|
กบง.มีมติลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน50สต./ลิตร
|
|
|
|
|
Wednesday, 08 December 2010 13:05 |
|
นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดอัตราการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซล บี 3 ลง 50 สตางค์ต่อลิตร จากเดิม 65 สตางค์ต่อลิตร เหลือ 15 สตางค์ต่อลิตร หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนสูงมากอยู่ที่ระดับ 88 - 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยเฉพาะกลุ่มดีเซลจนทำให้ราคาน้ำมันในประเทศของดีเซล บี 3 ขยับราคาทะลุ 30.29 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี 3 หน้าสถานีบริการน้ำมันลดลงทันที 30 สตางค์ต่อลิตร โดย ดีเซล บี 3 มีราคาอยู่ที่ 29.99 บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพให้กับประชาชน ภาคการขนส่ง ป้องกันราคาสินค้าและเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันโลกยังคงผันผวนและราคาในประเทศมีการปรับขึ้นอีก กระทรวงพลังงาน จะมีการหารือกับ กระทรวงการคลัง พิจารณาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ดีเซล บี 3 ลง ที่ปัจจุบันมีการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 5.31 บาทต่อลิตร แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเพื่อมีผลบังคับใช้ทันที เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีการแบกรับภาระชดเชยราคาน้ำมันหลายชนิดและก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ขณะนี้กองทุนน้ำมันฯ ติดลบแล้ว 537 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมติดลบอยู่ที่ 89 ล้านบาทต่อเดือน หากมีการเข้าไปรองรับอีกจะทำให้ในอนาคตกองทุนน้ำมันฯ จะไม่มีเสถียรภาพ
สำหรับค่าการตลาดน้ำมัน ดีเซล บี 3 อยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล บี 5 อยู่ที่ 97 สตางค์ต่อลิตร หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90 สตางค์ต่อลิตร เนื่องจากราคาเอนานอลและไบโอดีเซลตัววัตถุดิบหลักมีการปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ประกอบกับปริมาณการนำเข้าก๊าซแอลพีจีเดือนธันวาคมนี้สูงขึ้น ล่าสุดราคาก๊าซแอลพีจีตลาดโลกมีราคาอยู่ที่ 911 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายนที่มีราคาอยู่ที่ 782 เหรียญสหรัฐต่อตัน คาดว่าปริมาณนำเข้าเดือนธันวาคมนี้จะเพิ่มเป็น 140,000 ตันต่อเดือน ซึ่งจะกระทบต่อเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เพราะต้องมีการจ่ายชดเชยการนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 2,500 - 2,600 ล้านบาท
|
Comments