|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/11/52
Market Recap and Trend: คาด SET เคลื่อนไหวแบบสร้างฐานต่อเนื่องในกรอบ 700-720 จุด...ยังไม่ได้ข้อสรุปการลงทุนในเขตมาบตาพุด SET เคลื่อนไหวแบบ Sideways ต่อเนื่องเมื่อวานนี้ ปิดตลาดปรับสูงขึ้น 0.11% ที่ 707.26 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลาง 18,022 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 1,032 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET ระยะสั้นๆ คาดว่าจะยังอยู่ในช่วงการสร้างฐานในกรอบ 700-720 จุด ต่อเนื่อง และคงมุมมองเชิงบวกต่อ SET ในระยะกลางต่อไปแม้จะมีความเสี่ยง ทางการเมืองที่ต้องติดตามมากขึ้น โดยกลุ่มคนเสื้อแดงจะมีชุมนุมใหญ่วันที่ 29 พ.ย.นี้ ขณะที่ ประเด็นการลงทุนในเขตมาบตาพุดที่ศาลปกครองสูงสุดมีการพิจารณาคำไต่สวนเมื่อวานนี้ยังไม่ ได้ข้อสรุป โดยศาลฯเรียกพยานเอกสารเพิ่มเติม สำหรับตัวเลข GDP 3Q09 ที่จะประกาศในวัน จันทร์ที่ 23 พ.ย.นี้คาดว่าจะขยายตัว 2.25% จาก 2Q09 แต่หดตัวลง 3.3% เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันของปีก่อน ขณะที่คาดว่า GDP จะกลับมาขยายตัว 3-4% YoY ในช่วง 4Q09
Investment Strategy: ทยอยสะสมกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ต่อเนื่อง...คงน้ำหนักลงทุนหุ้นที่ 80% ของพอร์ต แม้เราคาดว่า SET จะเคลื่อนไหวแบบสร้างฐานในกรอบ 700-720 จุด ในระยะสั้นๆ แต่เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ SET ในระยะ 3 – 6 เดือนข้างหน้าเหมือนเดิม โดยให้ป้าหมายอิง วิธี Bottom-Up ที่ 740-800 จุด และแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ต โดยเรา มองการสร้างฐานในกรอบ 700-720 จุด เป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นขนาดใหญ่เข้าพอร์ต ซึ่งเป็นกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะ Outperform ตลาดในช่วงปลายปี – ต้นปีหน้า โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม พลังงาน (PTTEP, PTT, PTTAR, TOP, IRPC, BANPU – ไม่มีปัญหาการลงทุนในเขต มาบตาพุด เหมือนกับหุ้นกลุ่มพลังงานส่วนใหญ่ และมีปัจจัยบวกจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น) กลุ่มธนาคาร (BBL, TCAP, SCIB, KBANK, SCB, TISCO) วัสดุก่อสร้าง (SCC,DCC) อสังหาฯ (QH, AP, LPN – เตรียมเปิดโครงการคอนโดฯ มูลค่า 3.2 พันล้านบาท 21 พ.ย.นี้, LH, PS, STEC) ชิ้นส่วนยานยนต์ (SAT, STANLY) เดินเรือ (TTA) และบันเทิง (BEC, MCOT, MAJOR) พาณิชย์ (CPALL)
Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL CPF TUF CPALL KH AOT GLOW STANLY TTA
Futures Strategy: คาด S50Z09 เคลื่อนไหวแบบ Sideways แนะนำ เก็งกำไรในกรอบ 492-502 จุด AUTO: BANPU, PS และ BEC มี Sentiment แข็งแกร่งที่สุดใน Auto Matrix
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดลดลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 0.11% เช่นเดียวกับดัชนี S&P500 ปิดลดลง 0.05% โดยได้รับแรงกดดันจากบริษัทออโต้เดส์ค อิงค์ซึ่งผลิตซอฟท์แวร์ธุรกิจเตือน เกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาสปัจจุบัน ขณะที่บริษัทเซลส์ฟอร์ซ.คอม อิงค์รายงานถึงการชะลอ ตัวของธุรกิจใหม่ๆ โดยข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบกับนักลงทุนที่มองหาสัญญาณการฟื้นตัวของอุป สงค์ นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่กิจกรรมการก่อสร้างร่วงลงอย่างรุนแรงทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านหลายครอบครัว ซึ่ง เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังคงถูกกดดัน ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิด เพิ่มขึ้น 0.44 ดอลลาร์ หรือ 0.56% เป็น 79.58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุน EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 900,000 บาร์เรล สู่ 336.8 ล้านบาร์เรลในช่วง สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 พ.ย., สต็อกน้ำมันกลั่นลดลง300,000 บาร์เรล สู่ 167.4 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล สู่ 209.1 ล้านบาร์เรล, อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบลด แรงบวกในระหว่างวันเนื่องจากตัวเลขเริ่มสร้างบ้านที่ซบเซาในสหรัฐทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจใน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ดอลลาร์อ่อนค่า เมื่อเทียบกับยูโร ดอลลาร์ร่วงลง ขณะที่นักลงทุนมองว่า การเปิดเผย ข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ บ่งชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำสุดไปจนถึง ปีหน้า ทั้งนี้ดีลเลอร์ส่วนใหญ่ระบุว่า แนวโน้มการลดลงในระยะยาวของดอลลาร์ยังคงดำเนินต่อไป และระบุว่า แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เฟดก็ยังไม่มี แนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 262 จุด อยู่ที่ 4,643 จุด เริ่มกลับมาสต็อกวัตถุดิบ ตามฤดูกาล จะผลักดันให้ค่าระวางเรือมีทิศทางขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งไปจนถึงปลายปีนี้
|
Comments