|
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะหุ้น 29/12/52
|
|
|
|
|
Tuesday, 29 December 2009 10:05 |
|
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 29/12/52
แนวโน้มตลาดวันนี้ วานนี้ตลาดหุ้นไทยเดินหน้าบวกต่อ ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 733.71 จุด เพิ่มขึ้น 3.30 จุด (+0.45%) มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 7.1 พันล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องอีก 295 ล้านบาท แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มแกว่งตัว 725-736 มี โอกาสที่จะทดสอบผ่านแนวต้าน 736 ทั้งนี้เป็นเพราะการทำปิดงวดบัญชีและการคาดการณ์การ เข้ามาซื้อของกองทุน LTF RMF เป็นหลัก ในส่วนของตลาดอนุพันธ์ S50Z09 มีแนวโน้มแกว่ง ตัวในกรอบ 510-528 (สิ้นสุดอายุสัญญาวันนี้ 16.30 น.) S50H10 508-528 SET50 กรอบ การเคลื่อนไหว 510-528 ด้านGold Future GFZ09 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,480- 17,840 (สิ้นสุดอายุสัญญาวันนี้ 16.30 น.) GFG10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,600- 17,950 GFJ10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,760-18,020 กลยุทธ์ คาดการซื้อขายจะแกว่งตัวในกรอบแคบ ปรับตัวลงซื้อเก็งกำไรหรือซื้อถือเน้นยืน 728 คาดแรงซื้อส่วนใหญ่จะเข้าในหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก โดยเฉพาะMost Active PTT PTTEP PTTAR PTTCH และเป็นหุ้นเป้าหมายของการซื้อเก็งกำไร หรือเลือกซื้อสะสมกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง SCC SCCC สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade เช่น TTCL TMB หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลางถือ รอปรับตัวซื้อ ดัชนี SET ดัชนีปิดตัวมีลักษณะเป็นแท่งเทียนสีขาวในกรอบของ Uptrend Channel และปรับตัวตามกันกับเส้น 5 วัน แนวรับสำคัญของเส้นUptrend Channel722จุด แนวต้าน 736/742 ถ้าผ่านเป็น Buy Signal ซื้อเก็งกำไรเพิ่ม และเป็นการยืนยันการแกว่งตัวในกรอบขา ขึ้น ในส่วนของปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ทำให้คาดว่าการปรับตัวจะไม่รุนแรง ถือ หรือ ซื้อเก็ง กำไรเมื่อมีการปรับตัวยืนแนวรับ ถือหรือ ซื้อเก็งกำไรเมื่อยืนแนวรับ 728 ดัชนีนิกเกอิ มีแนวโน้มกลับตัวขึ้นต่อเนื่อง นักลงทุนเข้าซื้อถือข้ามปีมากขึ้น เนื่องจากตัว เลขเศรษฐกิจที่ออกมามีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับรัฐบาลได้ให้คำมั่นในการปรับงบประมาณ รายจ่ายไปสู่ภาคครัวเรือนมากขึ้นในด้านสวัสดิการและการศึกษา แนวรับสำคัญ 10,500 ดัชนีฮั่งเส็ง ดัชนีปิดตัวเป็นแท่งเทียนสีดำเป็นสัญญาณลบ เนื่องจากการประมูลที่ดิน 2 ผืนของรัฐบาลออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาด ระยะสั้นเน้นยืนแนวรับสำคัญ 21,400 SMA5วันที่ทำหน้าที่เป็นเส้นแนวรับขาขึ้น คาดมีโอกาสกลับตัวขึ้นทางเทคนิค (Analyst - ธวัชชัย
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
Stocks in trend BCP (ราคาปิด 15.10 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย) คาดผลประกอบการ 4Q52 ยังคงแข็ง แกร่งจากค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และรับรู้รายได้จากการทำ Hedging โดยเรา คาดกำไรทั้งปี 52 ราว 8.1 พันล้านบาท ดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 750 ล้านบาท ขณะที่คาดว่าจะ มีการจ่ายเงินปันผลงวด 2H52 โดดเด่นอีกราว 1 บาทต่อหุ้น TASCO (ราคาปิด 38 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 47) คาดผล ประกอบการปี 53 ยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่งจากกำลังการผลิตยางมะตอยใหม่ของโรงกลั่นที่ ประเทศมาเลเชีย รวมทั้งคาดความต้องการในประเทศจะเพิ่มขึ้นโดดเด่นจากงบการก่อสร้าง- ซ่อมบำรุงถนน MCOT (ราคาปิด 23.90 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 26.20) คาดผลประกอบการ 4Q52 มีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอัตราการใช้เวลาโฆษณาใน 4Q52 อยู่ ในเกณฑ์ที่สูงเป็นอย่างมาก โดยผู้บริหาร MCOT เชื่อว่ามาจากการปรับผังรายการตั้งแต่ช่วง กลางปีรวมถึงการใช้กลยุทธ์ทางด้านการตลาดที่แข็งแกร่ง SC (ราคาปิด 11.30 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 14.52) คาดยอด พรีเซลใน 4Q52 ทำสถิติสูงสุดในปีนี้ จากการเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ ขณะที่คาดผล ประกอบการ 4Q52 ยังโดดเด่น จากภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเร่งโอนของลูกค้า และคาดกำไรปี 53 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากมีการต่ออายุมาตรการด้านภาษี อสังหาฯ (Analyst - อำนาจ
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
ปัจจัยบวก + กระทรวงการคลังปรับเป้า GDP ปี 52 ใหม่เป็นหดตัว 2.8% จากเดิมที่คาดว่าจะ หดตัว 3% ในประมาณการครั้งก่อน จากการเร่งรัดใช้จ่ายภาครัฐ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประเทศคู่ค้าที่เร็วกว่าที่คาดไว้ และจะเห็นผลบวกต่อเนื่องไปยังปี 53 ซึ่งเพิ่มเป้าใหม่ เป็น 3.5% จากเดิม 3.3% + บอร์ด รฟม.เร่งประชุมเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับราคากลางของโครงการก่อสร้าง รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ถ้าเป็นไปได้อาจทัน 30 ธ.ค.นี้เพื่อเตรียมเปิดประมูลในปีหน้า ปัจจัยลบ - ธนาคาร HSBC เปิดเผยว่าผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้น โดยกว่า 71% มองว่าตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกและตลาดพันธบัตรยังน่าลงทุนใน 4Q52 - ผู้ว่าแบงก์ชาติเปิดเผยว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกปี 53 ยังมีความเปราะบาง นัก ลงทุนยังไม่เชื่อมั่น 100% ทำให้การเคลื่อนย้ายเงินทุนมีความผันผวนตามข่าวที่เกิดขึ้น ขณะที่ อัตราดอกเบี้ยในภูมิภาคเอเชียมีโอกาสปรับขึ้นเร็วกว่าสหรัฐอเมริกา - ปริมาณการซื้อขายมีแนวโน้มซบเซาต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากอยู่ในช่วงวัน หยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ - ประเด็นการแก้ไขรธน.ฉบับปี 50 ที่แต่ละฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกัน การตัดสินคดีเงิน บริจาค 258 ล้านบาทของพรรคปชป. และปัจจัยการเมืองอื่น ๆ บั่นทอนเสถียรภาพรัฐบาล
ปัจจัยที่ต้องจับตา * 29 ธ.ค. สหรัฐจะเปิดเผยราคาบ้านเดือนต.ค.และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. * 30 ธ.ค. ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย.52 ส่วนสหรัฐจะประกาศตัว เลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือนธ.ค.และรายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ * 31 ธ.ค. สหรัฐจะประกาศ 1) ตัวเลขผู้ว่างงานขอรับสวัสดิการ นักวิเคราะห์คาดว่าอาจ ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 460,000 คนซึ่งสูงกว่า 452,000 คนในการประกาศสัปดาห์ก่อน สะท้อนว่า ตลาดแรงงานในสหรัฐยังไม่ดีขึ้น 2) ดัชนีภาวะธุรกิจปัจจุบันในนิวยอร์กเดือนธ.ค. * ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปิดทำการในวันที่ 31 ธ.ค. 52 และ 1 ม.ค. 53 * 4 ม.ค. 53 กระทรวงพาณิชย์ไทยจะประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) และดัชนี ราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ในเดือน ธ.ค. 52 * 8 ม.ค.53 สหรัฐจะประกาศตัวเลขการจ้างงานในเดือน ธ.ค.52
Wall Street: ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 26.98 จุด ขานรับข้อมูลยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นเกินคาด ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 26.98 จุด นับเป็นสถิติปรับตัวเพิ่มขึ้น ติดต่อกันเป็นวันที่ 6 โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากการรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกในช่วงเทศกาล วันหยุดระหว่างวันที่ 1 พ.ย. - 24 ธ.ค. โดยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.6% นอกจากนี้ตลาดยังได้แรง หนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นในกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น 72 เซนต์เป็น 78.77 ดอลลาร์/บาร์เรล อย่างไรก็ดีดัชนีไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเนื่องจากนักลงทุน ส่วนหนึ่งชะลอการลงทุนเพื่อรอดูตัวเลขเศรษฐกิจ โดยวันอังคาร สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์จะเปิดเผยราคาบ้านเดือนต.ค. และสำนักงานคอนเฟอร์เรนซ์ บอร์ด จะเปิดเผยดัชนีความ เชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนธ.ค. ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 26.98 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 10,547.08 จุด ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 1.30 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 1,127.78 จุด และดัชนี Nasdaq บวก 5.39 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 2,291.08 จุด
ราคาน้ำมัน : NYMEX เพิ่มขึ้น 72 เซนต์ คาดความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นหลังสภาพอากาศ หนาวเย็น ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 72 เซนต์ โดยนักลงทุนคาดว่าสภาพอากาศที่หนาวเย็นขึ้นในสหรัฐจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพื่อสร้าง ความอบอุ่นปรับตัว
|
Comments