Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะหุ้น 14/01/53
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะหุ้น 14/01/53 PDF Print E-mail
Thursday, 14 January 2010 12:41

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/01/53

เลือกหุ้นขนาดกลาง
คาดตลาดอยู่ในช่วงปรับฐาน Sideways โดยท้ายสุดคาดว่ายังไม่ดิ่งเร็วและไม่ปรับ
ขึ้นต่อ แต่ด้วยปริมาณเงินที่ท่วมโลกและเข้ามาไทยแต่ไปซื้อพันธบัตร ยังน่าจะเป็นโอกาสของ
Fund Flow ที่จะมีการดันหุ้นขึ้นอีกรอบ ในขณะที่ เรากลับมาผิดหวังอยู่บ้างต่อขั้นตอนการแก้
ปัญหามาบตาพุด ที่ดูเหมือนทางการใจเย็นเกินไปและไม่ประเมินความเสียหายต่อภาพ
เศรษฐกิจ การจ้างงาน และต้นทุนโรงงานที่ภาคเอกชนลงไป เราชื่นชอบกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ใน
วันนี้จากเรื่องอัตราดอกเบี้ยต่ำและที่ชอบมากและให้ขึ้นแท่นเป็น Strong Buy คือ KCE
กรอบวันนี้ แนวรับ 740 แนวต้าน 750

ปัจจัยวันนี้
( - ) 10 เดือนมาบตาพุด ไม่ค่อยดีนักหากยังไม่ให้ก่อสร้างต่อจนเสร็จและเริ่มทดลองเดิน
เครื่อง: คณะกรรมการ 4 ฝ่ายเปิดเผยว่าองค์กรอิสระเฉพาะกาลที่สามารถจัดตั้งขึ้นโดยอาศัย
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องใช้จัดตั้งเวลา 60 วัน แต่อาจจะใช้เวลาสะสางโครงการมาบตา
พุดที่มีปัญหาทั้ง 64 โครงการประมาณ 10 เดือน ซึ่งถือว่านาน ซึ่งเรายังหวังในทางที่ดีว่าการ
อุทธรณ์ทางศาลอาจจะเร็วกว่าการผ่านขั้นตอนทำ HIA ซึ่งขณะนี้กลายเป็นว่า Best Case ที่
นอกเหนือต่อการอุทธรณ์ศาลแล้วได้ คือ 64 โครงการในข่ายนี้ยังมีสถานะดีกว่าโครงการที่ไม่อยู่
ในส่วนนี้ และกำลังเตรียมแผนการจะขยายกำลังการผลิต มีเพียงแบบร่างอยู่ เพราะกลุ่มเหล่านั้น
ยังต้องรอการจัดตั้งองค์กรอิสระถาวรซึ่งต้องผ่านกระบวนการรัฐสภาและใช้เวลานาน 8-12 เดือน
สิ่งที่เราเป็นห่วงขณะนี้คือ โรงงานหลายแห่งใน 64 โครงการ ได้หยุดการก่อสร้างไปตามคำร้อง
ของศาล หากกินเวลาอีกนานและมียืดเยื้อ จะทำให้ฐานรากและโครงสร้างของตัวโรงงานเสื่อม
ตามกาลเวลา ต้องให้คนงานกลับออกไปก่อน แล้วมีคำสั่งให้สร้างต่อได้ จึงมาเริ่มกันใหม่ หาก
นานเกิน 1 ปี โครงสร้างจะเป็นอันตราย และต้องใช้ต้นทุนในการ Freeze โรงงานไว้ด้วยไฮโด
เจนเป็นเงินมหาศาล ของ SCC มี 2 โรงงานใหญ่ที่หยุดตามคำสั่งไปแล้ว ทำให้หุ้น PTT และ
SCC ดูมีทางออกแต่ทางออกนั้นกลับใช้เวลานานจนน่ากังวล กลยุทธ์การลงทุนอาจจะทำให้เม็ด
เงินต้องกลับโยกย้ายเข้าสู่ BANPU อีกระลอกแม้ว่าราคาหุ้นขึ้นมาสูงแล้ว
( + ) BANPU: เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/52 ลดลงมาเหลือ 2,100
ล้านบาท ทั้งปีกำไรสุทธิประมาณ 14,800 ล้านบาท แต่เราได้ปรับราคาถ่านหิน Benchmark ใน
อนาคตขึ้นจาก 65 เหรียญฯ เป็น 72 เหรียญฯ ทำให้ Fair Value ของ BANPU เพิ่มขึ้น มา
จาก 520 บาท เป็น 668 บาท แนะนำรอซื้ออ่อนตัวเมื่อราคาต่ำกว่า 600 บาท แนวรับสำคัญคือ
592 บาท
( + ) KCE: คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2552 ประมาณ 154 ล้านบาท คาดปี 2553 ฟื้นตัว
แข็งแกร่งมีกำไรสุทธิ 602 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 290% YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.30 บาทต่อ
หุ้น และคาดว่าจ่ายปันผลสำหรับปี 2552 ได้ไม่ต่ำกว่า 0.10 บาท หรืออาจจ่ายเป็นหุ้นเป็นผลเพื่อ
เอาเงินไปใช้คืนหนี้ได้เร็วขึ้น เราปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 7.80 บาท แนะนำซื้อเต็มที่
( 0 ) ดอกเบี้ย: วานนี้ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP-1วัน) ไว้ที่ 1.25%
ตามคาด เรายังคงมุมมองในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำไปจนถึงช่วงกลาง
ปีเป็นอย่างน้อย ก่อนจะเริ่มปรับขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปีที่ระดับ
1.75% เชื่อดอกเบี้ยต่ำยังส่งผลดีต่อกลุ่มที่อยู่อาศัย เราแนะนำซื้อ QH, SPALI                











Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday731
mod_vvisit_counterAll days731

We have: 730 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.216.173
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 10, 2026

4236408