| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 13 March 2015 10:22 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 7 มีนาคม ลดลง 36,000 ราย สู่ระดับ 289,000 ราย สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 305,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ลดลง 3,750 ราย แตะระดับ 302,250 ราย สำหรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 2.42 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - ยอดค้าปลีกในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 0.6% สู่ระดับ 4.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากลดลง 0.8% ในเดือนมกราคม โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.7% (y-o-y) และหากไม่รวมยอดขายรถยนต์ ยอดค้าปลีกลดลง 0.1% หลังจากลดลง 1.1% ในเดือนมกราคม และหากไม่รวมยอดขายรถยนต์และน้ำมัน ยอดค้าปลีกลดลง 0.2% ทั้งนี้ การปรับตัวลงของยอดค้าปลีกสะท้อนถึงสภาพอากาศที่เลวร้ายในเดือนที่แล้ว รวมทั้งสัญญาณการชะลอตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภค แม้ตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลง - สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจในเดือนมกราคมทรงตัวต่อเนื่องจากเดือนธันวาคม ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนยอดขายภาคธุรกิจลดลง 2.0% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 ส่งผลให้อัตราส่วนสต็อกสินค้าคงคลังเทียบยอดขายอยู่ที่ระดับ 1.35 - ราคานำเข้าสินค้าในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน และบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ได้ชะลอตัวลงแล้ว ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ราคานำเข้าลดลง 9.4% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2009 ทั้งนี้ หากไม่รวมหมวดเชื้อเพลิง ราคานำเข้าลดลง 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และลดลง 1.8% เมื่อเทียบรายปี ด้านราคาสินค้าส่งออก ลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และลดลง 5.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 ยุโรป: สหภาพยุโรป - สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนเดือนมกราคม 2558 ปรับตัวลง 0.1% (m-o-m) แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% (y-o-y) ทั้งนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าสะท้อนให้เห็นว่า การอ่อนค่าของสกุลเงินยูโรยังไม่ช่วยหนุนผู้ส่งออกอย่างเต็มที่ และย้ำเตือนว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคยังเปราะบาง อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของอังกฤษในเดือนมกราคม2558 ลดลงสู่ระดับ 616 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2556 โดยมีสาเหตุมาจากการนำเข้าที่ร่วงลงอย่างมาก โดยเฉพาะน้ำมัน ขณะที่การส่งออกบริการทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยอดขาดดุลเดือนมกราคมลดลงจากระดับ 2.1 พันล้านปอนด์ในเดือนธันวาคม 2557 โดยยอดนำเข้าเดือนมกราคมลดลง 2.5 พันล้านปอนด์จากเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2549 โดยการนำเข้าที่ลดลงนั้นมีสาเหตุหลักมาจากการนำเข้าเชื้อเพลิงที่ลดลง 1.3 พันล้านปอนด์ โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.2 พันล้านปอนด์ ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552 ขณะที่การส่งออกบริการทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ที่เริ่มมีการเก็บสถิติเมื่อ 17 ปีก่อน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อังกฤษเป็นผู้ส่งออกบริการสุทธิ ไม่ว่าจะเป็นบริการทางการเงิน บริการด้านกฎหมาย ที่ปรึกษาทางธุรกิจ และการโฆษณา - สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอังกฤษ (NIESR) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% ซึ่งดีขึ้นเล็กน้อยจากข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอังกฤษที่ระบุว่า อัตราการขยายตัวในไตรมาส 4 ปี 2557 อยู่ที่ 0.5% โดยได้รับแรงหนุนส่วนใหญ่จากภาคบริการเอกชน อุตสาหกรรมบริการจึงยังคงเป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอังกฤษ ส่วนด้านการผลิตนั้นขยายตัวเมื่อเทียบรายปี แต่เมื่อเทียบรายเดือนแล้วอ่อนตัวลงในระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมา เอเชีย: จีน - หยวนแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันพฤหัสที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ของรัฐบาลขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาซึ่งเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ระบุว่าอาจจะบ่งชี้ว่า จีนต้องการทำให้หยวนมีเสถียรภาพในขณะนี้ เนื่องจากมีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับสงครามค่าเงินทั่วโลก ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดค่ากลางหยวนที่ 6.1617 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเปิดตลาด ซึ่งอ่อนค่าจากค่ากลางเมื่อวันพุธที่ 6.1597 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. - นายเฉียน หยิงยี่ สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวว่า จีนมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหรือปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงอีกครั้ง ถ้าหากอัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 1% ในขณะที่นายเฉียนตัดโอกาสในการดำเนินมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม ญี่ปุ่น - กระทรวงการคลังญี่ปุ่นและสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยผลสำรวจรายไตรมาสโดยระบุว่าความเชื่อมั่นในบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นลดลงในไตรมาสเดือนม.ค.-มี.ค. และมีแนวโน้มลดลงสู่ระดับติดลบในไตรมาส 2 ในขณะที่การอ่อนค่าของเยนส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น และสร้างความยุ่งยากให้แก่ความพยายามของรัฐบาลญี่ปุ่นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดัชนีผลสำรวจธุรกิจ (BSI) ซึ่งใช้วัดความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นอยู่ที่ +2.4 ในไตรมาสเดือนม.ค.-มี.ค. เทียบกับ +8.1 ในไตรมาสเดือนต.ค.-ธ.ค. 2014 คาดกันว่าดัชนี BSI อาจจะดิ่งลงสู่ -0.9 ในไตรมาส 2/2015 เกาหลีใต้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ 1.75% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นายลี จู-ยอล ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า คณะกรรมการของธนาคารกลางไม่ได้ตัดสินใจอย่างเป็นเอกฉันท์ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%ในครั้งนี้ โดยสมาชิกสองคนในคณะกรรมการไม่เห็นด้วยกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ในโพลล์รอยเตอร์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ถึงแม้นักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ถ้าหากเศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังคงฟื้นตัวอย่างเฉื่อยชาต่อไป มาเลเซีย - ข้อมูลจากสำนักงานสถิติของมาเลเซียบ่งชี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของมาเลเซียเพิ่มขึ้น 7% ในเดือนม.ค.จากปีก่อน แต่ต่ำกว่าที่ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 7.4% ข้อมูลบ่งชี้ว่า การผลิตของโรงงานได้แรงหนุนจากภาคการผลิต, เหมืองแร่และไฟฟ้า ขณะที่การส่งออกในเดือนม.ค.ลดลง 0.6% โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวในจีน ไทย - ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี มองการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เมื่อวันพุธว่าจะส่งผลดีให้เงินบาทอ่อนค่า ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนภาคการส่งออก ขณะที่ไม่เป็นห่วงการไหลออกของเงินทุน จากการปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้เนื่องจากไทยยังมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศในระดับสูง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยอมรับว่า การลดดอกเบี้ยอาจไม่ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจริงได้ในทันที เนื่องจากกลไกของดอกเบี้ยต้องใช้ระยะเวลากว่าที่จะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่สำคัญคือ การที่กนง.ส่งสัญญาณว่า พร้อมจะดำเนินการเพื่อสนับสนุน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญต่อตลาดว่า กนง.พร้อมจะดำเนินการช่วยเหลือ และดูแลเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แม้การลดดอกเบี้ยจะช่วยทำให้การส่งออกดีขึ้น แต่คงยังไม่สามารถที่จะหวังได้ว่า การส่งออกจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจในปีนี้ โดยปัจจัยหนุนที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตในปีนี้ ยังคงเป็นเรื่องการเร่งการใช้จ่ายเงินงบประมาณของภาครัฐเป็นประเด็นหลัก เขายังคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังมีโอกาสขยายตัวได้ 4% แม้ว่า ธปท.ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยังมีระยะเวลาอีกหลายเดือนที่จะให้เร่งผลักดันการขยายตัว Money Market บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส (12 มี.ค.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากอ่อนค่ามากในวันพุธจากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงินลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สำหรับในส่วนของหลายสกุลเงินในเอเชียวันนี้ก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีสกุลเงินเอเซียโดยรวมยังมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางของหลายประเทศในเอเซียมีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยในวันนี้ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ 1.75% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวว่า จีนมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหรือปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงอีกครั้ง ถ้าหากอัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 1% เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส (12 มี.ค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในกลางปีนี้ ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส (12 มี.ค.) เงินยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้อย่างไรก็ดีปัจจัยจากมาตรการ QE ของธนาคารกลางยุโรปและแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯยังส่งผลให้ยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส (12 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยดีดตัวขึ้นหลังจากลดลงสองวัน ขณะที่ข้อมูลยอดค้าปลีกที่อ่อนแอได้สกัดกั้นการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯและลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่ม 1.47% สู่ 17,895.22 ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 1.26% สู่ 2,065.95 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.89% สู่ 4,893.29 - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (12 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้จากการที่หลายธนาคารกลางในภูมิภาคทยอยปรับลดอัตราอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่วันนี้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ 1.75% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวว่า จีนมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหรือปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงอีกครั้ง ถ้าหากอัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 1% โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตสูงขึ้น 1.77% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งสูงขึ้น 0.34% สำหรับดัชนีนิเกอิวันนี้ปิดตลาดสูงขึ้น 1.43% โดยเทรดเดอร์ปรับสถานะการลงทุนเพื่อรอรับการส่งมอบสัญญาล่วงหน้าและออปชั่นดัชนีนิกเกอิที่จะครบกำหนดส่งมอบในเดือนมี.ค.ในวันพรุ่งนี้ - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส (12 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะปรับสูงขึ้นหลังจากนั้น ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX สูงขึ้นเล็กน้อย 0.50 จุด ทั้งนี้การปรับตัวขึ้นของดัชนีหุ้นไทยวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้จากการที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในวันนี้ ขณะที่ธนาคารกลางจีนก็มีแนวโน้มผ่อนคลายมาตรการทางการเงินมากขึ้น โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 13 มี.ค. 2558
|






![]() | Today | 1020 |
![]() | All days | 1020 |
Comments