| ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง20.81 จุด |
|
|
|
| Wednesday, 01 February 2012 09:29 | |||
|
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (31 ม.ค.) ลดลง 20.81 จุด หรือ 0.16% แตะที่ 12,632.91 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดขยับลง 0.60 จุด หรือ 0.05% แตะที่ 1,312.41 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 1.90 จุด หรือ 0.07% แตะที่ 2,813.84 จุด หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมถึงราคาบ้านและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลงเกินคาด อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้แรงหนุนในระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนจะมีความคืบหน้ามากขึ้น และยังได้แรงหนุนจากข่าวผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) บรรลุข้อตกลงการใช้มาตรการคุมเข้มด้านการคลัง โดยตลาดหุ้นนิวยอร์กเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยดัชนีหลักๆทั้ง 3 ดัชนีอ่อนแรงลงหลังจากที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งในช่วงเช้า เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยว่า ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองใหญ่ของสหรัฐในเดือนพ.ย.ปรับตัวลดลง 0.7% และเมื่อเปรียบเทียบรายปีพบว่าราคาบ้านลดลง 3.7% ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ ตลาดได้รับแรงกดดันมากขึ้นเมื่อคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยระดับโลกเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ของสหรัฐร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 61.1 จุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2554 ที่ขยายตัวเพียง 2.8% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 3% และจีดีพีตลอดทั้งปี 2554 ขยายตัวเพียง 1.7% ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับระดับ 3% ของปี 2553 อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน จากการที่นักลงทุนยังคงมีความหวังว่าการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซจะประสบความสำเร็จ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซเผยว่า เขาจะพยายามเจรจากับเจ้าหนี้ภาคเอกชนให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งส่งสัญญาณว่ากรีซมีแนวโน้มว่าจะได้รับอนุมัติเงินช่วยเหลือรอบ 2 และอาจจะสามารถรอดพ้นการผิดนัดชำระหนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากข่าวที่ว่า ที่ประชุมผู้นำอียูได้ลงมติให้มีการใช้สนธิสัญญาการคลังฉบับใหม่ เพื่อคุมเข้มวินัยด้านการคลัง พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในกลุ่มเยาวชนในยูโรโซน โดยมีเป้าหมายที่จะรับมือกับวิกฤตหนี้สาธารณะ ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้ลงมติรับรองสนธิสัญญาการจัดตั้งกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ซึ่งเป็นกองทุนถาวรวงเงิน 5 แสนล้านยูโรที่จะเริ่มดำเนินการในเดือนก.ค. ขณะที่ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพุธ ADP Employer Services จะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานทั่วประเทศเดือนม.ค., สถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตเดือนม.ค. และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนธ.ค. วันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และเฟดจะเปิดเผยประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนแรงงานต่อหน่วยประจำไตรมาส 4/2554 ส่วนวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. และสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคบริการเดือนม.ค.
|






![]() | Today | 1036 |
![]() | All days | 1036 |
Comments