Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : รายงานภาวะหุ้น 04/01/53
สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : รายงานภาวะหุ้น 04/01/53 PDF Print E-mail
Monday, 04 January 2010 09:25

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 04/01/53

แนวโน้มตลาดวันนี้
SCRI มีมุมมองเป็น “Neutral” คาดแนวโน้มดัชนีปรับเพิ่มขึ้น ตามตลาด
ภูมิภาค จากความคาดหวังกรณี January effect และ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจในเชิง
บวก อย่างไรก็ดี SCRI มีความเห็นว่าตลาดหุ้นไทยจะ under perform ตลาดหุ้น
เอเชีย เนื่องจากปัจจัยในประเทศประเด็นการเมืองที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะ
การพัฒนาการทางการเมือง ในช่วงเดือน ม.ค. ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.
รวมถึงการตัดสิน รคดีความต่างของอดีต นายกฯ หรือ กรณีนิคมมาบตาพุด     สะท้อน
ไปยังการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติตลอดในช่วงเดือน ธ.ค.     
กลยุทธ์การลงทุน SCRI แนะนำ ซื้อเก็งกำไรระยะสั้นหุ้น sweet spot
ได้แก่  AGE / SCB  และ สำหรับนักลงทุนระยะสั้นใช้กลยุทธ์ let profit run แต่ แนะ
นำใช้จุด stop loss หากดัชนีต่ำกว่า ระดับ  725 จุด สำหรับนักลงทุนระยะยาว “รอซื้อ
เมื่อราคาอ่อนตัว” และเน้นหุ้นกลุ่มเงินปันผลสูง ได้แก่ TRT (0.57 บาท) TMT (0.50
บาท) และ TPAC (0.52 บาท) (ตัวเลขในวงเล็บ คือ ประมาณการจ่ายเงินปันผลที่คาด
ว่าจะจ่ายผลดำเนินงานปี 2552) และกลุ่มที่ผลดำเนินงานฟื้นตัว   MINT / BGH /
PTTEP

ประเด็นสำคัญ
สถานะซื้อขายของนักลงทุนต& 63242;างชาติในสัปดาห& 63246;ที่แล& 63243;ว นักลงทุนต& 63242;
างชาติมีสถานะซื้อสุทธิ 5 ใน 6 ประเทศ ขายสุทธิในไทยสัปดาห์ที่แล้ว การลดพอร์
ตของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย ต่อเนื่องนับจากเดือน ธ.ค.  สะท้อนความ
กังวลการแก้ปัญหานิคมมาบตาพุด และ ปัญหาการเมืองภายในประเทศ
หุ้น “SCRI Sweet Spot Stocks ” และแนวรับ- แนวต้าน ได้แก่  AGE
(6.45-6.75)   SCB (85.25-89)

ปัจจัยต่างประเทศ
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 120.46 จุด เป็น 10,428  จุด โดยมีแรงขายทำกำไร
ออกมาก่อนช่วงวันหยุดปีใหม่ ในขณะที่ปริมาณซื้อขายอยู่ในระดับต่ำ หลังจากข้อมูล
เศรษฐกิจมีแนวโน้มรายงานเชิงบวกต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลรัฐบาลจะทยอย
ถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรก ลดลง
22,000 คน  ซึ่งถือเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 18 เดือน VIX Index เพิ่มขึ้น 1.72 จุด ปิดที่
21.68 จุด
จีนรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตประจำเดือน ธ.ค. ที่
ระดับ 56.6 จุด เพิ่มขึ้น 1.4% mom เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจ
จีนฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ในแง่ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ผู้ว่าการ
ธนาคารกลางจีนยืนยันใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนต่อไปในปี 2553 และจะจัด
ทำนโยบายให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ปัจจัยในประเทศ
ธปท. รายงานเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย. ภาพรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจาก
เดือนก่อน  การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาคเอกชน (PCI) อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับ
ช่วงปี 2551 โดยขยายตัว 4% yoy จากผลของความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนถึงแม้ว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 แต่ถือ
ว่ายังคงอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการเกิดวิกฤต และ มีความเปราะบาง
สะท้อนจากการลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ การส่งออกฟื้นตัวต่อเนื่องเป็น
เดือนที่ 2 แต่ชะลอลง mom
ข้อตกลงเปิดเสรีสินค้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ซึ่งจะส่งผล
ให้ต้องลดภาษีสินค้า 8,300 รายการ ในอัตราภาษี 0% เริ่มมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วัน
ที่ 1 ม.ค. 2553 สำหรับสินค้าหลักของไทยที่ได้รับผลกระทบคือ ข้าว ถั่วเหลืองน้ำนม
ดิบ/นมปรุงแต่ง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ฯลฯ  
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 267 ล้านบาท (สถาบันซื้อสุทธิ  1,286 ล้าน
บาท) และมีสถานะ long ในตลาดฟิวเจอร์สุทธิ 167 สัญญา

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น  0.08 ดอลลาร์ ปิดที่ 79.36
ดอลลาร์  ราคาน้ำมันดิบปิดเกือบทรงตัว แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจัยหนุนรายงาน
สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ลดลง  1.5 ล้านบาร์เรล
ราคาทองคำส่งมอบเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น  3.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,096
ดอลลาร์/ออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบแคบแต่แนวโน้มยังคงอยู่ในช่วงของการปรับ
ฐาน
ค่าระวางเรือวันที่ 30 ธ.ค. 2552 ปิดที่  3,005 จุด  ลดลง 18 จุด  

อุตสาหกรรมเด่น
การเปิดเขตการค้าเสรี มีทั้งประโยชน์ที่ได้รับและปัจจัยเสี่ยง: หากแบ่ง
พิจารณาเป็นรายกลุ่มพอจะสรุปได้ว่า 1) กลุ่มท่องเที่ยว ปัจจัยบวกจะทำให้เม็ดเงิน
ลงทุนจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาเพื่อลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย
เนื่องจากศักยภาพของสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มอาเซียนแต่ปัจจัย
เสี่ยงอาจะได้รับผลกระทบจากการหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของไทย
2) กลุ่มโรงพยาบาล ได้รับ know how จากนักลงทุนต่างชาติในการร่วมกันประกอบ
การในภูมิภาค  และ ดึงดูดผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้น สำหรับปัจจัยเสี่ยง คือ อาจ
จะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากค่าจ้างในไทยค่อน
ข้างต่ำ หากเทียบกับบางประเทศในภูมิภาค 3) กลุ่มเกษตร ไทยจะได้รับประโยชน์
เนื่องจาก เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และ เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ  แต่ในบางสินค้าไทยอาจ
จะได้รับผลกระทบเนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง อาทิ น้ำมัน
ปาล์ม และ ยางพารา (ติดตามรายละเอียดด้านใน)

หุ้นเด่น
BIGC: แนะนำ “ซื้อสะสม” มูลค่าเหมาะสม 51.00 บาท คาดผลการดำเนิน
งาน Q4/52 จะฟื้นตัวตามภาวะอุตสาหกรรม ที่ได้รับอานิสงค์จากเศรษฐกิจและความ
เชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัว โดยข้อมูลสำรวจจาก ม.หอการค้าไทย พบว่าการใช้จ่ายของ
ผู้บริโภคในช่วงปีใหม่นี้จะเติบโตราว 5.3% yoy นอกจากนี้ประเมินว่าบรรยากาศการ
ใช้จ่ายของผู้บริโภคในปี 2553 จะปรับดีขึ้นจากประเด็นเรื่องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ
ด้วย
MINT แนะนำ “ซื้อสะสม” ธุรกิจโรงแรมผ่านจุดต่ำที่สุดใน Q2/52 ธุรกิจ
โรงแรมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยเริ่มเห็นทิศทางตั้งแต่ปลาย Q3/52 ที่ผ่านมา โดยมี
อัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 50–55% จาก Q2/52 ที่ระดับ 40–45% ขณะที่คาดใน
Q4/52 จะปรับดีขึ้นเป็น 60–65% ดังนั้นรายได้ในปีนี้ของบริษัทน่าจะเติบโต 8% ตาม
เป้าหมายส่วนธุรกิจรับบริหารงานโรงแรมในสัปดาห์นี้บริษัทเตรียมที่จะเข้าบริหารงาน
โรงแรมที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม อีก 1 แห่ง จากปัจจุบันที่บริษัทมี
สัญญาบริหารที่จะทยอยเปิด 11 โรงแรม   ราคาที่เหมาะสม 16.30 บาทต่อหุ้น









Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1393
mod_vvisit_counterAll days1393

We have: 1387 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.216.147
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 17, 2026

4263848