| โรดโชว์นิวยอร์กฟุ้งต่างชาติเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย |
|
|
|
| Monday, 27 September 2010 18:21 | |||
|
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ บริษัท โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) และ เดอะ ควอนท์ กรุ๊ป (The Quant Group) เดินทางไปโรดโชว์ ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับเกียรติจาก นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร่วมแสดงปาฐกถาและตอบข้อซักถามของผู้ลงทุนสถาบัน เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมานั้น ได้รับความสนใจจากสถาบันต่างประเทศชั้นนำ ที่เป็นผู้ลงทุนขนาดใหญ่ กว่า 50 กองทุน เข้าร่วมรับฟังปาฐกถาและซักถามนายกรัฐมนตรี และฟังการนำเสนอข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจากการโรดโชว์ครั้งนี้ เห็นได้ว่าผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศให้ความสนใจต่อพัฒนาการของเศรษฐกิจไทย และสถานการณ์การเมืองของไทย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขของดัชนี SET Index ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี นอกจากนี้ผู้ลงทุนสถาบันได้สอบถามถึงนโยบายรัฐบาลที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะปานกลาง รวมทั้ง ผลประโยชน์ที่คาดว่าไทยจะได้รับจากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะมีผลในปี 2015 การโรดโชว์ครั้งนี้ นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีไปร่วมพบกับผู้ลงทุนสถาบัน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างมาก ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยว่ามีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยพึ่งตลาดประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศอุตสาหกรรมหลัก นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในอีก 12 เดือนข้างหน้าว่าจะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนในประเทศที่เพิ่มจากทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล นอกจากนี้ ผู้ลงทุนต่างประเทศได้ให้ความสนใจและซักถามจากนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการแข็งค่าของเงินบาท และปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการประมูลโครงการ 3G ทั้งนี้ ความสนใจในตลาดหุ้นไทยของผู้ลงทุนต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนได้จากมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน MSCI Thailand Investable Market Index Fund ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่ที่สุดที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก มีขนาดทรัพย์สินภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 18,000 ล้านบาท ณ เดือนกันยายน 2553 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนเพียง 3,200 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่ดี และเป็นที่สนใจของผู้ลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นมาก
|






![]() | Today | 793 |
![]() | All days | 793 |
Comments