Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 30 April 2013 09:24


Snapshot

สหรัฐอเมริกา
          -  ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.5% (m-o-m) สู่ระดับ 105.7 จากระดับ 104.1 ในเดือนก่อน (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับทบทวนแล้วจากเดิมที่อยู่ระดับ 104.8) ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะปรับขึ้น 1.0% โดยหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเพิ่มขึ้น 7.0% (y-o-y) ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายซึ่งเป็นมาตรวัดสัญญาการซื้อบ้านที่มีการเซ็นต์สัญญาแล้ว และโดยทั่วไปจะใช้เวลาราว 1-2 เดือนในการปิดการขาย นับเป็นสัญญาณบวกอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ
          -  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาชิคาโก รายงานว่า ดัชนีการผลิตเขตมิดเวสต์ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 96.5 หลังจากที่ดัชนีเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการปรับตัวแข็งแกร่งของภาคการผลิตรถยนต์ ซึ่งพุ่งขึ้น 1.2% หลังจากลดลง 0.1% กุมภาพันธ์ ส่วนภาคทรัพยากรเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่การผลิตภาคคเครื่องจักรขยับขึ้น 0.1% โดยหากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ดัชนีการผลิตเพิ่มขึ้น 6.4% (y-o-y) ทั้งนี้ ดัชนีการผลิตเขตมิดเวสต์ของ Fed สาขาชิคาโก ได้รวมถึงภาคการผลิตในพื้นที่รัฐมิชิแกน วิสคอนซิน อินเดียนา อิลลินอยส์และไอโอวาด้วย
          -  การใช้จ่ายส่วนบุคคล(PCE) ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากที่ปรับขึ้น 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันยังคงมีกำลังจับจ่าย อันเกิดจากภาวะเงินเฟ้อไม่ได้อยู่ในระดับที่รุนแรงนัก อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงยังคงส่งให้การใช้จ่ายชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นในอัตราเท่ากันที่ 0.2% จากที่ขยายตัว 1.1% ในเดือนก่อนหน้า ส่วนอัตราการออมของภาคครัวเรือนยังคงทรงตัวที่ 2.7% ทั้งนี้ การใช้จ่ายผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% หรือสองในสามของระบบเศรษฐกิจสหรัฐ

ยุโรป: สหภาพยุโรป
          -  นายลาสโล แอนดอร์ คณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการจ้างงานของสหภาพยุโรปหรืออียู เสนอให้เพิ่มการดำเนินการและการช่วยเหลือทางกฎหมายกรณีการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของเชื้อชาติ ต่อแรงงานข้ามชาติสหภาพยุโรปมากขึ้น และสร้างความมั่นใจว่าแรงงานต่างชาติและนายจ้างได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิในอียูดีขึ้น โดยให้เหตุผลว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีของอียูจะนำไปสู่สถานการณ์ที่ทุกฝ่ายทั้งแรงงานและรัฐสมาชิกได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจของยุโรปมีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลด้านแรงงาน เมื่อบางประเทศต้องเผชิญกับการว่างงานสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะที่อีกบางประเทศกำลังมองหาแรงงานที่มีทักษะ

เยอรมนี
          -  รัฐบาลเยอรมนีปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2556 โดยคาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 0.5% มากกว่าที่ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัวเพียง 0.4% และยังคงคาดการณ์การขยายตัวของจีดีพีปี 2557 ไว้ที่ 1.6% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์ของรัฐบาลเยอรมนียังน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่า จีดีพีปีนี้จะยายตัว 0.8% และขยายตัว 1.9% ในปีหน้า

ฝรั่งเศส
          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคฝรั่งเศสยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงสิ้นเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมีนาคม โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฝรั่งเศสทรงตัวที่ 84 ในเดือนเมษายนโดยดัชนีย่อยที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับฐานะการเงินส่วนบุคคลในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น  2 จุด มาอยู่ที่ -28 แต่ชาวฝรั่งเศสมีมุมมองบวกน้อยลงเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคต เนื่องจากดัชนีชี้วัดลดลง 1 จุด จากเดือนมีนาคมโดยแตะที่ -62 ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ความกังวลเกี่ยวกับการว่างงานของภาคครัวเรือนฝรั่งเศสลดลง 2 จุด อยู่ที่ 74 จุด
          -  รัฐบาลฝรั่งเศสได้ตั้งเป้าหมายอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไว้ที่ 0.1% ในปี 2556 และ 1.2% ในปี 2557 ขณะที่อัตราการขยายตัวต่อปีจะอยู่ที่ 2.0% ในช่วงปี 2558-2560 โดยการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและหนุนศักยภาพด้านการแข่งขัน

อิตาลี
          -  นายเอ็นริโก เลตตา สมาชิกคนสำครัญของพรรค Democratic Party (PD) ซึ่งเป็นพรรคกลาง-ซ้าย ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิตาลีเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นผู้นำรัฐบาลผสมที่รวมถึงพรรค People of Freedom (PdL) ซึ่งเป็นพรรคกลาง-ขวาที่นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ทั้งนี้ นายเอ็นริโก เลตตา ประกาศว่าจะผ่อนคลายมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณ เพื่อลดอัตราว่างงานซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 11.6% อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่านโยบายผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวอาจยิ่งซ้ำเติมยอดหนี้สาธารณะต่อ GDP ของอิตาลีให้พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ การเมืองซึ่งค่อนข้างไร้เสถียรภาพของอิตาลีอาจส่งผลให้รัฐบาลชุดดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 1-2 ปี

สเปน
          -  รัฐบาลสเปนภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย ได้ประกาศเกี่ยวกับมาตรกรปฏิรูปเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นกระขยายตัวทางเศรษฐกิจ หลังจากช่วงหลายปีในการใช้นโยบายรัดเข็มขัด ที่ส่งผลให้อัตราว่างงานพุ่งสูงขึ้น มาตรการใหม่ดังกล่าวได้รวมถึงแผนที่จะเพิ่มการจ้างงาน แผนจูงใจทางการคลังสำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม มาตรการในการช่วยเหลือบริษัทต่างๆในการดำเนินงานระดับโลก และการผ่อนคลายด้านวีซ่าสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ แผนการปฏิรูปดังกล่าวมีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากมีการเปิดเผยว่าจำนวนผู้ว่างงานในสเปนสูงเกิน 6 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในขณะที่นายออลลี เรห์น สมาชิกคณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป (อียู) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสเปนกำหนดนโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อทำให้สถานการณ์ในตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้น
          -  นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้แสดงท่าทีสนับสนุนแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของสเปน โดยเห็นพ้องกับการตัดสินใจของสเปนในการเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทางการคลังอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น
          -  ทางการสเปนได้ปรับลดการประเมินเศรษฐกิจสำหรับปี 2556 โดยรัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจของสเปนจะหดตัว 1.3% ในปีนี้ และมียอดขาดดุลงบประมาณที่ 6.3% ส่วนในปี 2557 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.5% ในขณะที่นายลูอิส เด กินดอส รมว.เศรษฐกิจสเปน กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงประมาณการทางเศรษฐกิจสอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนของสถาบันระหว่างประเทศต่างๆ ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) คาดว่าเศรษฐกิจสเปนจะหดตัว 1.4% ในปีนี้ และจะเติบโต 0.8% ในปีหน้า ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่าจีดีพีสเปนจะหดตัว 1.6% ในปี 2556 และจะขยายตัว 0.7% ในปี 2557

กรีซ
          -  รัฐสภากรีซมีมติผ่านร่างกฎหมายลดการจ้างงานข้าราชการจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปล่าสุดตามข้อกำหนดของกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศ ก่อนที่จะมีการอนุมัติเงินช่วยเหลืองวดต่อไปให้กับกรีซ ซึ่งกฎหมายฉบับใหม่นี้จะเปิดทางให้รัฐบาลสามารถเลิกจ้างข้าราชการ 15,000 คนภายในสิ้นปี 2557 โดยจะเริ่มเลิกจ้าง 4,000 คนในปีนี้ ขณะที่รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะลดยอดขาดดุลงบประมาณ และยกระดับการทำงานของข้าราชการ หลังจากที่ได้ทำข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรัดเข็มขัดและปฏิรูปเศรษฐกิจซึ่งเริ่มใช้เมื่อปี 2553 เพื่อแก้วิกฤตหนี้ของกรีซ
          -  รัฐบาลกรีซคาดหวังว่า การดำเนินการตามนโยบายใหม่ๆเหล่านี้ จะช่วยให้กรีซได้รับเงินกู้ทั้งสิ้น 8.8 พันล้านยูโรในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยจะเริ่มจากงวด 2.3 พันล้านยูโร และคาดว่าเงินกู้ดังกล่าวจะช่วยหนุนเศรษฐกิจกรีซให้ฟื้นตัวขึ้นในปี 2557 หลังจากที่ถดถอยลงอย่างหนักมาเป็นเวลา 6 ปี

เอเชีย: จีน
          -  นักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์คาดว่า กิจกรรมภาคการผลิตของจีนอาจขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 12 เดือนในเดือนเมษายนซึ่งจะหนุนการคาดการณ์ที่ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนกำลังมีเสถียรภาพขณะเข้าสู่ไตรมาส 2 โดยรอยเตอร์สำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ 15 ราย โดยผลสำรวจคาดว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของทางการจีนอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.0 ในเดือนเมษายน จากระดับ 50.9 ในเดือนมีนาคม ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการฟื้นตัวมากขึ้น อันเนื่องจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ  โดยรัฐบาลจีนจะเปิดเผยข้อมูล PMI อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤษภาคม  เวลา 08.00 น.ตามเวลาไทย ส่วน HSBC จะเปิดเผยดัชนี PMI ขั้นสุดท้ายในวันที่ 2 พฤษภาคม เวลา 08.45 น.ตามเวลาไทย โดยแม้ดัชนี PMI เบื้องต้นของเอชเอสบีซีออกมาต่ำกว่าคาดในเดือนเมษายน แต่นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนก็เชื่อว่า เศรษฐกิจกำลังมีเสถียรภาพ แทนที่จะปรับตัวลดลง อันเป็นผลจากข้อมูลที่ปรับตัวดีขึ้นเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า และปริมาณยอดขายรถขุดดิน ทั้งนี้ผลสำรวจของทางการจะครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่ และบริษัทของรัฐ ส่วนผลสำรวจของเอชเอสบีซีครอบคลุมบริษัทขนาดเล็ก และบริษัทเอกชน

เกาหลีใต้
          -  ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนมีนาคมอยู่ที่ 4.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 2.71 พันล้านดอลลาร์ฯ เนื่องจากยอดส่งออกสินค้าไอทีของเกาหลีใต้ เช่นสมาร์ทโฟน และเซมิคอนดัคเตอร์ ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนในไตรมาสแรกปีนี้ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.002 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ รายงานของธนาคารกลางฯระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้ปรับตัวสูงขึ้นนั้น มาจากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น โดยยอดส่งออกในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 4.799 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ หลังจากที่ลดลง 7.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 1.5% แตะที่ 4.378 หมื่นล้านดอลลาร์ฯในเดือนมีนาคม ส่งผลให้เกาหลีใต้มียอดเกินดุลการค้า 4.21 พันดอลลาร์ฯในเดือนมีนาคม

จีน-เกาหลีใต้
          -  กระทรวงการค้า, อุตสาหกรรมและพลังงานของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้และจีนยืนยันที่จะผลักดันข้อตกลงเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีในระหว่างการเจรจารอบที่ 5 ซึ่งมีขึ้นที่จีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แถลงการณ์ของกระทรวงฯระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันที่จะผลักดันข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ในการเจรจาซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐบาลใหม่ของทั้งสองประเทศเข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลเกาหลีใต้และจีนได้จัดการหารือรอบที่ 5 ในประเด็นข้อตกลงการค้าเสรีระหว่าง 2 ประเทศเป็นเวลา 3 วัน ที่เมืองฮาร์บินของจีน โดยมีแผนจะประชุมครั้งต่อไปในเกาหลีใต้ โดยยังไม่มีการตัดสินใจเกี่ยวกับกำหนดเวลาแต่อย่างใด ทั้งนี้ตัวแทนจากรัฐบาลเกาหลีใต้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับตัวแทนฝ่ายจีนในเรื่องระดับการเปิดเสรีในภาคสินค้า ขณะที่มีการหารือกันเกี่ยวกับมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายได้ประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรกในเรื่องสภาพแวดล้อม ตลอดทั้งการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับทิศทางการเจรจาในอนาคต

ไทย
          -  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) คาดว่า อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2556 6% โดยระบุว่า ศก.ไทยยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่มีสัญญาณแผ่วลงจากช่วงก่อนหน้า ทั้งจากการใช้จ่ายในประเทศ การส่งออก ด้านการผลิต โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร สะท้อนจากยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่แม้จะขยายตัว 6.9% (y-o-y) แต่ชะลอจากไตรมาส 4/55 ที่ขยายตัว 18% ส่วนส่งออกไตรมาส 1/56 ขยายตัวได้เพียง 4.3%  ดังนั้น ในไตรมาสที่เหลือของปี มูลค่าการส่งออกจะต้องขยายตัวให้ได้ไตรมาสละ 10% ภายใต้ค่าเงินบาทที่ 29.40 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ทั้งปี 56 ยังคงเป้าหมายเดิมเศรษฐกิจเติบโต 5.3% พร้อมระบุจะติดตามผลจากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบมากในไตรมาส 2/2556 เป็นต้นไป
          -  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะเสนอมาตรการเสริมที่จะนำมาใช้ดูแลค่าเงินบาทมาให้กระทรวงการคลังพิจารณา หากยืนยันความจำเป็นที่จะต้องคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะมีการหารือกันในวันพรุ่งนี้ (30 เม.ย.) แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นการประชุมนัดพิเศษหรือไม่ พร้อมระบุว่า ธปท.ยังมีเครื่องมือที่มีอยู่ ทั้งที่เคยดำเนินการในอดีตแล้ว และยังไม่เคยดำเนินการ เช่น มาตรการกันเงินสำรอง การกำหนดระยะเวลาการถือครองพันธบัตรของนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งต้องรอดูแนวทางที่ ธปท.จะเสนอมา รวมถึงการหารือ กนง.ว่าจะมีแนวทางใดๆออกมา

Money Market
          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 29 เม.ย.) ค่าเงินบาทอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันนี้สวนทางกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมถึงสกุลเงินเยนและยูโรที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้การอ่อนลงของค่าเงินบาทเป็นผลจากการที่นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นโดยตลาดยังคงจับตาว่าทางการจะมีมาตรการดูแลค่าเงินบาทอย่างไร ขณะที่การอ่อนลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆนั้นเป็นผลจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าข้อมูลการใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐฯเดือนมีนาคมจะชี้ถึงภาวะการชะลอตัวลงหลังจากข้อมูล GDP ไตรมาสแรกของสหรัฐฯขยายตัวต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลา 2 วันซึ่งจะเริ่มต้นในวันอังคารนี้ โดยที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐฯได้ดำเนินการซื้อพันธบัตรฯเดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อที่จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมในประเทศลดลง อย่างไรก็ดีจากรายงานการประชุมฯเมื่อวันที่ 19-20 มีนาคมกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯได้มีการถกกันในประเด็นเกี่ยวกับการชะลอการซื้อพันธบัตรลงในปีนี้
          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (29 เม.ย.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯถูกกดดันจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าข้อมูลการใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐฯเดือนมีนาคมจะชี้ถึงภาวะการชะลอลงหลังข้อมูล GDP ไตรมาสที่ 1 ขยายตัวต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์
          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (29 เม.ย.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนายกรัฐมนตรีอิตาลีสามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรีได้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็จับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันพฤหัสนี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25% จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 0.75% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว

Capital Market
          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (29 เม.ย.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้น โดยดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องการกับขยายตัวทางเศรษฐกิจ อาทิ หุ้นกลุ่มพลังงานและเทคโนโลยีนำดัชนีบวกขึ้น 6 ใน 7 วันทำการที่ผ่านมา ทั้งนี้  ข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่งเกินคาดช่วยหนุนตลาด เช่นเดียวกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของอิตาลีซึ่งยุติความไม่แน่นอนและเพิ่มความหวังเกี่ยวกับนโยบายใหม่ที่จะส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอิตาลี  โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่ม 0.72% สู่ระดับ 14,818.75, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น  0.72% สู่ระดับ 1,593.61 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก  0.85% สู่ระดับ 3,307.02
          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (29 เม.ย.) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและจีนปิดทำการในวันนี้ สำหรับตลาดอื่นๆในเอเซียโดยรวมในวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆจะคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินไว้เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไป โดยธนาคารกลางสหรัฐฯจะประชุม 2 วันเริ่มในวันอังคารนี้ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปจะประชุมกันในวันพฤหัสนี้ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25% จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 0.75% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 0.15%
          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (29 เม.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวขึ้นลงแคบๆในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในช่วงบ่าย โดยมีแรงขายในหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และค้าปลีก อย่างไรก็ดีดัชนีปรับสูงขึ้นในช่วงท้าย ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพื่มขึ้น 2.00 จุด

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 เมษายน 2556


Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1368
mod_vvisit_counterAll days1368

We have: 1366 guests online
Your IP: 216.73.216.250
Mozilla 5.0, 
Today: May 15, 2026

4242128