| ไนท์แฟรงค์คาดคอนโดมิเนียมโซนสุขุมวิทโตต่อเนื่อง |
|
|
|
| Friday, 17 May 2013 21:38 | |||
|
นางริษิณี สาริกบุตร, ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมตามเส้นถนนสุขุมวิทตั้งแต่ซอยที่ 1 ถึงซอยที่ 107 ยังคงเติบโตอยู่เรื่อยๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงระดับความสมดุลที่ดีระหว่างซัพพลายและดีแมนด์ของคอนโดมิเนียม ระดับความสมดุลนี้เกิดขึ้นด้วยปัจจัยหลายสาเหตุ ซึ่งส่งผลให้อัตราการเทคอัพของคอนโดมิเนียมโดยรวมเกิน 70% ตลาดคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางถนนสุขุมวิทในแต่ละโซนต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งไนท์แฟรงค์ ประเทศไทยจะแยกจะแยกภาพรวมตลาดย่อยดังนี้ สุขุมวิทตอนต้น (ซอย 1 - ซอย 55) และสุขุมวิทตอนปลาย (ซอย 55 เป็นต้นไป) โดยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวเลขต่างๆ สำหรับตลาดในโซนนี้ในช่วงปี 2552 ถึงไตรมาสที่ 1 ของปี 2556
โซนสุขุมวิทตอนต้น
ตามผลวิจัยของไนท์แฟรงค์ประเทศไทย พบว่าจำนวนซัพพลายของคอนโดมิเนียมในโซนสุขุมวิทตอนต้นทั้งหมดอยู่ที่ 6,467 ยูนิต ซึ่ง 1,500 ยูนิตได้ขายไปแล้ว (อัตราการเทคอัพนั้นค่อนข้างสูงอยู่ที่ 77%) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อดูคอนโดมิเนียมเกรดเอถึงเกรดพรีเมียมนั้นโซนสุขุมวิทตอนต้นถือว่าเป็นโซนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในส่วนของคอนโดมิเนียมสไตล์หรูจากจำนวนห้อง 3,820 ยูนิตของคอนโดมิเนียมรูปแบบหรูหรา มีมากกว่า 3,000 ยูนิต ที่ได้ขายไปแล้ว ซึ่งตัวเลขนี้เทียบเท่ากับอัตราการเทคอัพที่อยู่ที่ 80% และด้วยเหตุนี้ โซนสุขุมวิทตอนต้นจึงยังคงเป็นทำเลไพร์มที่นิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ซื้อที่กำลังมองหาที่พักระดับห้าดาวในตัวเมือง
นางริษิณีคาดการณ์แนวโน้มตลาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปอันเนื่องมาจากจำนวนที่ดินที่จำกัดในย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) และในส่วนของสุขุมวิทตอนต้นที่จะผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นและดีแมนด์ของคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น จากมุมมองของผู้พัฒนาโครงการ การมองหาที่ดินใหม่ในราคาที่เหมาะสมในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ได้กลายเป็นความท้าทายอย่างมากโดยเฉพาะสำหรับผู้พัฒนาโครงการระดับเล็ก และด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ครองตลาดจึงเป็นผู้พัฒนาโครงการที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสุขุมวิทตอนต้นจะเปิดกว้างสำหรับผู้พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เจ้าของที่ดินบางรายในโซนนี้ได้ตัดสินใจที่จะพัฒนาโครงการที่ให้ผลงทุนระยะยาวบนที่ดินของตนเอง เช่น โรงแรม สำนักงาน และเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ และด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่คาดการณ์ว่าคอนโดมิเนียมคุณภาพสูงในทำเลไพร์มจะเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ และความต้องการของคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ก็จะสูงขึ้นเช่นกัน เมื่อรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับคอนโดมิเนียมใหม่ในช่วงไตรมาสแรก มีเพียง 687 ยูนิตของคอนโดมิเนียมระดับหรูที่ได้เข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ซึ่ง 80% ของซัพพลายใหม่นี้ได้มีการเทคอัพเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของผู้ซื้อ จำนวนผู้ซื้อคอนโดมิเนียมตามแนวถนนสุขุมวิทส่วนมากคือชาวไทยฐานะดี รวมถึงนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการทรัพย์สินที่อยู่อาศัยเพื่อกันปัญหาเรื่องเงินเฟ้อซึ่งรายได้จากการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมที่สามารถคาดการณ์ได้บวกกับดอกเบี้ยต่ำจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักลงทุนกลุ่มนี้ นอกจากนี้ ชาวกรุงเทพฯ หลายคนเล็งเห็นว่าโซนสุขุมวิทในตำแหน่งไพร์มเป็นโซนที่ดีเยี่ยมกว่าโซนอื่นๆ ในเรื่องของการอยู่อาศัย เพราะบริเวณนี้เป็นที่รู้จักกันในหมู่ผู้อยู่อาศัยว่าเป็นทำเลที่คนรวยมักอยู่กัน และนอกเหนือจากนี้ทำเลนี้ก็ลือชื่อในเรื่องของการเข้าถึงคอนโดมิเนียมที่ง่ายดาย เพราะมีการเชื่อมต่อกับพื้นที่ที่มีการจราจรสูงเป็นอย่างมาก เช่น อโศก นานา พร้อมพงษ์ และทองหล่อ นอกเหนือจากนี้ ยังมีนักลงทุนชาวต่างชาติที่หันเหความสนใจกลับเข้าสู่ตลาดคอนโดมิเนียมในใจกลางเมืองและสู่โซนสุขุมวิททำเลไพร์มอีกรอบ เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศไทยที่มีการคาดการณ์ว่าจะแข็งแกร่งขึ้นหลังจากการรวมตัวของ AECการตั้งราคาคอนโดมิเนียม ราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของยูนิต ทำเลและการเข้าถึง BTS และถนนหลัก และสเปคของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง โดยในบางกรณีราคาห้องในตึกสูงก็มากกว่าราคาห้องในตึกที่ต่ำกว่าอีกด้วย
นางริษิณี กล่าวเพิ่มเติมว่าเมื่อวิเคราะห์การตั้งราคาของคอนโดมิเนียมในสุขุมิทตอนต้นพบว่า โครงการส่วนมาก (ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการซื้อคอนโดมิเนียมที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์หรือพร้อมย้ายเข้าอยู่ก็ตามแต่) ที่อยู่ในส่วนของโซนสุขุมวิทที่ใกล้เส้น BTS จะมีราคาอยู่ที่ 86,000 บาท - 327,000 บาท ต่อตารางเมตร ด้วยราคาขายเฉลี่ยที่ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ต่อตารางเมตร
Gallerie Rue de 39 ที่จัดว่าเป็นคอนโดมิเนียมที่พรีเมียมที่สุดในเครือบริษัท AP ครองตำแหน่งราคาขายเฉลี่ยที่สูงที่สุดในโซนสุขุมวิทตอนต้น กับราคาขายที่อยู่ที่ประมาณ 327,000 บาท ต่อตารางเมตร ซึ่งพิชิตแชมป์เก่าที่เดิมทีครองอันดับหนึ่งกับโครงการคอนโดมิเนียม XXXIX โดย Sansiri ที่มีราคาขายเฉลี่ยที่อยู่ที่ 220,000 บาท ต่อตารางเมตร แนวโน้มของคอนโดมิเนียมระดับบนค่อนข้างชัดเจนสำหรับโซนนี้ และมีโครงการเกรด เอและพรีเมียมที่กำลังเข้าสู่ตลาดมากมาย รวมถึงโครงการ Marque โดย MJR Development และ Rhythm SKV 42 โดยเครือ AP ราคาของคอนโดมิเนียมก็มีการคาดการณ์ว่าน่าจะพุ่งสูงขึ้นและผู้พัฒนาโครงการจะมุ่งความสนใจไปที่การนำเสนอคอนโดมิเนียมคุณภาพสูงเพราะราคาของที่ดินในบริเวณนี้แพงเกินไปสำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับกลางและระดับประหยัด และนอกเหนือจากนี้ เราควรจะตั้งข้อสังเกตุว่าปัจจัยอื่นๆ เช่นการรวมตัวของ AEC ความขาดแคลนของที่ดินในย่านธุรกิจใจกลางเมือง และค่าก่อสร้างที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ราคาคอนโดมิเนียมในทำเลไพร์มของสุขุมวิทสูงขึ้นอีกเช่นกัน
|






![]() | Today | 1161 |
![]() | All days | 1161 |
Comments