|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 05/11/52
|
|
|
|
|
Thursday, 05 November 2009 09:45 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 05/11/52
ขึ้นเน้นขายทำกำไรต่อเนื่อง เพื่อรอรับต่ำเช่นเดิม... กลยุทธ์วันนี้ แม้ว่าตลาดหุ้นทางฝั่งสหรัฐและยุโรปจะขยับบวกขึ้นได้เมื่อคืนนี้ หลังตัวเลขของตลาดแรงงาน และยอดขอสินเชื่อบ้านที่ดีขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกลับ มามีความมั่นใจต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอีกครั้ง แต่ในด้านของตลาดหุ้นเอเชียเช้า นี้ส่วนใหญ่เริ่มเปิดทำการด้วยการปรับตัวลดลง ขณะที่บางแห่งแม้จะยังเปิดบวกอยู่ ได้แต่ก็เป็นการบวกขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ถือว่าขยับ บวกขึ้นมาค่อนข้างร้อนแรงพอควรแล้วด้วย ทำให้ FSS เรายังคาดว่า SET จะขยับขึ้น ไปกว่านี้ได้ไม่มากนัก และมองว่าใกล้ที่จะเริ่มปรับพักตัวลงอีกรอบซึ่งเป้าหมายยังอยู่ ที่บริเวณ 650 จุด+/- อยู่ ดังนั้นตลาดบวกขึ้นแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรต่อ เพื่อรอ การปรับลงของ SET อีกครั้งค่อยมาพิจารณาหาจังหวะเลือกหุ้นเข้าซื้อกันใหม่ ประเด็นสำคัญต่างประเทศ Dow Jones ปรับขึ้น 30 จุด ตลาดบวกแรงในช่วงเปิดตลาดหลังจากตลาด ได้เห็นตัวเลขของตลาดแรงงานที่ดีขึ้น (ADP ที่ระบุว่าคนตกงานน้อยลงในเดือน ต.ค. ขณะที่มีรายงานว่าจำนวนพนักงานที่อาจถูก Layoff ก็ลดลงต่ำที่สุดในรอบ 19 เดือน) และยอดขอสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์หลังจากดอกเบี้ยใน ตลาดลดลงไปต่ำกว่า 5% แต่กลับอ่อนแรงลงจากตัวเลข ISM ภาคบริการ (ซึ่งคิดเป็น กว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ) ตกลงไปเหลือ 50.6 จุดในเดือน ต.ค. จาก 50.9 จุดในเดือน ก.ย. และหลังจากเห็นรายงานของ Fed ที่ระบุว่าจะตรึง อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ที่จริงแล้วรายงานของ Fed ในครั้งนี้เป็นบวก กว่าครั้งก่อน เพียงแต่การตึงอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำทำให้นักลงทุนเป็นกังวลเรื่องการอ่อน ค่าของค่าเงิน ค่าเงินดอลลาร์่อ่อนค่าทันที (Dollar index ลดลงมาอยู่ที่ 75.845 จุด เหนือ จุด Low ที่ 74.872 จุดไม่มากนัก) หลังจาก Fed ย้ำว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีก หลายเดือน ซึ่งยิ่งเปิดโอกาสให้เกิดการทำ Dollar carry trade เพิ่มมากขึ้น นอกจาก นี้ EIA รายงานว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาสต๊อกน้ำมันดิบลดลงถึง 4 ล้านบาร์เรล (แม้นัก วิเคราะห์จะตั้งข้อสังเกตว่าเป็นปัจจัยด้านอุปทานมากกว่าอุปสงค์ก็ตาม) ส่งผลให้ ราคาน้ำมันบวก 80 เซนต์มาปิดที่ US$80.40 ส่วนราคาทองเพิ่มอีก US$2.4 มาปิดที่ US$1,087 ค่าระวางเรือ (BDI) เพิ่มขึ้น 48 จุด ปิดที่ 3,295 จุด ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งเป็นตัวเลขที่แทบจะสำคัญที่ สุดในเดือนนี้ จะประกาศคืนวันศุกร์ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าคนตกงานจะมีจำนวน เพียง 1.75 แสนคนในเดือน ต.ค. ลดลงจากเดือนก่อน
ประเด็นสำคัญในประเทศ PTTEP: แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันและไฟไหม้ ได้แล้ว แต่โครงการมอนทาราที่ต้องเลื่อนออกไปย่อยกระทบกำไร โดยหากเลื่อนไป 1 ปี กำไรจะลดลง 17% ราคาเป้าหมายจะลดลงจาก 205 บาทเป็น 149 บาท ซึ่งมี Upside จากราคาปัจจุบัน 10% ซึ่งเราอยากให้ผลตอบแทนมากกว่านี้เพื่อรองรับความ เสี่ยงที่โครงการอาจเลื่อนนานกว่าที่เราคาด จึงอยากให้รอซื้ออ่อนตัวเมื่อต่ำกว่า 132 บาท แต่หากมีหุ้นอยู่แล้ว ถือต่อได้ ประเด็น 3G ในระยะนี้ยังมีข่าวที่เป็นเชิงลบอยู่เป็นระยะ แม้ราคาหุ้นในช่วง ที่ผ่านมาปรับลงมารับข่าวลบไปบ้างแล้ว แต่ในกรณีแย่สุดหากไม่มี 3G มูลค่า DTAC จะอยู่ที่ 38 บาท TRUE อยู่ที่ 2.80 บาท และ ADVANC อยู่ที่ 103 บาท นอกเหนือ จาก Dividend yield 7.4% ดังนั้น จะเห็นว่าราคาหุ้นปัจจุบันของ ADVANC ปลอดภัย กว่าแม้ในกรณีแย่สุด หากยังไม่มีหุ้นเราแนะนำซื้อ ADVANC แต่หากนักลงทุนมีหุ้น อยู่แล้ว สามารถถือได้ทั้ง ADVANC และ DTAC เพราะเชื่อว่า 3G จะต้องเกิดขึ้น ประเด็นคือช้าหรือเร็วเท่านั้น
Technical View : “แม้จะยังมีลุ้นปิดวันเป็นบวกได้อยู่ แต่การขยับขึ้นแรง เมื่อวานนี้ทำให้วันนี้อาจจะปิดบวกได้เพียงเล็กน้อย หรือถึงขั้นย้อนปิดเป็นลบแทน ได้ ดังนั้นขยับถึงเป้าหมายก็ควรขายทำกำไร...” แนวรับ : 682-680***, 667-665* , 660-650** แนวต้าน : 690-695** , 700-702***
Technical Picks: KCE (Bt 4.02 เป้าเทคนิค 4.30 cut loss ถ้าหลุด 3.90) UV (Bt 2.32 เป้าเทคนิค 2.50-2.60 cut loss ถ้าหลุด 2.24) SMIT (Bt 1.62 เป้าเทคนิค 1.75 cut loss ถ้าหลุด 1.58)
|
Comments