|
STA กำไรโค้งแรกพุ่งได้ใจ เชียร์ ซื้อ
|
|
|
|
|
Friday, 04 June 2010 09:44 |
|
บล.ฟิลลิป : STA แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 89.75 บาท
ไตรมาส 1 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยเทียบ YoY ผลการดำเนินงานไตรมาส 1’2553 STA กำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 412% เทียบ YoY แต่ลดลง 8% เทียบ QoQ จากกำไรสุทธิ 215 และ 1,193 ล้านบาทตามลำดับ กำไร ที่ออกมาดีเป็นผลจากราคายางที่เพิ่มขึ้น โดยยอดขายอยู่ที่ 19,172 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 113% และ 22% เทียบ YoY และ QoQ จาก ราคายางและปริมาณขายเพิ่มขึ้น 67% และ 27% เทียบ YoY อีกทั้งจะเห็นอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 8% จาก 0.4% ในไตรมาส 1’2552 และ 7.8% ในไตรมาส 4 ที่ผ่านมาจากสัดส่วนการขายกลุ่มยางแท่งซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่ากลุ่ม ผลิตภัณฑ์อื่นมียอดขายเพิ่มขึ้น ไตรมาส 1 กลุ่มยางแท่งมีสัดส่วนยอดขายเท่ากับ 65% ของ ยอดขายรวม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 15% เทียบ YoY ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งราคายางที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มตามเงินกู้ที่มากขึ้น แต่มีกำไรจากบริษัทร่วม เพิ่มขึ้น 25% เทียบ YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 79 ล้านบาท
เปลี่ยนพาร์ เพิ่มทุน และจดทะเบียนในสิงคโปร์ มติที่ประชุม STA ได้มีวาระสำคัญคือ 1) การเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากหุ้นละ 5 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท 2) เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,000 ล้านบาทเป็น 1,280 ล้านบาทเพื่อ เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 280 ล้านหุ้น (พาร์ 1 บาท) ให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public offering) ในสิงคโปร์ โดยให้สิทธิกรรมการในการพิจารณาเงื่อนไขอื่น ๆ ในการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนและ 3) อนุมัติการนำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์และดำรง สถานะการเป็น และดำรงสถานะการเป็นบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใน เวลาเดียวกัน (Dual Listing) การนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศสิงคโปร์ ดังกล่าวอยู่ภายใต้การอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศสิงคโปร์ ผู้บริหารคาดว่าระยะเวลาการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนน่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ส่วนการเปลี่ยนแปลง มูลค่าคาดว่าจะซื้อขายพาร์ใหม่ได้ในเดือนก.ค. เป็นต้นไป ทางฝ่ายคาดว่าการเปลี่ยนแปลงมูลค่า หุ้นจะส่งผลให้สภาพคล่องดีขึ้น ขณะที่การนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดสิงคโปร์จะทำให้ การ ประเมินมูลค่าหุ้นของ STA มี P/E ที่สูงขึ้นตามหลักทรัพย์ในกลุ่มที่ดำเนิน ธุรกิจใกล้เคียงกัน
ความต้องการที่มากจากกลุ่มยางล้อยังสนับสนุนให้ราคายังดีจากจำนวนผู้ขายที่น้อยราย ผู้บริหารแจ้งว่าอุตสาหกรรมยางยังมีแนวโน้มในทางบวกจากภาพอุตสาหกรรมที่เปลี่ยน ไปซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนต่ออุตสาหกรรมคือ 1) ผู้ใช้รายใหญ่คือกลุ่มยางล้อซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการ เติบโตอย่างต่อเนื่องจะใช้ยางแท่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตซึ่งกลุ่มยางแท่งมีอัตรากำไรค่อนข้างคง ที่หากเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่น 2) ความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากโดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่อย่างจีน, ไต้หวัน และเกาหลีเข้ามาเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มยางล้อแทนกลุ่มผู้ใช้รายเดิมอย่างเช่น มิชลิน, กู๊ดเยียร์ และบริดสโตน เป็นต้น จากต้นทุนการผลิตในตลาดเกิดใหม่ที่มีต้นทุนการผลิตที่ ต่ำกว่าผู้ผลิตราย เดิมขณะที่ผลผลิตยางยังจำกัดจากผู้ผลิตรายใหญ่ในตลาด 3 รายหลักคือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
ปรับประมาณการปี 2553 ขึ้นจากแนวโน้มที่ดีทั้งจากกลุ่มยางแท่งและถุงมือยาง จากผลการดำเนินงานที่ดีกว่าคาดมาก อีกทั้งแนวโน้มผลการดำเนินงานมีทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ทางฝ่ายปรับประมาณการผลการดำเนินงานขึ้นจากประมาณการเดิม ภายใต้ยอดขาย 76,813 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 69% เทียบ YoY ภายใต้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 15% ขณะที่ราคาขาย เพิ่มขึ้น 47% เทียบ YoY และคาดว่าอัตรากำไรจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากสัดส่วนการขายกลุ่มยาง แท่งที่มากขึ้น, เน้นการขายแบบซื้อมาขายไปเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคายาง และการขายสินค้าแบบมาตรฐานซึ่งทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง อีกทั้งคาดว่าจะรับรู้กำไร จากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจากความต้องการที่มากในกลุ่มถุงมือยาง ทางฝ่ายปรับประมาณการกำไร สุทธิเพิ่มเป็น 2,872 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 34% เทียบ YoY
ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น 'ซื้อ' ทางฝ่ายมีมุมมองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานของ STA ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งแสดงกำไร ติดต่อกันมา 5 ไตรมาส รวมถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคตที่มีทิศทางที่ดีขึ้น อีกทั้ง ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดสิงคโปร์จะทำให้การซื้อขายของบริษัทมีความน่าสนใจมาก ขึ้นหากเทียบกับหลักทรัพย์ที่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกัน ทางฝ่ายปรับเพิ่มคำแนะนำ จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” และปรับ P/E จากเดิมที่ 6 เท่าเป็น 8 เท่าเพื่อสะท้อนต่อแนวโน้ม การดำเนินงานที่ดี ปรับราคาเหมาะสมหลังเพิ่มทุนเพิ่มเป็น 89.75 บาท
|
Comments