| TPOLYมั่นใจรายได้ปีนี้2พันล.ปีหน้าโต20% |
|
|
|
| Wednesday, 01 December 2010 12:58 | |||
|
นายเจริญ จันทร์พลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY เปิดเผยถึงแนวโน้มผลประกอบการในปี 2553 ว่า มีทิศทางเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากยอดงานก่อสร้างในมือ (Backlog) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ฝากผลงานไว้ในตลาดจนเป็นที่ยอมรับจากลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ในขณะที่บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้ หลังจากที่ได้นำระบบสารสนเทศ ERP (Enterprise Resource Planning) มาใช้ในองค์กรซึ่งช่วยในการบริหารการเงิน บัญชี การบริหารงานจัดซื้อ รวมถึงการบริหารต้นทุนงานก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี รวมทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้สูงขึ้น จึงสะท้อนให้ อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เติบโตได้อย่างชัดเจนทำให้ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตไป ในทิศทางเดียวกัน " เรามั่นใจว่าปีนี้ TPOLY จะสร้างผลงานได้ประทับใจนักลงทุน หลังจากที่งานเราขยายตัวอย่าง ต่อเนื่อง แต่ต้นทุนเราลดลง การบริหารต้นทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้กำไรเราโตอย่างโดดเด่น ซึ่งนักลงทุนก็ได้เห็นแล้วจากผลงานที่เราทำได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้และผลงานสะสมงวด 9 เดือน ที่กำไรเติบโตจากปีก่อนถึง 127% ในขณะที่ยอดรายได้เติบโตขึ้นเพียง 2% เท่านั้น ดังนั้นหากรายได้ยิ่งเพิ่มขึ้นก็ไม่ต้องสงสัยว่าผลประการจะยิ่งออกมายอดเยี่ยมกว่าเดิม " นายเจริญ กล่าวว่า ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2553 บริษัทฯ มียอดงานก่อสร้างในมือ (Backlog) คงเหลือประมาณ 3.3 พันล้านบาท โดยมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าภาคราชการที่ 43% และกลุ่มลูกค้าเอกชน 57% ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาเนื่องจนถึงปี 2555 และมีงานที่ประมูลได้อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาอีก 530 ล้านบาท ดังนั้นคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะผลักดันงานในมือให้อยู่ที่ระดับ 4,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายได้สำเร็จ ส่วนในปีนี้บริษัทฯ ยังคงคาดว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 1,760.61 ล้านบาท จากการทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ ส่วนกำไรคาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนอย่างชัดเจน เพราะ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ของปี TPOLY สามารถทำกำไรสูงกว่าปีก่อนทั้งปีแล้วถึงร้อยละ 49 ทั้งนี้ TPOLY รายงานผลประกอบการงวด 3 เดือน ประจำไตรมาสที่ 3/2553 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553 ว่า บริษัทฯ มียอดรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง 546 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 43 เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง ในงวดไตรมาส 3 ปี 2552 ที่ 382 ล้านบาท บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิในงวดไตรมาสที่ 3 จำนวน 22.7 ล้านบาท หรือหุ้นละ 0.063 บาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส ที่ 3 ปี 2552 ที่ทำได้ 5.37 ล้านบาท หรือหุ้นละ 0.015 บาท เป็นจำนวน 17.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 324 ในขณะที่งวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553 ในงบการเงินรวม บริษัทฯ มียอดรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง 1,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง ในงวด 9 เดือน ปี 2552 ที่ 1,272 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิในงวด 9 เดือน จำนวน 58.8 ล้านบาท หรือหุ้นละ 0.163 บาท เพิ่มขึ้น จากงวด 9 เดือนปี 2552 ที่ทำได้ 25.97 ล้านบาท หรือหุ้นละ 0.075 บาท เป็นจำนวน 32.8 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 127 และถือว่าเติบโตถึงร้อยละ 49 เมื่อเทียบกับปีก่อนทั้งปีที่ทำได้ 39.52 ลบ . สำหรับกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น มีสาเหตุจากต้นทุนงานรับเหมาก่อสร้างลดลง เนื่องจากบริษัทฯ นำระบบสารสนเทศ ERP (Enterprise Resource Planning) มาใช้ในองค์กรซึ่งช่วยในการบริหารการเงิน บัญชี การบริหารงานจัดซื้อ รวมถึงการบริหารต้นทุนงานก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี รวมทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้สูงขึ้น จึงส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3 จากร้อยละ 9 ในปีก่อน มาเป็นร้อยละ 12 ในปี 2553 และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบงวด 9 เดือน ปี 2552 ส่วนในปี 2554 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% หรือเป็น 2.4-2.5 พันล้านบาท และกำไรสุทธิปีหน้าคาดว่าจะเติบโต 20% โดยตั้งเป้าอัตรากำไรสุทธิ(Net profit margin)เพิ่มเป็น 6% จากปีนี้ที่ทำได้ราว 4%
|






![]() | Today | 1208 |
![]() | All days | 1208 |
Comments