Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News เสริมแกร่ง ธุรกิจโลจิสติกส์ ทรานสฟอร์เมชั่นสู่ยุค IoTและ5G
เสริมแกร่ง ธุรกิจโลจิสติกส์ ทรานสฟอร์เมชั่นสู่ยุค IoTและ5G PDF Print E-mail
Monday, 21 October 2019 07:28

ในยุคแห่งการทรานสฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัล ที่มีเทคโนโลยีเป็นแรงขับ ไม่ว่าจะเป็น AI, IoT หรือ 5G ที่กำลังจะมาถึง เพลเยอร์ (Player) ที่จะมีบทบาทสำคัญมาก คงจะหนีไม่พ้นผู้ให้บริการเครือข่าย หรือ เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service Provider) ที่ต้องเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับและนำเสนอบริการในยุคที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคประชาชน และภาคธุรกิจ

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส คือหนึ่งในเพลเยอร์ที่ประกาศความพร้อมเป็นผู้นำด้านดิจิทัล เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Digital Service Provider) เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจไทย ด้วยโครงข่ายและดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) ตอบสนองการพัฒนาโซลูชันที่เหมาะสมให้แต่ละกลุ่มธุรกิจ (Vertical) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ยานยนต์ (Automotive Logistics) ที่พบกับความท้าทายจากสภาพธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค ส่งผลถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการ ทั้งการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน ตลอดจนการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง

คุณอัศนีย์ วิภาตเวทย์ หัวหน้าส่วนงานผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กร และบริการระหว่างประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า การเสริมแกร่งให้ธุรกิจของผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมประเภทใดเพื่อทำให้เกิด Digital Transformation นั้น ไม่ได้เริ่มต้นจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจปัญหา หรือ Pain Point ที่เกิดขึ้นในกระบวนการต่างๆ ของธุรกิจ ทั้งจากมุมมองของผู้ประกอบการและผู้บริโภค แล้วจึงเลือกนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้งาน เพื่อสร้างโอกาส สร้างโซลูชั่น และเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในสมรภูมิการค้า

ปัจจุบัน เอไอเอส มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับองค์กร โดยเฉพาะการให้บริการโซลูชัน IoT แบบครบวงจร ทั้งอุปกรณ์ (Device), เครือข่าย(Network) และแพลตฟอร์ม(Platform) จึงตอบโจทย์ธุรกิจได้ในหลายรูปแบบ อาทิ อุตสาหกรรมโลจิสติกยานยนต์ ที่มีการขนส่งสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) ซึ่งมีความซับซ้อนในการดำเนินการขนส่งมากกว่าสินค้าทั่วไป เนื่องจากสินค้าต้องการควบคุมอุณหภูมิเพื่อรักษาคุณภาพตั้งแต่ต้นทางคลังสินค้าจนถึงกระบวนการขนส่งไปยังปลายทาง โดยแต่ละประเภทสินค้ามีความแตกต่างกันตามมาตรฐานการขนส่ง ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ  เอไอเอสจึงได้พัฒนาโซลูชัน Smart Cold Chain ที่นำความสามารถของเทคโนโลยีเครือข่าย NB-IoT ซึ่งเป็นโครงข่าย IoT มาตรฐานโลก มาใช้งานร่วมกับ Sensor วัดอุณหภูมิ และ IoT แพลตฟอร์ม จึงทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบ ควบคุมอุณหภูมิและคุณภาพของสินค้าผ่านทาง Application ได้ตลอดเส้นทาง

คุณอัศนีย์ ยังกล่าวเสริมว่า เทคโนโลยี IoT จะเป็นจุดเริ่มต้นและองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยเก็บข้อมูลต่างๆ ตามที่ธุรกิจสนใจ เพราะการทำงานและการตัดสินใจของธุรกิจในยุคดิจิทัล ต้องรวดเร็ว ยืดหยุ่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง องค์กรที่มีข้อมูล, มีเครื่องมือในการวิเคราะห์และนำมาใช้ได้มากกว่าก็จะได้เปรียบจากการแข่งขัน เทคโนโลยีด้าน IoT, Cloud, และ AI จึงมีความจำเป็นและจะมีบทบาทสูงขึ้น อาทิ การติดตั้งอุปกรณ์ Telematics ซึ่งมี Sensor ประเภทต่างๆ ในรถยนต์หรือรถบรรทุก เพื่อส่งข้อมูล เช่น ตำแหน่งพิกัด GPS, ข้อมูลความเร็วหรือพฤติกรรมการขับขี่ (Driving Behavior), ข้อมูลการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ (Data Analysis) และสร้างข้อมูลเชิงลึก (Insight) ทำให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ทั้งระบบอย่างเป็นขั้นตอน มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน

“นอกจากความโดดเด่นในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแล้ว เอไอเอส ยังมีระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) ที่เข้มแข็ง โดยความร่วมมือกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญในหลากหลายธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เอไอเอส มีขีดความสามารถที่จะเติมเต็ม และตอบโจทย์ทางธุรกิจให้กับองค์กรธุรกิจได้เป็นอย่างดี”คุณอัศนีย์ กล่าว

นอกจาก IoT แล้ว เทคโนโลยี 5G ก็กำลังจะเข้ามาทำให้เกิดสมาร์ทไลฟ์สไตล์ต่างๆ กับผู้ใช้งานทั่วไป ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต สุขภาพ การคมนาคม การขนส่ง ส่วนภาคธุรกิจนั้น จะต้องอาศัยการพัฒนาร่วมกันของทุกภาคส่วน พร้อมการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ เพื่อผลักดันแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชัน ที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดค่าใช้จ่าย โดยการใช้ Technology มาช่วยผู้ประกอบการในการทำ Digital Transformation ได้ดียิ่งขึ้น

เอไอเอส ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัล เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Digital Service Provider) จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจ Automotive และ Logistics ในยุค Transformation ที่ท้าทายนี้ไปทิศทางใด  สามารถหาคำตอบได้ที่งาน The Next Evolution of World Class Logistics Solution โดยภายในงานยังได้พบกับนิทรรศการด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีแห่งอนาคต และงานฟอรั่มด้านยานยนต์

โลจิสติกส์ครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ พร้อมร่วมงานเสวนากับหัวข้อ Emerging Logistics Industry with IoTs ในวันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00 -16.30 น. ณ อิมแพคเอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 9-10 เมืองทองธานี ลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ www.eventpop.me

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday324
mod_vvisit_counterAll days324

We have: 324 guests online
Your IP: 35.175.180.108
 , 
Today: Nov 12, 2019

6090840