|
แม้ว่าจะยังเข้าเทรดดิ้งต่อได้ แต่ต้องเน้นเลือกเป็นรายตัว และขายทำกำไรบ้าง! แนวโน้ม: ตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคยังค่อนข้างแข็งแกร่ง จากเม็ดเงินของนักลงทุนต่าง ประเทศที่ยังคงมีเข้ามาในเอเชียอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเมื่อคืนวันศุกร์ดัชนีดาวโจนส์จะปิดปรับตัว ลง จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก ส่ง ผลให้ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นยุโรปปิดเป็นลบกัน แต่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วน ใหญ่กลับเปิดทำการด้วยการบวกต่อ แม้ว่าจะยังมีกรอบการขึ้นที่จำกัดก็ตาม ทำให้ FSS คาดว่า SET ก็น่าจะยังมีโอกาสแกว่งตัวเป็นบวกได้อยู่ แต่จะเป็นการขยับบวกจากการขึ้นของหุ้นเป็นราย หลักทรัพย์มากกว่า โดยเฉพาะเราเริ่มเข้าสู่ช่วงท้ายของการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/53 ของ บจ.ต่างๆ ซึ่งยังมีหลายบริษัทที่มีแนวโน้มผลประกอบการที่ดี อย่างไรก็ตามหลังการ ประกาศผลการดำเนินงานรายไตรมาสผ่านพ้นไปแล้ว ต้องเริ่มระวังแรงขายทำกำไรหลัง SET ขยับขึ้นมามากพอควรแล้ว และความกังวลต่อการชะลอตัวที่ค่อนข้างรุนแรงของทั้งเศรษฐกิจ สหรัฐและจีนอาจส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้ ดังนั้นเรายัง คาดว่า SET จะอยู่ในลักษณะขึ้นแบบแกว่งตัวผันผวน และยังมีสิทธิที่จะตามมาด้วยกรปรับพักตัว ลง ซึ่งมีโอกาสที่จะย้อนลงไปแกว่งแถว 860 จุดหรือต่ำกว่าได้ด้วย จึงยังแนะนำให้แบ่งส่วนขายทำ กำไรบ้างโดยเฉพาะเมื่อ SET ขยับขึ้นต่อ และถ้าจะเข้าซื้อก็ต้องใช้วิธีเลือกเป็นรายตัวไป มากกว่า รวมทั้งน่าจะรอซื้อเมื่อตลาดอ่อนตัวลง กลยุทธ์: ยังเลือกเข้าเทรดดิ้งในหุ้นที่ขยับขึ้นไม่มาก หรือราคามีการปรับตัวลงมาบ้างใน ช่วงที่ผ่านมา รวมถึงหุ้นที่คาดว่าจะมีข่าวสนับสนุนเพื่อความปลอดภัย เช่น BAY, BANPU, CK, ADVANC, LPN, SIRI, QH, AP, ROJNA, HEMRAJ, MCOT, BEC, SSI, TSTH, TKS และ PDI เป็นต้น ขณะที่ PTTEP , PTT , TTW, BECL, TICON, DTAC, STEC รอหาจังหวะซื้อใหม่เมื่อราคาปรับลง และหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างตัวอื่นๆ ถ้าราคาขึ้นต่อ ให้เริ่มมองหาจังหวะขายทำกำไรบ้าง
ประเด็นสำคัญวันนี้ (-) สหรัฐฯ มีคนตกงานเพิ่ม สหรัฐฯ รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อีก 1.31 แสนราย ส่วนการจ้างงานของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นมากกว่า เดือนก่อนแต่น้อยกว่าคาด ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ 9.5% อังคารนี้มีการประชุม FOMC ตลาดคาดว่าตลาดแรงงานที่ยังอ่อนแอทำให้ Fed จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียงแต่ต้องติดตาม การพูดถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ (-) TOP กำไรสุทธิ -47% Q-Q, -84% Y-Y เป็นไปตามคาด แนวโน้ม 2H10 ดีขึ้น เพราะค่าการกลั่นและราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มในกรอบจำกัด เราเชื่อว่า TOP ผ่าน bottom ไปแล้ว ราคาเป้าหมายปีหน้า 53 บาท แนะนำทยอยซื้อหรือซื้อเมื่ออ่อนตัว (+) ADVANC กำไรดีกว่าคาด -2% Q-Q, +16% Y-Y ประกาศปันผล 3 บาท XD 17 ส.ค. จ่ายเงิน 3 ก.ย. เรายังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปีหน้า 113 บาท (รวม 3G) ราคาหุ้นวิ่ง รับข่าว 3G มา 2 เดือนเศษแล้ว อาจแกว่งในกรอบจำกัดจนกว่าจะประมูลจริง (+) MAKRO กำไรดีกว่าคาด -8% Q-Q, +50% Y-Y จากการขยายสาขาเพิ่ม 3 แห่งในครึ่งปีแรก และจะขยายอีก 1 สาขาที่หนองคายเดือน ก.ย. นี้ เราปรับประมาณการกำไรและ ราคาเป้าหมายปีหน้าขึ้นเป็น 135 บาท บริษัทประกาศจ่ายปันผล 2 บาท/หุ้น XD 18 ส.ค. จ่าย เงิน 3 ก.ย. (+) DELTA กำไรดีกว่าคาด +24% Q-Q, +267% Y-Y UBS จะพาบริษัทโรดโชว์ กลางเดือนหน้า เราแนะนำซื้อราคาเป้าหมายปีหน้า 36 บาท Foreign Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน แม้ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อขายเบาบางมาก เนื่องจากส่วนใหญ่รอประกาศตัวเลขอัตราการว่างงาน สหรัฐ ซึ่งผลที่ออกมาแย่กว่าคาด แต่ไม่มาก ดังนั้นแนวโน้มกระแสเงินทุนจากต่างชาติน่าจะยังคง ไหลเข้าต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ เพราะค่าเงินยูโรยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่สำคัญ ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าต่ำกว่า 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ไปแล้ว หุ้นกลุ่ม Market Cap ใหญ่น่าจะ ได้ประโยชน์จาก Fund Flow ที่ยังไหลเข้าต่อเนื่อง
Technical View : “ตลาดยังแกว่งตัวผันผวนในระหว่างวัน ซึ่งมีสิทธิจะตามมาด้วยการ แกว่งตัวลงต่อเนื่องได้ ดังนั้นเน้นเทรดดิ้งสั้นๆ ตามรอบ และขายทำกำไรบ้างเมื่อดัชนีขยับขึ้น จนกว่าตลาดจะปรับพักฐานลงถึงจะน่าเข้าซื้อจริงจัง...” แนวรับ : 870-867* , 862-858** , 847-842*** แนวต้าน : 878-880**, 886***
Technical Picks: BAY (Bt 20.60 เป้าเทคนิค 22-22.80 cut loss ถ้าหลุด 20) BCP (Bt 14.70 เป้าเทคนิค 15.50-16 cut loss ถ้าหลุด 14.20) UNIQ (Bt 3.80 เป้าเทคนิค 4-4.20 cut loss ถ้าหลุด 3.70)
|
Comments