Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 11 April 2014 09:03

Snapshot

 

สหรัฐเมริกา

          - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า การถอนมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมในสหรัฐ อาจบั่นทอนเสถียรภาพทางการเงินทั่วโลก การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และจะส่งผลกระทบลุกลามไปยังกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งภาระหนี้สินที่ยังคงอยู่ในระดับสูงในภาคส่วนต่างๆของเศรษฐกิจให้ย่ำแย่หนักขึ้น ดังนั้น ช่วงเวลาและการบริหารจัดการเกี่ยวกับการถอนมาตรการ QE จึงมีความสำคัญอย่างมาก

          - จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน ปรับตัวลง 32,000 ราย สู่ระดับ 300,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2550 หรือระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 320,000 ราย บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเนื่องจากมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 316,250 ราย จากระดับ 4,750 ราย  ในขณะเดียวกัน รายงานการประชุมเฟดซึ่งมีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ ระบุว่า การอัตราว่างงานมีแนวโน้มจะลดลงต่ำกว่า 6.5%  

 

ยุโรป: เยอรมนี

          - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี รายงานว่า การส่งออกของเยอรมนีในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 1.3% (m-o-m) เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่การนำเข้าขยับขึ้นเพียง 0.4% จากเดือนก่อน ส่วนยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนี อยู่ที่ 1.57 หมื่นล้านยูโร ขณะที่ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดแตะ 1.39 หมื่นล้านยูโร ซึ่งตัวเลขทั้งสองต่างก็ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางการค้าของเยอรมนีอ่อนแรงลงในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกที่อาจจะบั่นทอนการขยายตัวของเศรษฐกิจเยอรมนี

 

อังกฤษ

          - ในการประชุมวันนี้ ธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5% ซึ่งตรงกับที่ตลาดคาดการณ์ว่า จะมีการคงอัตราดอกเบี้ยจนกว่าเศรษฐกิจอังกฤษจะมีการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์

 

ฝรั่งเศส

          - ธนาคารกลางฝรั่งเศสยืนยันว่า เศรษฐกิจของประเทศจะเริ่มต้นปีนี้อย่างสดใส โดยคาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัว 0.2% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2557 ในขณะที่กิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและบรรยากาศทางธุรกิจที่ดีขึ้นโดยกิจกรรมการผลิตปรับตัวขึ้นในเกือบทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคเกษตร-อาหาร, สิ่งทอ และอุปกรณ์การขนส่งที่ไม่ใช่ยานยนต์ ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเล็กน้อยแตะที่ 76.2% ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดของธนาคารกลางฝรั่งเศสดีกว่าของสถาบันสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) อยู่เล็กน้อย โดยสถาบันสถิติฯคาดการณ์ในรายงานเมื่อเร็วๆนี้ว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจฝรั่งเศสจะอยู่ที่ 0.1% ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้

          - สำนักงานศุลกากรของฝรั่งเศส รายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าของฝรั่งเศสในเดือนกุมภาพันธ์ลดลงแตะ 3.4 พันล้านยูโร จาก 5.7 พันล้านยูโรในเดือนเดียวกันปีก่อน เนื่องจากฝรั่งเศสลดปริมาณการนำเข้า ขณะที่ส่งเสริมการส่งออก โดยการนำเข้า ลดลงสู่ระดับ 3.96 หมื่นล้านยูโร จาก 4.14 หมื่นล้านยูโรในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นแตะ 3.62 หมื่นล้านยูโร จาก 3.58 หมื่นล้านยูโรในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2556

 

สเปน

          - ธนาคารกลางสเปนระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศจะขยายตัว 1.2% ในปี 2557 ขณะที่รัฐบาลสเปนและคณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์การขยายตัวไว้ที่ 1% และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีที่ 0.6% ในปี

 

เอเซีย: จีน

          - สำนักงานศุลกากรของจีนเปิดเผยว่า การส่งออกลดลง 6.6% ในเดือนมีนาคมจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้าลดลง11.3% ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้า 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดส่งออกจะเพิ่มขึ้น 4%, การนำเข้าจะเพิ่มขึ้น 2.4% และยอดเกินดุลการค้าจะอยู่ที่ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ญี่ปุ่น

          - ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นลดลงอย่างรุนแรงในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่ใจเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายทุน ขณะที่สัญญาณเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจเผชิญความยากลำบากในการรับมือกับการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนนี้ โดยสำนักคณะรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งเป็นข้อมูลที่ผันผวนที่บ่งชี้ถึงการใช้จ่ายทุนในช่วง 6-9 เดือนข้างหน้านั้นลดลง 8.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากเพิ่มขึ้น 13.4% ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2556

 

เกาหลีใต้

          - ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกันในการประชุมวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมาซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ทางธนาคารกลางประเมินภาวะเงินเฟ้อต่ำในประเทศ และความไม่แน่นอนจากภายนอกประเทศ  ทั้งนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางเกาหลีใต้ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% โดยก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ทั้ง 31 คนในโพลล์รอยเตอร์ต่างก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปลายปีนี้

 

ไทย

          - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รายงานว่า ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(Peak)ในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ในช่วงวันที่ 24-26 เมษายน 2557 อยู่ที่ 26,752 เมกะวัตต์ ซึ่งตรงกับช่วงที่แหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช ในอ่าวไทยมีแผนหยุดซ่อมบำรุงท่อก๊าซฯ ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซฯ หายไป 630 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน  แต่ได้เตรียมมาตรการรองรับ โดยสำรองน้ำมันเตา 41 ล้านลิตร มาใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าบางปะกง และโรงไฟฟ้าราชบุรี  และเตรียมก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มาเสริมจำนวน 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จึงทำให้มีก๊าซฯ ที่หายไปเพียง 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเท่านั้น

          - สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า  จากการที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2557 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.0% ลดลงเหลือ 2.6% ซึ่งเป็นผลมาจากภาคเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่ผู้บริโภค นักลงทุน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังขาดความเชื่อมั่นเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความไม่แน่นอน รวมทั้งการที่ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฯ วงเงิน 2 ล้านล้านบาทถูกวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ และโครงการลงทุนบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาทที่ยังคงทำประชาพิจารณ์อยู่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้จ่ายลงทุนของภาครัฐ  อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันว่าเงินเฟ้อของไทยปีนี้ จะขยายตัวอยู่ในกรอบ 2.0-2.8% และการส่งออกจะยังคงขยายตัวได้ 5% โดยภาคการส่งออกจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักของไทยที่ฟื้นตัว  และการส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  รวมถึงการอ่อนค่าของค่าเงินบาทยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออก

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (10 เม.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและหลายสกุลเงินในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ข้อมูลการส่งออกของจีนที่ลดลงต่อเนื่องในเดือนมีนาคมส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 10 เม.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนถือเยนมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงหลังข้อมูลของสำนักงานศุลกากรจันชี้ว่าการส่งออกในเดือนมีนาคมลดลง 6.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4% หลังจากในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 18.1% ทั้งนี้นักลงทุนถือเงินเยนมากขึ้นในวันนี้แม้ว่าข้อมูลยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นลดลงอย่างรุนแรงในเดือนกุมภาพันธ์

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (10 เม.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลล์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากแรงซื้อเยนและขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาหลังจากข้อมูลการส่งออกของจีนเดือนมีนาคมชี้ถึงแนวโน้มที่เศรษฐกิจจีนอาจจะชะลอลงมากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ซึ่งภาวะดังกล่าวส่งผลบวกต่อค่าเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (10 เม.ย.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพฤหัสบดี  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดทรุด 266.96 จุดหรือ 1.62%  สู่ระดับ 16,170.22, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 39.10 จุดหรือ 2.09%  สู่ระดับ 1,833.08 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 129.79 จุดหรือ  3.1% สู่ระดับ 4,054.11  ทั้งนี้ ถือเป็นการ ลดลงหนักที่สุดในรอบ 2 ปี สำหรับดัชนี Nasdaq หลังจากทีมีการเทขายหุ้นไบโอเทคออกมาอย่างหนักหน่วง

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (10 เม.ย.) ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.38% แม้ว่าข้อมูลการส่งออกเดือนมีนาคมจะชี้ว่าการส่งออกของจีนหดตัวลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าอย่างไม่คาดหมาย อย่างไรก็ดีวันนี้ตลาดหุ้นจีนรวมทั้งฮ่องกงได้ปัจจัยบวกจากการที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) เปิดเผยว่า CSRC จะอนุญาตให้นักลงทุนจีนสามารถทำการซื้อขายหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในฮ่องกงได้ ขณะเดียวกันก็จะอนุญาตให้นักลงทุนฮ่องกงสามารถซื้อหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดเซี่ยงไฮ้ได้เช่นกัน โดยในส่วนของดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.51% สำหรับดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดทรงตัว โดยวันนี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้ปัจจัยลบจากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งส่งผลลบต่อภาคการส่งออกของญี่ปุ่น ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจของจีนและญี่ปุ่นวันนี้ก็ออกมาไม่ดี

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (10 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเช้าก่อนที่จะค่อยๆปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.54 จุด นำโดยหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสิ่อสาร กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมีฯ อย่างไรก็ดีปัจจัยแวดล้อมโดยรวมยังเป็นไปในทางลบ โดยวันนี้ทางการจีนรายงานว่าการส่งออกในเดือนมีนาคมลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าซึ่งส่งผลให้มีความกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 11 เม.ย. 2557

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1295
mod_vvisit_counterAll days1295

We have: 1292 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.217.151
Mozilla 5.0, 
Today: May 23, 2026

4403096