Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 02/08/53
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 02/08/53 PDF Print E-mail
Monday, 02 August 2010 09:16

กลยุทธ์การลงทุน
หลังปรับฐานเสร็จ คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวแตะ 880 จุด ในสัปดาห์นี้จึงยังแนะนำให้
ปรับพอร์ตการลงทุน โดยให้ทยอยลดหุ้นที่ out-perform ตลาด (อสังหา/อาหาร/เหล็ก) มาเข้าหุ้น
ที่ under-perform ตลาด ได้แก่ Global plays (TTA, PTTEP, BANPU, LANNA,
PTTAR, TOP) หรือหุ้น Domestic Plays ที่มีฐานะเงินสดสุทธิได้แก่ ค้าส่ง-ค้าปลีก
(MAKRO, BIGC) อาหาร (TVO) หรือหุ้น laggard (ERAWAN, BGH, MINT) โดยยังให้ถือ
หุ้นสัดส่วน 30% ของเงินลงทุน ที่เหลือ 70% ให้ถือเป็นเงินสดเช่นเดิม

ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสฟื้นต่อ เพราะเงินดอลลาร์อ่อนตัว หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง
แม้ภายหลังการศึกษา Stress Test ในสหภาพยุโรป ผ่านพ้นไปแล้ว ทำให้ความ
กังวลต่อสถาบันการเงินลดน้อยลง แต่ปัญหาเศรษฐกิจโลกในงวด 2H53 ชะลอตัวจากงวด
1H53 ยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป เพราะจะเป็นปัจจัยกดดันต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นโลก โดย
เฉพาะในสหรัฐล่าสุดรายงาน GDP Growth งวด 2Q53 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
(qoq) ต่ำกว่าตลาดคาด และชะลอตัวลงจากที่เติบโต 3.7%qoq ในงวด 1Q53 และมีแนวโน้ม
เศรษฐกิจในงวด 2 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้จะชะลอตัว และอาจจะต่ำกว่าที่ IMF คาดการณ์ไว้
ตลอดปี 2553 ที่ 3.3% (โดยในช่วง 1H53 เติบโตแล้ว 3.1%) สะท้อนได้จากดัชนีความเชื่อมั่น
ในสหรัฐในเดือน ก.ค. ลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ขณะที่ก่อนหน้านี้
คือเดือน มิ.ย. พบว่ายอดขายรถยนต์ และดัชนีค้าปลีก ได้อ่อนตัวลงในทิศทางเดียวกัน ซึ่งน่าจะได้
รับแรงกดดันจากตัวเลขการว่างงานในสหรัฐที่ยังสูงถึง 9.7% ด้วยสภาพแวดล้อมดังกล่าว ยังคง
กดดันให้ Dollar Index อ่อนตัวต่อเนื่อง โดยมีโอกาสไปเคลื่อนไหวที่ที่บริเวณ 80 จุด ซึ่งถือว่า
เป็นแนวรับที่มีแข็งแกร่ง ดังนั้นอาจจะทำให้ Dollar Index แกว่งตัวออกด้านข้างระยะหนึ่ง ก่อนที่
จะมีปัจจัยสำคัญปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น ด้วย
เหตุนี้ จึงน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสทรงตัวถึงปรับตัวขึ้น ในลักษณะค่อยเป็น
ค่อยไป โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า (Nymex) คาดว่ามีโอกาสปรับขึ้นแตะ 80
เหรียญฯต่อบาร์เรลอีกครั้ง เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบ คาดว่ามีโอกาสปรับขึ้นเหนือ 75
เหรียญฯ ซึ่งยังเป็นไปตามสมมติฐานของ ASP ที่กำหนดราคาน้ำมันดิบดูไบที่ 75 เหรียญฯ ในปี
2553 และ 80 เหรียญฯ ในปี 2554 ดังนั้นในสถานการณ์นี้จึงแนะนำให้นักลงทุนระยะกลาง-ยาว
ที่ถือหุ้นเกิน 3 เดือน ควรจะถือหรือซื้อสะสมหุ้น PTTEP, LANNA, BANPU เพื่อรอการฟื้นตัว
ในงวด 4Q53 และ 1Q54 ซึ่งคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันโลกจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามฤดูกาล

TTA ยังฟื้นตัวต่อตาม BDI ความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลจีนลดความเข้ม
งวด
แม้การฟื้นตัวของสินค้าโภคภัณฑ์รอบนี้จะมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แต่พบว่าดัชนี BDI
ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องไปปิดที่ 1,967 จุด เป็น
การฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดติดต่อกันเป็นเวลา 11 วัน โดยคาดว่ายังได้รับแรงหนุนจากราคานำเข้า
สินแร่เหล็กที่ฟื้นตัว ตามความต้องการของจีนที่กลับมามีความต้องการเพิ่มขึ้น (เป็นครั้งแรกใน
รอบ 12 สัปดาห์) ทั้งนี้เป็นผลจากรัฐบาลจีนชะลอการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ได้ดำเนิน
การต่อเนื่องก่อนหน้านี้ (เช่น สกัดกั้นการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์) จนทำให้เศรษฐกิจ
เริ่มชะลอตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากล่าสุดในเดือน ก.ค. พบว่าภาคการผลิตของจีนชะลอตัว โดยล่าสุด
รัฐบาลจีนได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการหันมาใช้นโยบายการเงินแบบอ่อนตัวอีกครั้งในงวด
ครึ่งหลังของปีนี้ (2H53) ด้วยเหตุผลนี้คาดว่าจะทำให้ความต้องการของจีนต่อสินค้าโภคภัณฑ์จะ
มีมากขึ้น น่าจะผลักดันให้ดัชนี BDI มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง และกลับขึ้นมาทดสอบที่บริเวณ 2-
2.5 พันจุดอีกครั้งจึงแนะนำให้สะสมหุ้น Global plays อีกบริษัท คือ TTA โดยเลือก TTA เป็น
Top pick

คาดดัชนีเดินหน้าต่อไปที่ 880 จุด ภายในสัปดาห์นี้ โดยได้รับแรงหนุนจาก Fund Flow
แม้จะอยู่ภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่ด้วยสภาพคล่องการเงินโลกที่ยังมีอยู่ในระดับสูง
ผลจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำในหลาย ๆ ส่วนของโลก
โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น ทั้งนี้เพื่อประคับประคอง
เศรษฐกิจโลกมิให้ตกต่ำ จากปัญหาวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่น ปัญหาซับไพร์ม
ในสหรัฐ ปี 2551-2552 และต่อเนื่องปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะของยุโรปในปี 2552-2553 ทำ
ให้มีกระแส Fund Flow ไหลเข้ามาในเอเซียอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลที่ว่าเศรษฐกิจของ
ประเทศเกิดใหม่ในเอเซีย ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ช่วยหนุนให้ค่าเงินในเอเซียมีแนวโน้มทรงตัว
ถึงแข็งค่า หรือมีเสถียรภาพมากเพียงพอต่อการเข้ามาลงทุนโดยไม่มีความเสี่ยงจากอัตราแลก
เปลี่ยน สะท้อนได้จากที่ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า เงินทุนไหลเข้าในเอเซียยังคงเพิ่มขึ้น
ต่อเนื่อง นำโดยตลาดหุ้นในอินเดีย และเกาหลีไต้ ซึ่งไหลเข้า 2 ประมาณมากที่สุดถึง 1,200
ล้านเหรียญฯ และ 980 ล้านเหรียญฯตามลำดับ โดยเพิ่มขึ้นในอัตราสูงถึง 300% จากสัปดาห์
ก่อนหน้า ในอัตราเท่ากัน ขณะที่บางประเทศ แม้จะลดปริมาณการซื้อลงบ้าง แต่พบว่าปริมาณซื้อ
ยังสูง เช่น ในไต้หวัน พบว่าปริมาณซื้อในสัปดาห์นี้ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 540 ล้านเหรียญฯ ลดลงจาก
658 ล้านเหรียญฯ ในสัปดาห์ก่อนหน้า และเป็นที่น่าสังเกตว่าปริมาณการซื้อของไทย เริ่มกลับมา
สู่ปกติ เมื่อมี Fund Flow ไหลเข้า โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงถึง 150 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้นกว่า 2
เท่าจาก 73 ล้านเหรียญฯ ในสัปดาห์ก่อนหน้า แม้ความกังวลต่อปัญหาการเมือง ยังมีอยู่ และทำ
ให้รัฐฯต่อประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกต่อไปจนถึงเดือน ต.ค. 2553 (เป็นการต่ออายุเป็นครั้งที่ 2 หลัง
จากทีมีการประกาศใช้ครั้งแรกในช่วงที่ปัญหาการเมืองรุนแรงในเดือน เม.ย. – พ.ค. ที่ผ่านมา)
ด้วยเหตุผลที่คาดว่าจะมี Fund Flow ไหลกลับเข้ามาประเทศไทยอีกครั้ง ในเดือน ส.ค. –
ก.ย. 2553 หลังจากที่ได้ขายหนักในช่วง เม.ย. - มิ.ย. 2553 จึงคาดว่าจะทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาส
เดินหน้าแตะ 880 จุด อีกครั้ง ซึ่งระดับนี้ถือว่าดัชนีเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2553 ของ ASP จึงเริ่มให้
ปรับพอร์ตขาย หากดัชนีขึ้นไปแตะระดับดังกล่าว                



Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1460
mod_vvisit_counterAll days1460

We have: 1457 guests online
Your IP: 216.73.216.147
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 18, 2026

4262888