| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 23 January 2014 10:07 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นกว่าหนึ่งดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดใช้ท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่แห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยลดภาวะคอขวดที่กดดันราคาน้ำมันดิบสหรัฐมานาน 3 ปี นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากภาวะอากาศหนาวเย็นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในเชื้อเพลิงทำความร้อน - ตลาดการเงินจับตาดูข้อมูลด้านแรงงาน เพราะจะเป็นปัจจัยชี้นำว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงอีกหรือไม่ หลังจากที่การประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา Fed มีมติปรับลดขนาด QE ด้วยการลดวงเงินการซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน จากเดิมที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน ทั้งนี้ การประชุม Fed ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 ม.ค.นี้ และจะเป็นการประชุมวาระสุดท้ายสำหรับนายเบน เบอร์นันเก้ ในฐานะประธานเฟด
ยุโรป: อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่าอัตราการว่างงานได้ลดลงมาสู่ระดับ 7.1% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่ใกล้กับระดับเป้าหมายที่ 7% ที่ทางธนาคารกลางอังกฤษให้มุมมองว่าอาจมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นได้หากอัตราการว่างงานลดลงต่ำกว่าระดับเป้าหมายนี้ โดยอัตราการว่างงานที่รายงานออกมาล่าสุดนี้นับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับจากเดือนมีนาคมปี 2009 อย่างไรก็ดี มีนักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดว่าธนาคารกลางอังกฤษจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ววันนี้ เนื่องจากจะรอความชัดเจนในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับอัตราเงินเฟ้อด้วย
เอเชีย : จีน - อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดเงินจีนปรับตัวลงในช่วงเช้าวันพุธที่ 22 มกราคม หลังจากธนาคารกลางจีน (PBOC) อัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเมื่อวันอังคาร ซึ่งเม็ดเงินในตลาดและสัญญาณบ่งชี้ทางกฎระเบียบที่ดีขึ้นก็ช่วยลดความกังวลในตลาด อย่างไรก็ดีอัตราดอกเบี้ยอื่นๆในตลาดเงินจีนปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากยังคงมีความกังวลอยู่ในตลาด การอัดฉีดเม็ดเงินเมื่อวันอังคารถือเป็นการแทรกแซงตลาดโดยธนาคารกลางจีนเป็นครั้งแรกของปีนี้ หลังจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นส่งสัญญาณพุ่งขึ้นในวันจันทร์ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเม็ดเงินอย่างรุนแรงเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2013 โดยธนาคารกลางจีนอัดฉีดเงินจำนวน 2.55 แสนล้านหยวน (4.213 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เข้าสู่ตลาดเงินเมื่อวันอังคาร โดยผ่านทางธุรกรรมการซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ระยะ 7 วัน และ 21 วัน โดยแบ่งออกเป็นสัญญา reverse repo ระยะ 7 วัน มูลค่า 7.5 หมื่นล้านหยวน (1.240 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และสัญญา reverse repo ระยะ 21 วัน มูลค่า 1.80 แสนล้านหยวน ธนาคารกลางจีนระบุว่าธนาคารกลางได้จัดหาเงินทุนที่ไม่ระบุจำนวนให้แก่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่โดยผ่านทางการปล่อยสินเชื่อระยะสั้น (SLF) ด้วย
ญี่ปุ่น - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวันพุธที่ 22 มกราคม โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (5.75-6.71 แสนล้านดอลลาร์) ต่อปี ขณะเดียวกันบีโอเจคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ โดยได้แรงหนุนจากสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นนั้นอาจจะทำให้ภาคเอกชนเพิ่มการใช้จ่ายในเรื่องค่าจ้าง และการลงทุน บีโอเจได้ออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินแบบเชิงรุกในเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยประกาศว่าจะเพิ่มปริมาณเงินขึ้น 2 เท่าภายในเวลา 2 ปี ด้วยการเพิ่มวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์เสี่ยงและบีโอเจก็ได้คงนโยบายการเงินนับตั้งแต่นั้นมา
สิงคโปร์ - แหล่งข่าวเปิดเผยว่าสิงคโปร์ได้ยกเลิกแผนการที่จะกำหนดราคาทองอ้างอิงรายวันแล้ว ขณะที่ผู้ควบคุมกฏระเบียบในยุโรปกำลังทำการตรวจสอบการปั่นราคาโลหะมีค่าโดยธนาคารต่างๆ สมาคมตลาดทองของสิงคโปร์ (SBMA) ได้ทำการหารือเป็นเวลาเกือบ1 ปีเกี่ยวกับการกำหนดราคาอ้างอิงสำหรับการซื้อขายทองในตลาดเอเชียซึ่งจะเหมือนกับการกำหนดราคาทองสปอต 2 ครั้งต่อวันของตลาดลอนดอน แต่ข่าวการตรวจสอบของยุโรปทำให้ธนาคารต่างๆลังเลที่จะเข้าร่วม แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ในขณะนี้ทีมงานและผู้บริหารของธนาคารต่างๆไม่สนใจที่จะหารือเกี่ยวกับการกำหนดราคาอ้างอิงเพราะการสอบสวนเหล่านี้ แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า ประเด็นเรื่องการกำหนดราคาทองได้กลายเป็นเรื่องที่อ่อนไหวเกินไปสำหรับธนาคารต่างๆในการที่จะเข้าร่วมในขณะนี้ อย่างไรก็ดีแหล่งข่าวระบุว่าสิงคโปร์ยังคงเจรจาเพื่อกำหนดรูปแบบกลไกกำหนดราคาทอง อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะทำให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการค้าโลหะมีค่า
ไทย - คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25% ในการประชุมวันที่ 22 มกราคมนี้ ด้วยมติ 4 ต่อ 3 เสียง โดยได้ให้เหตุผลว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนปรนในปัจจุบันยังคงเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ในสภาวะที่สถานการณ์การเมืองและผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นปัจจัยเสี่ยงระยะสั้น และพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังสามารถรองรับความเสี่ยงดังกล่าวได้ ประกอบกับการรักษาเสถียรภาพทาง การเงินของประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อวางพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตแค่ใกล้เคียง 3% จากเดิมคาด 4% ส่วนปี 56 เติบโตต่ำกว่า 3% - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) รายงานว่า โดยคาดการณ์ GDP ในปีนี้จะขยายตัว 4-5% แต่หากโครงการลงทุนทั้งแผนบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งไม่สามารถเดินหน้าได้จะทำให้การลงทุนของภาครัฐขยายตัวเพียงร้อยละ 3 จะส่งผลให้ GDP ปีนี้ขยายตัวลดลง 0.4% จากประมาณการ พร้อมกันนี้ สศช.ยังรายงานว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ จะขยายตัว 2.1-3.1% และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 0.6% ของ GDP บนสมมุติฐานที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณภายใต้แผนการบริหารจัดการน้ำ ในวงเงิน 4.65 หมื่นล้านบาท และเบิกจ่ายในโครงการคมนาคมขนส่ง 1.12 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินลงทุนของรัฐบาลประมาณ 12% อื่นๆ - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2014 ไว้ที่ 3.7% จากระดับ 3.6% ในรายงาน World Economic Outlook รอบเดือนตุลาคมปีก่อน โดยมองว่าสภาพทางการเงินของประเทศพัฒนาแล้วได้ผ่อนคลายลงจากรายงานครั้งก่อน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ลดลงของหนี้ภาครัฐของประเทศในกลุ่มยูโร มีเพี่ยงการปรับลดมาตรการ QE ของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมเท่านั้น โดยทางไอเอ็มเอฟมองว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นและสเปนจะสามารถเติบโตได้ 0.6% และ 1.7% ตามลำดับในปี 2014
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (22 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังดำเนินการลดขนาดมาตรการ QE อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทางด้านเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบมากจากปัญหาการเมืองในประเทศซึ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นลดลง สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันนี้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ขณะเดียวกันได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2556 และ ปี 2557 ลงเหลือต่ำกว่า 3% และประมาณ 3% ตามลำดับ จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะขยายตัวประมาณ 3% และ 4% ตามลำดับ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (22 ม.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ก่อนการแถลงของผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น โดยวันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติให้คงนโยบายการเงิน โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (5.75-6.71 แสนล้านดอลลาร์) ต่อปี ทั้งนี้ในภาวะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดมาตรการ QE อย่างต่อเนื่องส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในช่วงนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (22 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนมองว่าดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯโดยรวมที่ชี้ไปในทางบวกต่อเนื่องจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯทยอยลดขนาดมาตรการ QE ต่อเนื่อง
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (22 ม.ค.) ดัชนี S&P 500 ปิดทรงตัวในวันพุธ ขณะที่การเปิดเผยผลประกอบการที่ไร้ทิศทางไม่สามารถทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นในการเข้าหนุนตลาดขึ้นต่อไป ขณะที่ดัชนีอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.25%, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.06% และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.41% ทั้งนี้ดัชนีดาวโจนส์ลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน หลังบริษัทหลายแห่งเปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอ ส่วนดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนมากที่สุดจากหุ้นแบล็คเบอร์รี - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (22 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้จากการที่อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดเงินจีนลดลงและค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี โดยระบุว่าปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ลดลงจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วกระเตื้องขึ้นแทนที่ตลาดเกิดใหม่ โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.7% ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.1% จากที่คาดไว้ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.9% ในปี 2015 โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.16% หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินในการประชุมวันนี้ ขณะที่วันนี้ราคาหุ้นโตเกียว สตีล แมนูแฟคเจอริง โคเพิ่มขึ้นหลังจากแถลงผลประกอบการที่ดี สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.16% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ ( 22 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้สวนทางตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมจากปัจจัยการเมืองในประเทศ โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงเคลื่อนไหวในแดนลบโดยส่วนใหญ่ ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 2.61 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 23 มกราคม 2557
|






![]() | Today | 1229 |
![]() | All days | 1229 |
Comments