Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News สศช.เตือน6ปัจจัยเสียงบันทอนเศรษฐกิจปีหน้า
สศช.เตือน6ปัจจัยเสียงบันทอนเศรษฐกิจปีหน้า PDF Print E-mail
Tuesday, 30 November 2010 18:06

           นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2553 และคาดการณ์แนวโน้มปี 2553 - 2554 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ สาระสำคัญของเรื่อง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เผยแพร่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( GDP) ไตรมาส 3/2553 และคาดการณ์แนวโน้มปี 2553 - 2554 เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2553 โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1.สถานการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2553 เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3/2553 ขยายตัวร้อยละ 6.7 โดยมีแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและความมั่นใจของนักลงทุน ส่งผลให้ทั้งการส่งออกการลงทุนและการบริโภคของภาคเอกชนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หากปรับปัจจัยฤดูกาลแล้ว เศรษฐกิจไทยหดตัวจากไตรมาสสองของปี 2553 ร้อยละ 0.2 (% QoQ SA) เป็นการหดตัวเป็นสองไตรมาสติดต่อกัน และ รวม 9 เดือนแรกของปี 2553 เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงถึงร้อยละ 9.3

1.1 ภาคการส่งออก มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาสนี้สูงถึง 49,721 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ โดยขยายตัวร้อยละ 22.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ยานพาหนะและชิ้นส่วน แผงวงจรรวม เครื่องปรับอากาศ และ ยางพารา ขยายตัวร้อยละ 60.1 17.0 38.2 และ 93.9 ตามลำดับตลาดส่งออกหลักยังคงขยายตัว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ยกเว้นตลาดออสเตรเลียที่ลดลงเนื่องจากการลดลงของการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูป และผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้าประเภทโครงก่อสร้าง

1.2 ภาคการท่องเที่ยวเริ่มปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเมืองไทยในไตรมาสนี้ มีจำนวน 3.69 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว ที่มีจำนวน 2.86 ล้านคน เป็นการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน มาเลเซีย และอินเดีย ที่ขยายตัวร้อยละ 78.7 26.9 และ 28.1 ตามลำดับ อัตราการเข้าพักอยู่ที่ระดับร้อยละ 48.4 เทียบกับร้อยละ 47.2 ในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ GDP ในสาขาโรงแรมและภัตตาคารขยายตัวร้อยละ 10.1 เมื่อรวม 9 เดือน นักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวน 11.2 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552

1.3 การใช้จ่ายภาคครัวเรือน ในไตรมาสนี้ขยายตัวร้อยละ 5.0 มีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้เกษตรกร จากราคาพืชผลหลักที่เพิ่มขึ้น เช่น ราคายางพารา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 70.0) มันสำปะหลัง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 121.6) และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.7) ประกอบกับภาวะการจ้างงานอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.9 ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับร้อยละ 80.5 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 75.9 ในไตรมาสที่ผ่านมา รวม 9 เดือน การใช้จ่ายภาคครัวเรือนขยายตัวร้อยละ 5.1

1.4 การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 14.5 เป็นการขยายตัวในการก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้น เห็นได้จากพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างขยายตัวร้อยละ 18.1 เร่งตัวขึ้นจากร้อยละ 10.8 ในไตรมาสที่ผ่านมา โดยเฉพาะการก่อสร้างที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนการลงทุนในเครื่องจักรเครื่องมือชะลอตัว แต่ยังอยู่ในอัตราที่สูง ดัชนีความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ ( Business Sentiment Index: BSI) เฉลี่ยในไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ 50.4 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 49.3 ในไตรมาสที่ผ่านมา รวม 9 เดือน การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 15.4

2.แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2553 จากภาวะเศรษฐกิจไทยในสามไตรมาสแรกของปี 2553 ที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 9.3 และเมื่อพิจารณาจากดัชนีชี้วัดต่างๆ สศช. ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2553 เป็นร้อยละ 7.9 อัตราเงินเฟ้อเท่ากับร้อยละ 3.2 และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 4.3 ของ GDP โดยมีปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

2.1 ปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย (1) เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ดีและเอื้อต่อการส่งออกของไทย นอกจากนี้ โครงสร้างตลาดการส่งออกมีการกระจายตัวมากขึ้น (2) การลงทุนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากแรงส่งของการส่งออกและการบริโภคในประเทศ (3) การท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ดีขึ้นแล้ว สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยว (4) สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี และตลาดทุนและตลาดพันธบัตรเอื้ออำนวยต่อการระดมทุนของภาคธุรกิจ และ (5) อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน

2.2 ปัจจัยเสี่ยงและข้อจำกัด ประกอบด้วย (1) การแข็งค่าของเงินบาท (2) ผลจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญลดลง และจะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น เป็นแรงส่งให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น (3) ความผันผวนของราคาน้ำมันและ(4) การบริโภคสินค้าคงทนลดลง เนื่องจากการปรับเข้าสู่ฐานที่สูงขึ้น

3.แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2554 สศช. คาดว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2554 จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 3.5 - 4.5 ชะลอตัวจากร้อยละ 7.9 ในปี 2553 อัตราเงินเฟ้อเท่ากับร้อยละ 2.5 - 3.5 และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 3.3 ของ GDP โดยมีปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

3.1 ปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2554 1) แรงส่งจากการขยายตัวในปี 2553 ทำให้มีการขยายตัวต่อเนื่อง สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะอุปสงค์ภายในประเทศซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2554 2) ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากการปรับเงินเดือนและค่าจ้างขั้นต่ำ ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณปี 2554 จะทำให้การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวสูงขึ้น อัตราการว่างงานเฉลี่ยที่อยู่ในระดับต่ำ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3) อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และประเทศกำลังพัฒนาหลีกเลี่ยงการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อลดผลกระทบจากปริมาณเงินไหลเข้าและการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยน

3.2 ปัจจัยเสี่ยงและข้อจำกัดที่ควรระมัดระวังในปี 2554 1) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง โดยเฉพาะการฟื้นตัวของกลุ่มสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ที่อุปสงค์ของทั้งสองประเทศมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน เมื่อรวมกับเครื่องมือทางด้านนโยบายการเงินการคลังที่มีอยู่อย่างจำกัด จะทำให้ทั้งสองประเทศมีแนวโน้มการขยายตัวในระดับต่ำ

2) สถานการณ์ทางการเมืองและความขัดแย้งของคนในสังคม แม้ว่าจะมีความสงบมากขึ้นจากช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่ายังไม่มั่นคง ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ชะลอการลงทุนในประเทศไทย และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาในด้านอื่นๆ

3) สถานการณ์การผลิตภาคเกษตรและรายได้เกษตรกรมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพอากาศและผลกระทบของปัญหาอุทกภัย และการแข็งค่าของเงินบาทและเมื่อเทียบกับการอ่อนค่าลงของเงินด่องของเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งสำคัญในการส่งออกข้าว

4) การไหลเข้าและออกของเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศหลักชะลอตัว ทำให้มีการเคลื่อนย้ายเงินมาสู่ประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชีย มีผลทำให้ค่าเงินของภูมิภาคนี้ รวมถึงค่าเงินบาทของไทยได้แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความได้เปรียบในการแข่งขันด้านการส่งออกลดลง รวมทั้งการเข้ามาเก็งกำไรในตลาดทุนและตลาดอสังหาริมทรัพย์อาจส่งผลให้ระดับราคาสินทรัพย์ ( Asset Price) สูงขึ้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์

5) การขาดแคลนแรงงานในบางอุตสาหกรรม นับเป็นอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรม แม้ว่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว แต่ผู้ผลิตก็ไม่สามารถผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ทำให้โอกาสการขยายตัวของธุรกิจลดลงตามไปด้วย

6) แรงกดดันจากเงินเฟ้อซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นในกรณีที่ราคาผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้ออาจนำไปสู่การปรับอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังมีความเสี่ยงต่อการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ และนำไปสูการแข็งค่าของเงินบาท

4. แนวทางการบริหารเศรษฐกิจในปี 2554 4.1 เร่งฟื้นฟูผลกระทบจากอุทกภัยในปลายปี 2553 ทั้งด้านการชดเชยรายได้เกษตรกร และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้เร่งวางแผนในระยะยาวในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและบริโภค ทั้งในกรณีภัยแล้ง และอุทกภัย 4.2 บริหารจัดการด้านราคาสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความเสียหายจากอุทกภัย และต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

4.3 ส่งเสริมและจูงใจให้ภาคธุรกิจส่งออกใช้เครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย ง่ายต่อการใช้ และมีต้นทุนต่ำ 4.4 เร่งแก้ปัญหาและบริหารจัดการแรงงานทั้งในส่วนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม และแรงงานที่ขาดแคลนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 4.5 เร่งรัดการดำเนินการตามแผนการปรองดองอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวต่างชาติ

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1070
mod_vvisit_counterAll days1070

We have: 1066 guests online
Your IP: 216.73.216.150
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 14, 2026

8237776