Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 24 January 2014 09:26

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ในเดือธันวาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% สู่ระดับ 4.87 ล้านยูนิต จากที่ลดลง 4.3% สู่ระดับ 4.90 ล้านยูนิตในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองเริ่มปรับตัวลดลง และความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นแรงผลักดันการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐ แต่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.94 ล้านยูนิต ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองในสหรัฐฯ ได้ปรับเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2556 เนื่องจากมีกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับลดวงเงินการซื้อพันธบัตร ขณะที่ในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของ Fed มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ด้วยการปรับลดวงเงินการซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิมที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน

          - ราคาบ้านของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนักงานเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FHFA) ในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ทั้งนี้ ดัชนีราคาบ้านของ FHFA เป็นมาตรวัดการซื้อขายบ้านเดี่ยวโดยพิจารณาจากยอดอนุมัติเงินกู้และการจำนองบ้านโดยสมาคมการจำนองแห่งชาติของรัฐบาลกลาง (แฟนนี เม) และบรรษัทจำนองสินเชื่อบ้านของรัฐบาลกลาง (เฟรดดี แมค)

          - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 มกราคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,000 ราย สู่ระดับ 326,000 ราย อย่างไรก็ตาม เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 330,000 ราย ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะฟื้นตัว ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ปรับตัวลดลง 3,750 ราย สู่ระดับ 331,500 ราย

          - ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 99.4 หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2%

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          - นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี ย้ำว่า มีความเสี่ยงไม่มากนักที่จะเกิดภาวะเงินฝืดในยูโรโซน แต่เตือนว่า ความเสี่ยงจะอยู่ที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนที่เปราะบางอยู่แล้วจะย่ำแย่ลงสำหรับประเด็นเรื่องเงินเฟ้อนั้น นายดรากิกล่าวว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อในยูโรโซนนั้นยังคงอยู่ที่ระดับที่เหมาะสมในระยะกลาง และอีซีบีคาดว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืด

 

เยอรมนี

          - นิตยสารข่าว Der Spiegel ของเยอรมนี รายงานผลสำรวจของฟอร์ซา ซึ่งเป็นสถาบันด้านการจัดทำสำรวจ ซึ่งระบุว่าชาวเยอรมัน 60% ออมเงินเป็นประจำ โดยชาวเยอรมันส่วนใหญ่สามารถออมเงินสูงสุด 200 ยูโรต่อเดือน ขณะที่ผู้ตอบสำรวจ 14% ระบุว่าไม่เก็บเงินเลย

 

ฝรั่งเศส

          - ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจฝรั่งเศสไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน โดยอยู่ที่ระดับ 100 ในเดือนมกราคม และตรงกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้

 

อังกฤษ

          - นายเอียน แมคแคฟเฟอร์ตี้ สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ให้ความเห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันที แม้อัตราว่างงานปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 7.1% ในช่วงสามเดือนจนถึงเดือนพฤศจิกายน จากระดับ 7.4% ในช่วงสามเดือนจนถึงตุลาคม ใกล้เคียงกับระดับ 7.0% ตามที่ได้วางแผนไว้ ซึ่งนายเอียนกล่าวว่า เมื่อถึงเวลาที่จะต้องปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นแล้ว ก็น่าจะเป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะดำเนินการดังกล่าวอย่างค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น

          - ยอดผลิตรถยนต์ของอังกฤษสูงสุดในรอบ 6 ปี โดยเพิ่มขึ้น 3.1% (y-o-y) ในปี 2556 สู่ระดับ 1.5 ล้านคัน สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550

 

สเปน

          - กระทรวงเศรษฐกิจและศักยภาพด้านการแข่งขันของสเปน รายงานว่า สเปนมียอดขาดดุลการค้า 1.4125 หมื่นล้านยูโร ปรับตัวลดลง 52% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2556 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดส่งออกที่พุ่งแตะระดับสูงสุดระดับใหม่ โดยมียอดการส่งออก 2.15926 แสนล้านยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2514 อย่างไรก็ดี หากนับตัวเลขส่งออกเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนลดลง 2.2% มาอยู่ที่ 1.9318 หมื่นล้านยูโร ด้านการนำเข้าในช่วง 11 เดือนแรก มีมูลค่า 2.30052 แสนล้านยูโร อย่างไรก็ตาม ยอดนำเข้าเดือนพ.ย.ลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 2.1077 หมื่นล้านยูโร

 

เอเชีย : จีน

          - ผลสำรวจขั้นต้นของภาคเอกชนพบว่าภาคการผลิตของจีนหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนในเดือนมกราคม ขณะที่ยอดสั่งซื้อใหม่ลดลง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าภาวะชะลอตัวลงเล็กน้อยของเศรษฐกิจจีนในช่วงปลายปีที่แล้วยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปีใหม่ ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นของ เอชเอสบีซี/มาร์กิต ลดลงสู่ระดับ 49.6 ในเดือนมกราคม จาก 50.5 ในเดือนธันวาคม โดยลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว

 

เกาหลีใต้

          - เศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสที่ 4 ขยายตัวเท่ากับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่าจีดีพีไตรมาสที่ 4 ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.9% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากไตรมาสที่ 3 ขยายตัว 1.1% โดยก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ 12 รายจากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสที่ 4 จะขยายตัว 0.9% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้หากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 3.9% ทั้งนี้ธนาคารกลางเกาหลีใต้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในปี 2557 จะขยายตัว 3.8% ซึ่งจะเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดนับจากปี 2553

 

ญี่ปุ่น

          - ดัชนีราคาของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 15 ปีซึ่งเป็นสัญญาณว่าการดำเนินมาตรการเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการทำให้ญี่ปุ่นพ้นจากปัญหาเงินฝืด โดยทางการญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาซึ่งไม่รวมสินค้าในหมวดพลังงานและอาหารสดในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 0.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นผลจากการอ่อนลงของค่าเงินเยนและต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่คาดไว้ว่าจะเพิ่ม 0.2% ขณะเดียวกันทางการญี่ปุ่นรายงานว่าอัตราการว่างงานในเดือนตุลาคมอยู่ที่  4% ส่วนจำนวนตำแหน่งงานว่างต่อจำนวนผู้หางานทำ 100 คนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 98 ซึ่งสูงที่สุดนับจากปี 2550

 

ไทย

          - CBRE (ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก) รายงานผลสำรวจอัตราค่าเช่าที่พักอาศัยในย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร พบค่าเช่าปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ขณะที่ราคาขายคอนโดมิเนียมก็ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของคอนโดมิเนียมยังคงอยู่ในระดับคงที่ราว 5.3% โดยพบว่าความต้องการคอนโดมิเนียมขนาด 2 และ 3 ห้องนอนมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จำนวนคอนโดมิเนียมขนาดดังกล่าวมีจำนวนจำกัด ซึ่งส่งผลให้ค่าเช่าคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ผลตอบแทนโดยรวมจากการปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 5.3% ก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งได้แก่ ค่าบริหารพื้นที่ส่วนกลาง ค่าบำรุงรักษาภายในห้องชุด ค่าประกันอัคคีภัย ค่านายหน้า ระยะเวลาที่ห้องปราศจากผู้เช่าคือช่วงที่ห้องยังไม่ได้ปล่อยเช่าและช่วงที่มีการเปลี่ยนผู้เช่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน สำหรับ 3 ทำเลหลักของกรุงเทพฯ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้เช่าชาวต่างชาติ อันได้แก่ ย่านสุขุมวิท สีลม/สาทร และลุมพินี เมื่อพิจารณาถึงแหล่งที่มาของความต้องการเช่าคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ในย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ จะพบว่า ความต้องการเช่าจากชาวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 95% ของธุรกรรมการเช่าทั้งหมด โดยนักลงทุนที่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อนำมาปล่อยเช่าที่มีความเข้าใจในความต้องการของผู้เช่าชาวต่างชาติ จะสามารถสร้างผลตอบแทนโดยรวมจากการปล่อยเช่า (ผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างๆ) ได้สูงถึง 8% และสร้างผลตอบแทนสุทธิได้ถึงระดับ 5%

          - สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ระบุว่าได้ประชุมหารือกับสมาชิกถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ ต่อภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ด้านนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ยอมรับว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งผลกระทบต่อการจัดชี้แจงและเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ หรือการจัดโรดโชว์ของหลายสมาคมที่ต้องเลื่อนออกไป และยังทำให้นักลงทุนต่างชาติวิตกต่อการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น พร้อมยอมรับว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนาน เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (23 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและหลายสกุลเงินในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 28-29 มกราคมนี้ โดยปัจจัยการคาดการณ์เกี่ยวกับการลดมาตรการ QE ต่อเนื่องส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ ขณะเดียวกันการเปิดเผยดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนที่ชี้ภาวะการหดตัวในเดือนมกราคมก็ส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงประเภทต่างๆลดลงในวันนี้ สำหรับในส่วนของค่าเงินบาทนั้นปัจจัยการเมืองในประเทศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนลงในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินบาทได้แข็งขึ้นเล็กน้อย

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (23 ม.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการถือเยนซึ่งเป็นสกุลเงินความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้นหลังรายงานดัชนี PMI เบื้องต้นจากการจัดทำของ HSBC และ Markit ชี้ถึงภาวะการหดตัวของภาคการผลิตของจีนในเดือนมกราคม

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (23 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีวันนี้รายงานดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนที่ชี้ภาวะหดตัวส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำในรูปเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมีมากขึ้น ขณะเดียวกันการคาดการณ์เกี่ยวกับการลดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯอย่างต่อเนื่องก็ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆในช่วงนี้

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (23 ม.ค.)  ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 1.07%  ในวันนี้จากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนหลังดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนมกราคมชี้ถึงภาวะหดตัว

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (23 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้หลัง HSBC/Markit รายงานดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนมกราคมลดลงมาอยู่ที่ 49.6 โดยต่ำกว่า 50 ซึ่งชี้ถึงการหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 50.3 หลังจากเดือนธันวาคมดัชนีอยู่ที่ 50.5 โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.47% และ 1.51% ตามลำดับ สำหรับดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดภาคเช้าสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ หลังการแถลงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทไนเดค ขณะที่นักลงทุนบางส่วนซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารที่ราคาลดลงในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ลดลงสอดคล้องกับตลาดอื่นๆในเอเซียจากปัจจัยเรื่องดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.79% 

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส ( 23 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สวนทางดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยปัจจัยเรื่องดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนมกราคมที่ชี้ถึงภาวะหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้าส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในการลงทุนในตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมในวันนี้ ขณะที่ในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้นจากภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศยังมีแนวโน้มที่จะส่งผลลบต่อภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายวันนี้ดัชนีก็ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX  เพิ่มขึ้น 17.85 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 มกราคม  2557

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday975
mod_vvisit_counterAll days975

We have: 973 guests online
Your IP: 216.73.216.186
Mozilla 5.0, 
Today: May 20, 2026

4456560