 ล้านบาท หลังรายได้จากธุรกิจอสังหาและธุรกิจสังกะสียังขยายตัวได้ต่อเนื่อง จับตาดีลซื้ออาคารสำนักงานเพิ่มอีก 2-3 แห่ง คาดได้ข้อสรุปกลางปีนี้อย่างน้อย 1 แห่ง (ทันหุ้น)

- SABINA หวังยอดขายโต10%ทำตลาดช่องทางละครเพลง "SABINA" ชูกลยุทธ์ "เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ มาร์เก็ตติง" สนับสนุนละครเพลง "เรยา เดอะ มิวสิคคัล" หวังสร้างการรับรู้แบรนด์ซาบีน่าให้กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นและวัยทำงาน หนุนยอดขายโต 10% (ทันหุ้น)

- CENTEL พร้อมรับมือพิษการเมืองมั่นใจปีนี้รายได้แตะ 1.38 หมื่นล. ผู้บริหาร CENTEL "รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์" เตรียมระดมชี้แจงลูกค้าต่างชาติถึงสถานการณ์การเมืองในไทย วอนทุกฝ่ายยึดประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ส่วนด้านธุรกิจปีนี้เป้ารายได้แตะระดับ 1.38 หมื่นล้าน

บาทแย้มไตรมาส 2 โต 20% หลังกิจการโรงแรม-อาหารหนุน (ทันหุ้น)

- TNDT มีลุ้นคว้างานโปรเจ็กต์ใหม่มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท หวังโกยรายได้ขั้นต่ำ 50% เสริมแบ็กล็อกที่มีอยู่ 180 ล้านบาท กินยาวถึงสิ้นปี พร้อมย้ำชัดปี 2555 รายได้โตตามนัด 10% จากปีก่อน ขานรับเศรษฐกิจสดใส เผยจัดตั้ง บริษัทย่อย "LTNDT" ในลาวฉลุยพร้อมเดินหน้าโกยเงินเข้ากระเป๋าทันที (ทันหุ้น)

- RML ทะยานเข้า SET100 หลังวอลุ่มเทรดเข้าเป้า ฟรีโฟลตเกิน 20% กบข. เอไอเอและไทยประกันขออนุมัติบอร์ดเก็บเข้าพอร์ต ด้านไทยพาณิชย์ กรุงไทยประกาศชัดปล่อยกู้บจ.ในเซ็ต 100 ลดการเพิ่มทุน ด้านหุ้น INTUCH-HEMRAJ เตรียมเข้า SET50 (ข่าวหุ้น)

- AAV แจงหุ้นหลุดไอพีโอ มือดีปล่อยข่าวทุบราคา บิ๊กบอส “AAV” แจงราคาหุ้นหลุดไอพีโอเหตุมือดีหวังทุบราคา ปล่อยข่าวลือสะพัด “ผู้บริหารจะเทขายหุ้นทิ้งแล้วปิดบริษัทหนี” วอนเชื่อมั่นยันไม่ขายหุ้นแน่นอน โบรกฯระบุกระจายหุ้นให้รายใหญ่มากเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำตั้งแต่ต้น (ข่าวหุ้น)

- SC ตะลุยโรดโชว์ สิงคโปร์-ฮ่องกง ย้ำรายได้โต10% SC เตรียมโรดโชว์ต่างชาติ หลังเข้าMSCI ประเดิมเดือนมิ.ย.นี้ที่สิงคโปร์ หวังได้กระแสตอบรับที่ดี ย้ำเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 10%แตะ 8,000 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)

- RS เปิดช่องลาลิก้าก.ค.นี้ ตั้งเป้าสมาชิก3แสนราย RS อนาคตยังสดใส ลุ้นผลงาน Q2 โตต่อเนื่อง รับไฮซีซั่นธุรกิจสื่อ ทีวีดาวเทียมนำทัพ บวกกับกลุ่มโชว์บิซส่งมอบงานมากขึ้น ครึ่งปีหลังมีคอนเสิร์ต "ลิฟท์-ออย" ขณะที่เดือนก.ค.นี้ เตรียมเปิด RS Sport Laliga ตั้งเป้ายอดสมาชิก 3 แสนราย ค่ารับชม 149 บาท (ข่าวหุ้น)

- กสทช.ปรับค่ายมือถือ1.8แสนบาท สอบสัญญา3จีกสทฯ-ทรูไร้ข้อสรุป กสทช. เอาจริงค่ายมือถือ สั่งปรับวันละ 1.8 แสนบาท ทั้งกรณีการตัดวันลูกค้าพรีเพด-ไม่บันทึกข้อมูลผู้ใช้บริการ ในขณะที่การประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3 จี กสทฯ-TRUE ไร้ข้อสรุปบอร์ด กทค. เลื่อนตัดสินเป็นวันที่ 6 มิ.ย. (ข่าวหุ้น)

- TTW เริ่ดกองทุนแห่พบ25แห่ง แจงผลตอบแทนลงทุนมากกว่า 15% งบQ2เด้ง "TTW"ยิ้มแก้มปริพบกองทุนตปท. มากกว่า 25 แห่ง หลังเดินสายโรดโชว์มาเลเซีย-สิงคโปร์ ส่งซิกไตรมาส 2/55 รายได้เด้งกว่าไตรมาส 1/55 เหตุยอดจำหน่ายน้ำ Q2 สูงกว่าไตรมาสก่อน จาก

อานิสงส์อากาศร้อน เผยเจรจาซื้อกิจการธุรกิจน้ำประปา-พลังงานแสงอาทิตย์จบครึ่งปีแรก ย้ำเป้ารายได้ทั้งปีแตะ 5,000 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)

- LHK ปรับรายได้โตเพิ่ม20% รับยานยนต์ฟื้น ทุ่มงบลงทุน 130 ล้าน "LHK" ปรับเป้ารายได้ปี'55-56 โต 20% จากเดิมคาดโต 10-15% รับอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้น พร้อมตั้งงบลงทุนปี'55/56 ที่ 120-130 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรใหม่ แย้มพันธมิตรอินเดียเจรจาสัดส่วนถือหุ้นยังไม่ลงตัว (ข่าวหุ้น)

 

ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม

- รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ค. 55 มีผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากกรมโรงงานอย่างไม่เป็นทางการ 278 ราย มูลค่าเงินลงทุน 6,113 ล้านบาทต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มูลค่า 23,939 ล้านบาทเกือบ 4 เท่าตัว เนื่องจากนักลงทุนชะลอแผนการก่อสร้างโรงงานออกไปก่อนจากความกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจยุโรปหรือวิกฤติยูโรโซน และส่วนหนึ่งเปลี่ยนแผนไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลวันละ 300 บาททั่วประเทศที่จะมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 56 โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก อย่างโรงงานสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และอาหาร (เดลินิวส์)

 

กิจพล ไพรไพศาลกิจ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it +662 696-0057

ปณิธิ จิตรีโภชน์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0053

 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 5 มิ.ย. 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1378
mod_vvisit_counterAll days1378

We have: 1377 guests online
Your IP: 216.73.216.141
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 19, 2026

4420152