| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 24 July 2012 09:40 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาชิคาโกรายงานว่า ดัชนีกิจกรรมการผลิตทั่วประเทศในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นจากระดับ -0.48 สู่ระดับ -0.15 ในเดือนมิถุนายน แต่ดัชนีที่ติดลบบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงอ่อนแอ และไม่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อ - นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาซานฟรานซิสโก กล่าวว่า การจัดการกับปัญหาว่างงานที่อยู่ในระดับสูงของสหรัฐฯ นับว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบาก หากไม่มีการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม พร้อมกล่าวเตือนว่า เศรษฐกิจของสหรัฐกำลังเผชิญความเสี่ยงช่วงขาลงที่รุนแรง อันเกิดจากวิกฤตหนี้ยูโรโซน, ภาวะ fiscal cliff ซึ่งจะมีการลดรายจ่ายและเพิ่มภาษีในราวสิ้นปีนี้ และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว นอกจากนี้ ยังคาดว่า QE3 น่าจะเป็นการซื้อสินทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน มากกว่าที่จะเป็นการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ยุโรป: เยอรมนี - นายวูล์ฟกัง ชอยเบิล รมว.คลังเยอรมนี กล่าวกับหนังสือพิมพ์เยอรมนีฉบับหนึ่งว่า เขาเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของสเปนจะมีการฟื้นตัวขึ้นหลังจากการดำเนินการปฏิรูป โดยระบุว่าเศรษฐกิจของสเปนมีศักยภาพและมีโครงสร้างที่แตกต่างจากเศรษฐกิจของกรีซ นายชอยเบิลระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นต้นตอของปัญหาการเงินของสเปน เช่นเดียวกันสหรัฐ และมีความแตกต่างจากปัญหาในกรีซ
อิตาลี - สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีไว้ที่ A- และยังคงแนวโน้มเชิงลบ โดยฟิทช์ระบุว่ายังคงมีความเสี่ยงที่เกี่ยวกับความไม่แน่นอนด้านการคลัง ขณะที่ภาครัฐอยู่ในช่วงใช้ความพยายามสร้างเสถียรภาพให้กับสถานการณ์คลัง
อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานยอดขาดดุลงบประมาณของอังกฤษในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 14.4 พันล้านปอนด์ เทียบกับยอดขาดดุลงบประมาณในช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 13.9 พันล้านปอนด์ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอังกฤษไตรมาส 2 ปี 2555 มีแนวโน้มหดตัว 0.2% - ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า เศรษฐกิจของอังกฤษน่าจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 ขณะที่ชาวอังกฤษมีมุมมองเชิงลบน้อยลงต่อฐานะการเงินในอนาคต ผลสำรวจระบุว่าแนวโน้มทางการเงินสำหรับทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น แต่องค์กรของกลุ่มผู้ผลิตระบุว่าปัญหาของภาคการผลิตจะมีความรุนแรงในปีนี้ เนื่องจากอุปสงค์จากยูโรโซนตกต่ำลงมากกว่าที่คาด ส่วนบริษัทในด้านบริการทางการเงินก็มีแนวโน้มจะเผชิญภาวะยากลำบากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ด้วย
สเปน - ธนาคารกลางสเปนเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสเปนในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ปรับตัวลง 0.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 2 ปี 2554 เศรษฐกิจของสเปนหดตัวลง 1.0% เนื่องจากสเปนได้ใช้มาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่อง - หลังจากที่ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังได้อนุมัติแผนการช่วยเหลือภาคธนาคารสเปน 100,000 ล้านยูโร มีรายงานระบุว่าเงินช่วยเหลือขั้นต้นจะมาจากกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) ก่อน จากนั้นเมื่อกองทุนรักษาเสถียรภาพถาวรยุโรป (ESM) เปิดใช้กองทุน ESM ก็จะเข้ามาแทนที่ และคาดว่าจะเริ่มใช้ได้จริงในปลายปีนี้ นอกจากนี้ เงินช่วยเหลือภาคธนาคารสเปนจะถูกส่งผ่านไปยังกองทุนช่วยเหลือภาคธนาคารของรัฐก่อนที่จะถูกกระจายไปให้แก่ธนาคารต่างๆที่ประสบปัญหา - ประเด็นวิกฤตหนี้ยูโรโซนได้จุดปะทุความวิตกระลอกใหม่เมื่อแคว้นบาเลนเซียของสเปนระบุว่าจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากรัฐบาลกลางของสเปน ขณะที่สื่อรายงานว่า รัฐบาลระดับภูมิภาคอีก6 แห่งอาจจะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความวิตกมากขึ้นต่อเสถียรภาพของสเปนและภาคธนาคารของประเทศ ซึ่งส่งผลเกิดความวิตกว่าสเปนอาจจะเป็นรายต่อไปที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือของภูมิภาค เนื่องจากรัฐบาลกลางสเปนที่อยู่ในภาวะย่ำแย่อยู่แล้วจากปัญหาหนี้สินและเศรษฐกิจที่รุมเร้า - อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสเปน พุ่งแตะ 7.45% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดครั้งใหม่นับแต่เริ่มใช้สกุลเงินยูโร หลังจาที่มีข้อมูลบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่สเปนจะต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือของยูโรโซน ทั้งๆที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดารัฐมนตรีคลังยูโรโซนได้อนุมัติในขั้นสุดท้ายเพื่อให้ความช่วยเหลือธนาคารที่ประสบปัญหาของสเปน ในวงเงินรวม 1 แสนล้านยูโร
กรีซ - กลุ่มเจ้าหนี้ในกลุ่มทรอยก้า ซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการยุโรป ธนาคารกลางยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จะเดินทางถึงกรุงเอเธนส์ในวันนี้ เพื่อประเมินการดำเนินการของกรีซว่าเป็นไปตามเป้าหมายในการขอรับเงินช่วยเหลือหรือไม่ ส่งผลให้เกิดความกังวลอีกระลอกว่า กรีซจะต้องออกจากยูโรโซนหรือไม่
เอเชีย: จีน - กรรมการธนาคารกลางจีนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ปีนี้อาจขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมาอยู่ที่ระดับ 7.4% หลังจากขยายตัว 7.6% ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งจะเป็นอัตราการขยายตัวที่ชะลอลงเป็นไตรมาสที่ 7 ทั้งนี้เขามองว่าภาคส่งออกของจีนอาจจะลดลงมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้ในหลายเดือนข้างหน้า โดยมีความเสี่ยงที่มาตรการเศรษฐกิจที่ทางการจีนดำเนินการอยู่อาจจะไม่เพียงพอ อย่างไรก็ดีจากการสำรวจธนาคารและสถาบันวิจัย 22 แห่งในจีนทั้งของในประเทศและต่างประเทศ ค่าเฉลี่ยการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจจีนไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 7.8% ทั้งนี้รัฐบาลจีนตั้งเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนปีนี้ที่ 7.5% โดยลดลงจากเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ตั้งระหว่างปี 2548-2554 ที่ 8% ขณะที่การส่งออกของจีนในครึ่งปีแรกขยายตัว 9.2% ส่วนการนำเข้าขยายตัว 6.7% ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลจีนพลาดเป้าหมายการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศที่ตั้งไว้ที่ 10% ในปีนี้
เกาหลีใต้ - ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวว่าทางการเกาหลีใต้อาจผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อที่จะกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และการอุปโภคบริโภคในประเทศในช่วงที่ภาคส่งออกได้รับผลกระทบจากการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่จะมีการผ่อนคลายเกณฑ์เกี่ยวกับข้อจำกัดของอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ของผู้ขอสินเชื่อลงโดยที่จะคงเกณฑ์พื้นฐานอื่นๆ ไว้
ออสเตรเลีย - สำนักงานสถิติของออสเตรเลียรายงานว่าดัชนีราคาผู้ผลิตของออสเตรเลียไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากที่ไตรมาสที่ 1 ดัชนีราคาฯลดลง 0.3% ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการเพิ่มครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีจากผลของราคาสินค้านำเข้าที่สูงขึ้นและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยม
ไทย - มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุขณะนี้พม่าเป็นประเทศที่น่าเข้าไปลงทุนมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากกำลังมีการเปิดประเทศ อย่างไรก็ดี พม่ายังมีปัญหาในเรื่องของเงินลงทุน คุณภาพ มาตรฐานของสินค้า และการขาดทักษะของแรงงาน และเห็นว่าควรเป็นการเข้าไปลงทุนแบบร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่น พร้อมระบุว่า อุตสาหกรรมที่น่าสนใจเข้าไปลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ทั้งอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม, รองเท้า, ประมง, สินค้าเกษตร ทั้งน้ำมันปาล์ม ยางพารา ข้าวและอาหารแปรรูป เนื่องจากพม่ามีอัตราค่าจ้างแรงงานถูกกว่าเมื่อเทียบกับแรงงานในประเทศไทย รวมทั้งอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ใช้ภายในประเทศเป็นรถมือสอง ซึ่งต้องมีการบำรุงรักษาและซ่อมแซม สำหรับเมืองที่น่าเข้าไปลงทุนมีอยู่ 2 เมือง คือ ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ พร้อมระบุปัจจุบันมีนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์เข้าไปร่วมลงทุนในพม่าค่อนข้างมาก เช่น การเข้าไปก่อสร้างเมืองและสนามบินเนปิดอร์ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ ส่วนอีกประเทศที่น่าสนใจ คือ อินโดนีเซีย เพราะเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะมีขนาดใหญ่สุดในภูมิภาค เนื่องจากเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมากมาย จำนวนประชากรสูงสุด และสามารถเข้าไปลงทุนง่ายกว่าพม่า เพราะกฎหมายต่างๆ มีความพร้อมแล้ว ขณะที่มาตราการเรื่องภาษีก็ไม่เข้มงวดมาก ประกอบกับรายได้ต่อหัวของประชาชนก็อยู่ในระดับสูง โดยเมืองที่น่าสนใจ คือ จาร์กาต้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โดยอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน คือ อาหารและวัสดุก่อสร้าง - สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยผลการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญประจำไตรมาส 2/2555 โดยพบว่าสินค้าเกษตรส่วนใหญ่มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ทั้งผลผลิตข้าว และยางพาราที่เพิ่มขึ้นมากในทุกภาค ขณะที่พืชไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่หันปลูกอ้อยโรงงานมากขึ้น ทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสง โดยรวมลดลง ส่วนด้านปศุสัตว์ ปริมาณการผลิตยังคงเพิ่มขึ้นทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ สุกร และน้ำนมดิบ ยกเว้นโคเนื้อที่ปริมาณการผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจำนวนแม่โคลดลงจากการส่งออกโคเนื้อไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เขมร และเวียดนาม
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 23 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมลดลงตามภาวะที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวชะลอลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีน รวมทั้งวิกฤติหนี้ยุโรปที่มีแนวโน้มแย่ลง - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 23 กค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ความต้องการซื้อเยนซึ่งถือเป็นสกุลเงินความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้น โดยกรรมการธนาคารกลางจีนให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจจีนไตรมาสที่ 3 อาจจะชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 โดยอาจจะขยายตัว 7.4% ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสที่ 2 ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้จะชี้ถึงการขยายตัวในอัตราที่ต่ำสุดใน 1 ปี อีกทั้งในวันนี้ตลาดก็วิตกเพิ่มขึ้นต่อการที่วิกฤติหนี้ยุโรปอาจแย่กว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 23 ก.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นว่าสถานการณ์วิกฤติหนี้ยุโรปอาจแย่ลงกว่าเดิม โดยเจ้าหนี้กรีซจะประชุมกันในสัปดาห์นี้ขณะที่นักลงทุนก็วิตกมากในเรื่องความสามารถของกรีซในการที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขอความช่วยเหลือทางการเงิน ขณะเดียวกันรองนายกรัฐมนตรีเยอรมนีก็กล่าวว่าเขาไม่แน่ใจอย่างมากว่าผู้นำยุโรปจะสามารถช่วยเหลือกรีซได้หรือไม่ นอกจากนี้นักลงทุนก็กังวลว่าสเปนอาจต้องการความช่วยเหลือทางการเงินเต็มรูปแบบ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (23 ก.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 0.79% จากความกังวลว่าสเปนจะต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินเต็มรูปแบบ รวมทั้งการเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการของบริษัทในสหรัฐฯที่อ่อนแอ - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (23 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยกรรมการธนาคารกลางจีนให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจจีนไตรมาสที่ 3 อาจจะชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 โดยอาจจะขยายตัว 7.4% ขณะเดียวกันเจ้าหนี้กรีซจะมีการประชุมกันในสัปดาห์นี้ซึ่งนักลงทุนก็ยังมีความวิตกอย่างมากในเรื่องความสามารถของกรีซในการปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขอความช่วยเหลือทางการเงิน ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่าเขามีความไม่แน่ใจอย่างมากว่าผู้นำยุโรปจะสามารถช่วยเหลือกรีซได้หรือไม่ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็กังวลว่าสเปนอาจต้องการความช่วยเหลือทางการเงินเต็มรูปแบบ นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสที่ 2 ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้จะชี้ถึงการขยายตัวในอัตราที่ต่ำสุดใน 1 ปี โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1.86% ในวันนี้ โดยนอกจากปัจจัยข้างต้นแล้วการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นมากในวันนี้ก็ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.25% และ 2.99% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (23 ก.ค) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมจากการที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯรวมทั้งวิกฤติหนี้ยุโรป โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 23.44 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2555
|






![]() | Today | 501 |
![]() | All days | 501 |
Comments