Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 17 June 2011 09:10

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          • RealtyTrac เป็นบริษัทรวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานว่า จำนวนบ้านในสหรัฐฯ ที่ถูกธนาคารยึดในเดือนพฤษภาคมมีทั้งสิ้น 66,879 หลัง ลดลง 4.0% (m-o-m) และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนลดลง 29.0% (y-o-y) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความล่าช้าในเรื่องขั้นตอนในการยึดบ้านขณะที่จำนวนการยื่นฟ้องเพื่อยึดทรัพย์ซึ่งได้แก่การแจ้งถึงการผิดนัดชำระหนี้, การประมูล และการเข้าครอบครองทรัพย์สินของธนาคารนั้น ลดลง 2%  สู่ระดับ 214,927 ราย โดยบ้าน 1 หลังในทุกๆ 605 หลังได้รับใบยื่นฟ้องเพื่อยึดทรัพย์ ทั้งนี้ รัฐเนวาดามีอัตราการยึดทรัพย์สูงสุดในประเทศ โดยบ้าน 1 หลังในทุกๆ 103 หลังจะได้รับใบยื่นฟ้องเพื่อยึดทรัพย์ ขณะที่การเข้าครอบครองทรัพย์สินของธนาคารลดลง 21% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเมษายน แต่การแจ้งผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น 8%

          • ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 11 มิถุนายนลดลง 16,000 ราย สู่ระดับ 414,000 ราย มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 420,000 ราย ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ทรงตัวอยู่ที่ 424,750 ราย ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานแบบต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 มิถุนายน ลดลง 21,000 รายสู่ระดับ 3.68 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 16 เมษายน 2554

          • ยอดการเริ่มก่อสร้างบ้านเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 3.5% (m-o-m: annual rate) สู่ระดับ 560,000 ยูนิต มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 540,000 ยูนิต ส่วนตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้านเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นดัชนีวัดแนวโน้มการก่อสร้างบ้านในอนาคตนั้น เพิ่มขึ้น 8.7% ต่อปี สู่ระดับ 612,000 ยูนิต มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 560,000 ยูนิต ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐปรับตัวขึ้นมากกว่าการคาดการณ์มาจากการเพิ่มขึ้นของโครงการสร้างอยู่อาศัย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับว่าแข็งแกร่งมากพอที่จะช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฟื้นตัวขึ้นได้ในระยะใกล้นี้

          • ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดประจำไตรมาส 1/2554 เพิ่มขึ้นสู่ 1.193 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 1.1335 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4/2553 หลังยอดการนำเข้าที่ขยายตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดไว้ว่าจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.260 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

          • ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟียรายงานว่า ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจในเดือนมิถุนายนลดลงสู่ระดับ -7.7 จากระดับ 3.9 ในเดือนพฤษภาคม ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.8

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          •  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเขตยูโรโซนขยายตัว 0.2% (m-o-m) ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ทั้งนี้ ผลผลิตสินค้าผู้บริโภคประเภทคงทนเดือนเมษายนขยายตัว 1.3% ในเขตยูโรโซน ในขณะที่สินค้าทุนและสินค้าขั้นกลางเพิ่มขึ้น 0.5% และ 0.1% ตามลำดับ ส่วนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศสมาชิก 27 ประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 0.1% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

          •  รัฐมนตรีกลุ่มที่ใช้สกุลเงินยูโรยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้ผู้ถือหุ้นของหนี้กรีซที่เป็นเอกชนควรจะรับภาระต้นทุนการให้ความช่วยเหลือใหม่อย่างไร ทั้งนี้ เยอรมนีต้องการให้ธนาคารพาณิชย์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และบริษัทประกันที่ถือพันธบัตรกรีซอยู่แล้วมาแลกเป็นพันธบัตรใหม่ที่มีอายุ 7 ปีหรือยาวกว่า เพื่อซื้อเวลาให้กรีซและลดภาระของผู้เสียภาษีในการให้ความช่วยเหลือกรีซ แต่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเคยเตือนว่าการกระทำดังกล่าวจะนับว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้

          •  ตลาดกำลังจับตามองการประชุมระหว่างนางอังเกลา แมเคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีและนายนิโกลาส์ ซาร์โคซี่ ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ที่เบอร์ลินในวันศุกร์นี้ ซึ่งหากทั้งสองตกลงกันได้ ก็อาจจะนำไปสู่ข้อสรุปของยุโรปได้ ซึ่งธนาคารกลางยุโรป สหภาพยุโรป และฝรั่งเศสพยายามที่จะผลักดันให้ได้ข้อสรุปซึ่งประนีประนอมกัน โดยใช้วิธีจูงใจให้ผู้ถือพันธบัตรจะอยากซื้อพันธบัตรที่ออกใหม่ของกรีซด้วยความเต็มใจเมื่อพันธบัตรเก่าครบอายุลง ซึ่งอาจเป็นการให้ข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อสร้างแรงจูงใจ

          •  นาย Vitor Constancio รองประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ออกมาระบุว่าวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซเป็นความเสี่ยงสำคัญของภาคการเงินของภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะหลังจากที่ตราสารทางการเงินของกรีซถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมของรัฐบาลกรีซเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การปรับลดดังกล่าวยังส่งผลให้ธนาคารของประเทศในกลุ่มยูโรโซนหลายแห่ง โดยเฉพาะธนาคารในเยอรมนีที่ถือครองพันธบัตรกรีซเป็นมูลค่าสูง มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

 

กรีซ

          •  สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะของกรีซ (PDMA)เปิดเผยว่า รัฐบาลกรีซสามารถระดมทุนครั้งล่าสุดได้ 1,625 ล้านยูโร (2,348 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากการออกพันธบัตรชุดใหม่อายุ 6 เดือน ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรที่นำออกจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ ในการจำหน่ายพันธบัตรชุดใหม่นี้ รัฐบาลกรีซให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ 4.96% สูงกว่าพันธบัตรที่นำออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ระดับ 4.88% นอกจากนี้ มูลค่าของพันธบัตรที่นำออกจำหน่ายครั้งล่าสุดนั้น ยังสูงกว่าเป้าหมายเบื้องต้นที่รัฐบาลกรีซกำหนดไว้ที่ 1,250 ล้านยูโร (1,806 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่า กรีซจะสามารถฟันฝ่าวิกฤตหนี้สินไปได้ แม้เอสแอนด์พีประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของกรีซลง 3 ขั้น สู่ระดับ CCC จากระดับ B ซึ่งสูงกว่าระดับ "ผิดนัดชำระหนี้" เพียงแค่ 4 ขั้นเท่านั้น

          •  มีกระแสข่าวลือว่านายจอร์จ ปาปันเดรอู นายกรัฐมนตรีกรีซ ยื่นข้อเสนอลาออก เพื่อเปิดทางให้มีการจัดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติ หลังเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดรอบใหม่ที่มุ่งสู่ความรุนแรง ขณะที่ประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ทว่าท้ายที่สุดนายจอร์จ ปาปันเดรอู ตัดสินใจเลือกแนวทางปรับคณะรัฐมนตรีก่อนหน้าการลงมติครั้งสำคัญหลังข้อเสนอของรัฐบาลถูกฝ่ายค้านปฏิเสธ

          •  ประชาชนชาวกรีซนับหมื่นคนยังคงรวมตัวประท้วงคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลในกรุงเอเธนส์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีกรีซอยู่ระหว่างการประชุมกับคณะรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาเรื่องการใช้มาตรการรัดเข็มขัด เพื่อให้มีคุณสมบัติเพียงพอต่อการรับความช่วยเหลือครั้งใหม่สหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทั้งนี้ มีรายงานว่า ตำรวจปราบปรามจลาจลได้ระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ขว้างปาระเบิดไฟและตัวหนอนปูทางเท้า รวมทั้งทำลายกระจกของโรงแรมหรู ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต้องหนีเอาตัวรอด และมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 60 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 36 คน

 

อังกฤษ

          •  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของอังกฤษในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 19,600 คนจากเดือนเมษายน แตะ 1.49 ล้านราย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2552 และเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 4.5% นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 สะท้อนถึงการบริโภคในอังกฤษมีแนวโน้มลดลงในระยะถัดไป

          •  สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ไม่มีงานทำในช่วงสามเดือนระหว่างกุมภาพันธ์-เมษายน ร่วงลง 88,000 คน มาอยู่ที่ 2.43 ล้านคน ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2543 และส่งผลให้อัตราว่างงานขยับลงมาอยู่ที่ 7.7% จากระดับ 7.9% ในช่วงสามเดือนก่อนหน้า (พฤศจิกายน 2553 - มกราคม 2554)

 

เอเชีย: จีน

          •  รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่าจีนมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอีก 2 ครั้งในปีนี้ แต่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพียง 1 ครั้ง ก่อนที่จะหยุดพักการใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินในปัจจุบัน ซึ่งเป็นนโยบายที่มีจุดประสงค์ในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อ โดยนายหลี่ กุย นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ (RBS) คาดว่าธนาคารกลางจีนจะรักษาจุดยืนในการคุมเข้มทางการเงินต่อไปจนถึงปีหน้า อย่างไรก็ดี จังหวะความเร็วและอุปกรณ์ที่ใช้ในการคุมเข้มอาจมีความหลากหลาย โดยธนาคารกลางจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 4 ครั้งนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 และปรับขึ้นสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ไปแล้ว 9 ครั้ง ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์ 20 รายในโพลล์รอยเตอร์คาดการณ์โดยเฉลี่ยว่าจีนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% เป็นจำนวน 1 ครั้ง และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากครั้งละ 0.25% เป็นจำนวน 2 ครั้ง ก่อนที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยทั้งสองจนถึงช่วงสิ้นไตรมาสแรกของปี 2012

          • ทางการจีนเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนได้เข้าซื้อสกุลเงินต่างประเทศเป็นมูลค่า 3.764 แสนล้านหยวน (5.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในเดือนพฤษภาคม โดยเพิ่มขึ้น 21% จากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ธนาคารกลางจีนต้องการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนหยวนให้อยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ ทั้งนี้เงินหยวนที่เข้าสู่ระบบธนาคาร โดยผ่านทางการเข้าซื้อสกุลเงินต่างประเทศจากธนาคารพาณิชย์  จะถูกดูดซับส่วนเกินออกจากระบบธนาคาร โดยผ่านทางการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในตลาดเปิด หรือผ่านทางการปรับเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ เพื่อป้องกันไม่ให้เงินหยวนเหล่านี้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อโดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่ธนาคารกลางจีนเข้าซื้อสกุลเงินต่างประเทศเป็นจำนวนมากในเดือนพฤษภาคมคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางจีนประกาศปรับเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้น RRR ครั้งที่ 6 ในปีนี้

 

ฟิลิปปินส์

          •  ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงสุดในรอบ2 ปีที่ 4.5%  แต่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการประกาศปรับเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ขึ้น 1% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 มิถุนายน

 

อินเดีย

          •  ธนาคารกลางอินเดียปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย repo rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางปล่อยกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์ 0.25% จาก 7.25%เป็น 7.50% ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 10 นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553

 

ไทย

          •  นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ระบุว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังมีโอกาสจะทยอยปรับขึ้นอีกแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากหากเทียบอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่ระดับ 3% ยังถือว่าต่ำกว่าระดับอัตราเงินเฟ้อซึ่งอยู่ที่ 3-4% โดยคาดการณ์ว่า ณ สิ้นปีนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายคงจะปรับขึ้นไปอยู่ระดับประมาณ 3.5% เนื่องจากไตรมาส 3-4 นี้ อัตราเงินเฟ้อยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่วนต้นปี 55 อัตราเงินเฟ้อจะเริ่มปรับตัวลดลงได้ตามฐานที่สูงในปีนี้

          •  นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลจะสามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท ได้จนถึงสิ้นเดือนกันยายนตามที่ได้ประกาศนโยบายไว้ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีเงินไหลออก-เข้า สามารถใช้ดูแลราคาได้ ถ้าราคาน้ำมันโลกขึ้น-ลง อยู่ในระดับปัจจุบัน ศ่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ ไม่มีความจำเป็นต้องไปกู้ยืมเงินเพิ่มเติม พร้อมระบุว่า แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกคงจะปรับตัวสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันไม่มากนัก แม้จะมีการเข้ามาเก็งกำไรในตลาดน้ำมันส่วนหนึ่ง เพราะหากราคาน้ำมันปรับ ตัวสูงขึ้นกลุ่มโอเปค และท่าทีของประเทศผู้ผลิตน้ำมันร ยใหญ่ก็มีแนวโน้มจะขยายกำลังการผลิตมากขึ้น หรือ แนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งถือเป็นผลกระทบส่วนหนึ่ง

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (16 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในเช้าวันนี้ตามภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงหลังจากที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อวิกฤติหนี้กรีซ

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (16 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนถือเงินเยนเพิ่มขึ้นและขายหุ้นในตลาดเอเซีย

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (16 มิ.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้หลังจากเมื่อวันพุธค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงมากจากความกังวลว่ากรีซอาจจะล้มละลาย อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเยอรมนีและประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะมีการประชุมกันในวันศุกร์เพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือกรีซหลังรัฐมนตรีคลัง EU ไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับแผนช่วยเหลือกรีซชุดใหม่ที่เยอรมันพยายามผลักดันให้ผู้ถือพันธบัตรของกรีซร่วมแบกรับต้นทุนที่จะเกิดขึ้นจากแผนชุดใหม่นี้ด้วย ทั้งนี้ในช่วงปิดตลาดค่าเงินยูโรได้ปรับแข็งขึ้นเทียบกับดอลลาร์ฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (16 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯเพิ่มขึ้นในวันนี้จากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ประกาศออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสัปดาห์ล่าสุดลดลง 16,000 ราย ในขณะที่การเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 3.5% ( ต่อปี ) จากเดือนก่อนหน้า

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (16 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับตัวลดลงในวันนี้หลังดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงมากเมื่อคืนวันพุธจากความกังวลมากขึ้นว่ากรีซอาจจะล้มละลายและดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชี้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยในวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1.70% ในขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 1.52% และ 1.75% ตามลำดับ โดยตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจีนจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกเร็วๆนี้

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพฤหัส (16 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ตามดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนวันพุธและดัชนีตลาดเอเซียอื่นๆในเช้าวันนี้ โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงาน ทั้งนี้ในวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,019.55 ลดลง 10.76 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 มิถุนายน 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1442
mod_vvisit_counterAll days1442

We have: 1441 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 02, 2026

4226536