| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 12 March 2015 09:42 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐได้ทบทวนปรับเพิ่มคาดการณ์การผลิตน้ำมันในสหรัฐในปีนี้ แต่ได้ปรับลดคาดการณ์การผลิตในปีหน้า เนื่องจากคาดว่าการดิ่งลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกจะกระทบการผลิตน้ำมันจากหินน้ำมันของสหรัฐในปีหน้า โดยEIA ระบุในรายงานแนวโน้มพลังงานระยะสั้นว่า การผลิตน้ำมันทั้งหมดในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 9.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวันที่คาดไว้ในเดือนที่แล้ว ซึ่งการทบทวนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ EIA ได้เปิดเผยข้อมูลที่ระบุว่า การผลิตน้ำมันจากแหล่งหินน้ำมันของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปีนับตั้งแต่เดือนเมษายน เนื่องจากราคาที่ตกต่ำ และการลดงบรายจ่ายของภาคเอกชน ขณะเดียวกันการทบทวนดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ฐานในไตรมาส 4 และการผลิตในอ่าวเม็กซิโก โดยการผลิตนอกชายฝั่งในอ่าวเม็กซิโกสามารถปรับตัวรับการแกว่งตัวของราคาได้มากกว่าการผลิตบนฝั่ง เนื่องจากต้องมีการลงทุนในระยะยาว ขณะเดียวกัน คาดว่าการผลิตน้ำมันทั้งหมดในปีหน้าจะลดลงสู่ 9.49 ล้านบาร์เรลต่อวัน จาก 9.52 ล้านบาร์เรลต่อวันในรายงานเดือนที่แล้ว
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า การที่ ECB เข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่เริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ ได้ช่วยสกัดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในกรีซ มิให้ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆในยูโรโซน โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรในโปรตุเกส และประเทศอื่นๆที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอ ได้ปรับตัวลง แม้มีวิกฤตการณ์ครั้งใหม่ในกรีซ ซึ่งสิ่งนี้บ่งชี้ว่ามาตรการซื้อสินทรัพย์กำลังช่วยปกป้องประเทศในยูโรโซนจากผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ECB ระบุก่อนหน้านี้ว่า จะซื้อพันธบัตรมูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จนถึงเดือนกันยายนปีหน้า โดยเริ่มต้นในเดือนมีนาคมคิดเป็นวงเงินรวม 1.1 ล้านล้านยูโร ซึ่งมีเป้าหมายที่จะอัดฉีดเม็ดเงินใหม่ๆเข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศยูโรโซนที่กำลังซบเซาลง และจัดการกับภาวะเงินฝืด และอัตราว่างงานในยูโรโซนที่อยู่ในระดับสูงถึง 11% โดย ECB จะซื้อพันธบัตรดังกล่าวจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับ 2% ในระยะกลาง
อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษรายงานว่า ผลผลิตภาคการผลิตเดือนมกราคมปรับตัวลดลง 0.5% (m-o-m) จากเดือนธันวาคมที่ขยายตัว 0.1% ซึ่งสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าผลผลิตเดือนมกราคมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี หากเทียบกับเดือนมกราคมปีที่แล้ว ผลผลิตภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 1.9% (y-o-y) ทั้งนี้ ผลผลิตภาคการผลิตที่ลดลงดังกล่าวได้ฉุดให้ผลผลิตรวมทุกภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงตามไปด้วย โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมปรับตัวลดลง 0.1% (m-o-m) ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัว 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เอเชีย: จีน - ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ของจีนในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ลดลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีท่ามกลางภาวะบ้านล้นตลาด และการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง ทั้งนี้รายได้จากการขายลดลง 15.8% ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ดิ่งลง 20.9% ในปี 2012 โดยข้อมูลเดือนม.ค.-ก.พ.ถูกรวมกันเพื่อลดผลกระทบจากวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ภาคอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนคิดเป็น 15% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจของจีน - การลงทุน, ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัวต่ำกว่าคาดในเดือนม.ค.และก.พ. และลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อว่าเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวอยู่ และจำเป็นต้องได้รับมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ผลผลิตภาคโรงงานของจีนปรับตัวขึ้น 6.8% ในเดือนม.ค.และก.พ.ปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 7.8% ยอดค้าปลีกปรับขึ้น 10.7% ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 11.7% การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จีนชะลอการเติบโตลงเล็กน้อย โดยเติบโตเพียง 10.4% ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ในขณะที่จีนประสบภาวะอุปทานบ้านล้นตลาด
ญี่ปุ่น - รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานลดลง 1.7% ในเดือนม.ค.จากเดือนธ.ค. ซึ่งตอกย้ำความท้าทายของรัฐบาลที่พยายามจะกระตุ้นให้บริษัทต่างๆเพิ่มการใช้จ่ายด้านค่าแรงและอุปกรณ์ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดไว้ว่ายอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานจะลดลง 4.1% ในเดือนม.ค.หลังเพิ่มขึ้น 8.3% ในเดือนธ.ค.ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 6 เดือน
ไทย - คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติด้วยเสียง 4 ต่อ 3 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% มาที่ 1.75% เพื่อเพิ่มแรงหนุนต่อเศรษฐกิจ หลังการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐต่ำกว่าคาด ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำต่อไป ส่วนแรงกระตุ้นจากภาคการคลังนั้น กนง.มองว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งถึงจะเห็นผลชัดเจน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในผลสำรวจของรอยเตอร์ ที่คาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.0%
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพุธ (11 มี.ค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติด้วยเสียง 4 ต่อ 3 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% มาที่ 1.75% เพื่อเพิ่มแรงหนุนต่อเศรษฐกิจ ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในผลสำรวจของรอยเตอร์ ที่คาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.0% - เยน/ดอลลาร์ วันพุธ (11 มี.ค.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่นวันนี้รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานลดลง 1.7% ในเดือนม.ค.จากเดือนธ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่ายอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานจะลดลง 4.1% ในเดือนม.ค.หลังเพิ่มขึ้น 8.3% ในเดือนธ.ค.ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 6 เดือน - ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ (11 มี.ค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารหลังธนาคารกลางยุโรปเริ่มดำเนินมาตรการ QE มาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่รายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนมิถุนายนปีนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพุธ (11 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพุธเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยมีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับกำหนดเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รวมทั้งการที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีกส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทข้ามชาติของสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.16% สู่ 17,635.39 ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.19% สู่ 2,040.24 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 9.85 จุด - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ (11 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนมิถุนายน 2558 อย่างไรก็ดีดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 0.31% โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่เงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่วันนี้รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานลดลง 1.7% ในเดือนม.ค.จากเดือนธ.ค. ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่ายอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานจะลดลง 4.1% ในเดือนม.ค.หลังเพิ่มขึ้น 8.3% ในเดือนธ.ค.ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 6 เดือน สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 0.16% แม้รายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีนวันนี้จะออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดแต่นักลงทุนก็คาดการณ์ว่าทางการจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติม - ตลาดหุ้นไทย วันพุธ (11 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 12.80 จุดโดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่วันนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติด้วยเสียง 4 ต่อ 3 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% มาที่ 1.75% เพื่อเพิ่มแรงหนุนต่อเศรษฐกิจ
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 12 มี.ค. 2558
|






![]() | Today | 1231 |
![]() | All days | 1231 |
Comments