Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.เอเซียพลัส รายงานภาวะหุ้น 04/11/52
บล.เอเซียพลัส รายงานภาวะหุ้น 04/11/52 PDF Print E-mail
Wednesday, 04 November 2009 09:34

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 04/11/52

กลยุทธ์การลงทุน
              แรงกดดันน่าจะลดลงหลัง PTTEP สามารถควบคุมไฟไหม้&น้ำมันรั่ว ที่ออสเตรเลียได้แล้ว แต่ระยะสั้นตลาดยังขาดแรงจูงใจ ทำให้แรงขายของนักลงทุนต่างชาติจะยังมีอยู่ แต่ SET Index ที่ตกลงราว 12% ในช่วงกว่า 3 สัปดาห์ จนมีค่า PER 12 เท่าในปีนี้ และเหลือ 10.4 เท่าในปีหน้า ทำให้คาดว่าความเสี่ยงขาลงอาจจะมีไม่มาก นักลงทุนระยะกลาง-ยาว เริ่มกลับมาสะสมหุ้น ธ.พ.  และหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงระหว่างกาล  MCS, EASTW, THRE, TMT, TFUND 

แรงกดดันตลาดน่าจะลดลง หลัง PTTEP ควบคุมน้ำมันรั่วและไฟไหม้ที่แท่นขุดเจาะมอนทาราได้แล้ว 
              คาดว่าแรงกดดันต่อตลาดหุ้นน่าจะผ่อนคลายลงหลังจากที่ PTTEP ชี้แจงต่อตลาดฯ ว่าสามารถดับไฟไหม้ที่แท่นขุดเจาะน้ำมันแหล่งมอนทาราได้แล้ว และแม้ขณะนี้จะรอผลข้อสรุปความเสียหายก็ตาม แต่ฝ่ายวิจัยคาดว่าได้สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว หากพิจารณาราคาหุ้น PTTEP ที่ลดลงราว 20% ในระยะเวลาเกือบ 3 สัปดาห์ และลดลงมาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานมาก นักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานของ ASP ได้ประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ 2 ส่วน คือ  1) จะต้องซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะน้ำมัน ให้สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ และต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวด 4Q52 และ 2) การรับรู้รายได้จะต้องล่าช้าออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ใน 1Q53 ซึ่งหากล่าช้า 6-18 เดือน จะกระทบกำไรในปี 2553 ราว 10-19% จากประมาณการเดิม แต่จะกระทบต่อมูลค่าหุ้นไม่เกิน 5% อย่างไรก็ตามคาดว่าความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ น่าจะได้รับชดเชยค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย ที่ทาง PTTEP ได้ทำประกันไว้ในเงินรวม 267 ล้านเหรียญฯ ซึ่งประกอบด้วยการประกันภัยแท่นขุดเจาะวงเงิน 113-142 ล้านเหรียญฯ การประกันภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน เช่น กระทบต่อสิ่งแวดล้อม  75 ล้านเหรียญฯ และการประกันภัยบุคคลที่ 3 50 ล้านเหรียญฯ  ทั้งนี้คงต้องรอผลการประเมินความเสียหายอีกครั้งว่า เงินชดเชยที่จะได้รับจากการกรมธรรม์  สามารถคุ้มครองทั้งหมดหรือไม่  นักลงทุนรอดูนอกตลาด รอผลการตัดสินใจธนาคารกลางโลก ต่อการกำหนดนโยบายการเงิน คาดว่านอกจากเป็นการขายทำกำไรระสั้นของนักลงทุนต่างประเทศแล้ว ตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่ ๆ สนับสนุน และช่วงต้นเดือน พ.ย. 2552 เป็นช่วงสำคัญที่ธนาคารกลางของโลกจะมีการประชุมเกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยช่วง 3-4 พ.ย. เป็นการประชุมของ FED และ 5 พ.ย. เป็นการประชุมของธนาคารกลางยุโรป แต่เป็นที่คาดหมายว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยนโยบายการเงินในระยะสั้น และจะคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำที่  0.25% และ 1% ตามลำดับต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อยังติดลบเป็นส่วนใหญ่ และการใช้นโยบายการเงินแบบอ่อนตัว ยังมีความจำเป็นเพื่อสร้างความมั่นคงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตามผลการรายงาน GDP Growth ในงวด 3Q52 ของสหรัฐที่กลับมาบวกเป็นครั้งแรกเกินกว่าตลาดคาดหมาย ได้ส่งผลให้เงินดอลลาร์มีทิศทางแข็งค่าเมื่อกับสกุลหลัก ๆ ของโลก ในช่วงกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งเงินสกุลยูโร เงินปอนด์ และออสเตรเลียดอลลาร์ รวมถึงสกุลเงินในเอเซีย เช่น ริงกิต (มาเลเซีย) รูปีย์ (อินเดีย) และรูเปียะ (อินโดนีเซีย) เป็นต้น โดยมีเพียงเงินสกุลเยน เท่านั้นที่แข็งค่าเมื่อเทียบสกุลดอลลาร์ (หลังจากที่แข็งค่ามานานกว่า 6 เดือน) ขณะที่เงินบาทยังสามารถทรงตัวในกรอบ 33.46 บาทต่อดอลลาร์ได้ แม้จะมีการอ่อนตัวในระหว่างวันไปที่  33.72 บาทต่อตาม แต่จากนี้ไปคาดว่าค่าเงินดอลลาร์น่าจะเริ่มทรงตัวเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักของโลก หากการประชุมของ
FED ไม่มีอะไรสร้างความผิดหวังให้กับตลาด น่าจะช่วยให้สินทรัพย์เสี่ยง เช่นราคาหุ้น และราคาน้ำมัน ทรงตัวในระยะสั้น


ต่างชาติขายสุทธิ แต่กลับซื้อสุทธิในตลาด TFEX ตรงข้ามกับรายย่อยที่ขายสุทธิ TFEX แต่กลับซื้อหุ้นเพิ่ม 
               คาดว่าการปรับฐานของตลาดหุ้นทั่วโลกน่าจะเริ่มลดน้อยลง สะท้อนจากตลาดหุ้นสหรัฐที่มีทั้งบวกและลบสลับกัน และคาดว่าเช้านี้ตลาดหุ้นเอเซียน่าจะมีภาพผสมทั้งบวกและลบเช่นกัน อย่างไรก็ตามการที่ตลาดหุ้นยังขาดปัจจัยบวกใหม่ ๆ ชี้นำ เป็นไปได้ที่นักลงทุนต่างชาติจะยังทยอยปรับพอร์ตขายหุ้นต่อเนื่อง ก่อนวันหยุดในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ แต่เป็นที่สังเกตว่าเมื่อวานนี้แม้นักลงทุนชาต่างชาติขายสุทธิถึง 2.881 พันล้านบาท โดยขายต่อเนื่องตลอด 3 สัปดาห์ หรือขายสุทธิรวม 1.6 หมื่นล้านบาทก็ตาม แต่กลับมีฐานะซื้อสุทธิในตลาดอนุพันธ์ (TFEX)  มูลค่า 529 .75 ล้านบาท ตรงข้ามกับนักลงทุนรายย่อยในประเทศที่เป็นผู้ซื้อสุทธิต่อเนื่อง แต่กลับพบว่าในตลาด TFEX นักลงทุนรายย่อยกลับเป็นผู้มีฐานะขาย อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นช่วงปลายปี คาดว่าความต้องการซื้อกองทุนหุ้นเพื่อประหยัดภาษี (LTF/RMF) น่าจะทำให้นักลงทุนสถาบันในประเทศ กลับมาซื้อสุทธิในช่วงที่เหลือของปีนี้เช่นเดียวกับนักลงทุนรายย่อย  และน่าจะประคองดัชนีให้ทรงตัว หรือมีความเสี่ยงขาลงจำกัด

แนะนำซื้อสะสมหุ้น ธ.พ. หากดัชนีฟื้นตัวช่วงสั้น ส่วนพอร์ตลงทุนยังเน้นหุ้น Defensive & High Div 
               แม้แรงขายของนักลงทุนต่างชาติจะยังมีอยู่ แต่โอกาสที่ดัชนีจะดีดตัวช่วงสั้นมีความเป็นไปได้ หลังจากที่ปรับฐานมานานกว่า 3 สัปดาห์ กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ทยอยซื้อสะสมหุ้น High Beta เช่น หุ้น ธ.พ. BAY, KBANK ส่วนพอร์ตลงทุนระยะกลาง-ยาว ยังแนะนำให้ซื้อสะสม หรือถือหุ้นพื้นฐานดี ผันผวนน้อย (Low Beta) และให้เงินปันผลในระดับที่สูง (High Dividend Yield) ในกลุ่มต่อไปนี้คือ 1) หุ้นพื้นฐานมั่นคง ให้เงินปันผลสูงเกิน 7% คือ TMT, DCC, TVO, HANA, MCS, TISCO, KK, NTV, TUF, EASTW, GLOW, TTW, RATCH, DELTA  2) หุ้น Turnaround ที่กลับมามีกำไรในช่วง 2H52 หลังขาดทุนในงวด 1H52 และจะกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 2553 โดยเลือกบริษัทที่มี EPS growth สูงกว่า EPS ของตลาด ราคาหุ้นมีความผันผวนน้อยกว่าตลาด มีค่า PBV ต่ำกว่า 1 เท่า และมี Div yield สูงปานกลางคือ  SIAM, HANA, TMT, DELTA, TISCO และ 3) กลุ่ม Property
Fund เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีนิติบุคคล ผลกำไรจะตกถึงผู้ถือหน่วยเต็มที่ แนะนำ TFUND ซึ่งถือครองกรรมสิทธิ์โรงงงานให้เช่า 174 แห่ง ให้ Dividend Yield 8% ต่อปี (Free Hold ผู้ถือหน่วยสามารถรับเงินปันผลตลอดไป) และ SPF ถือครองสิทธิการเช่าสนามบินสมุย (ผู้ถือหุ้นหน่วยสามารถรับเงินปันผลจนสิ้นอายุสัญญาเช่า 30 ปี โดยสิ้นสุดปี 2579) ให้ Dividend Yield สูงราว 10%    
    

Written by :
platoo
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1170
mod_vvisit_counterAll days1170

We have: 1165 guests online
Your IP: 216.73.216.141
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 20, 2026

4262640