| ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 10,994 ล้านบาท |
|
|
|
| Tuesday, 21 April 2026 21:30 | |||
|
ในไตรมาส 1 ปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายนอกและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนของภาคเอกชน แม้ภาคการส่งออกยังขยายตัวได้จากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าหลัก แต่แรงส่งเริ่มชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวต่ำกว่าคาดโดยเฉพาะตลาดจีนที่กลับมาไม่เต็มที่ และค่าเงินบาทที่ผันผวนในบางช่วงยังส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของไทย นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นเริ่มส่งผ่านไปยังต้นทุนในระบบเศรษฐกิจ ทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า ขณะเดียวกัน นโยบายการคลังยังมีข้อจำกัดจากกรอบงบประมาณและระดับหนี้สาธารณะ ทำให้ความสามารถในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีจำกัด ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังคงฟื้นตัวอย่างเปราะบางและเผชิญความเสี่ยงจากทั้งภายนอกและภายในประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า และสร้างแรงกดดันรอบใหม่ต่อภาคธุรกิจ ทั้งด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายจากความเสี่ยงที่กระจายตัวกว้างและยากต่อการประเมิน ในสถานการณ์เช่นนี้ธนาคารยังคงให้ความสำคัญในการดูแลและให้คำปรึกษากับลูกค้า พร้อมยืนเคียงข้างในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” โดยเน้นการเสริมสร้างสภาพคล่องให้เหมาะสมกับแต่ละกิจการ เพื่อให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ท่ามกลางความผันผวน ในขณะเดียวกันธนาคารดำเนินธุรกิจตามหลักความระมัดระวังรอบคอบ และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุน ให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นในการประคองลูกค้าให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไปด้วยกัน ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 10,994 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 10,994 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.9 เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนจากรายได้จากการดำเนินงาน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงร้อยละ 12.3 ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.49 และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 6.6 ส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนและค่าธรรมเนียมการอำนวยสินเชื่อ ขณะที่รายได้จากเงินปันผลและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 12.0 และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 44.7 โดยธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ในไตรมาสนี้ธนาคารพิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 9,003 ล้านบาท ภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,661,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.1 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 318.1 เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 จำนวน 3,223,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 82.6 ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 20.9 ร้อยละ 16.4 และร้อยละ 16.4 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ++++++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|






![]() | Today | 737 |
![]() | All days | 737 |
Comments