| Daily View - บล.กสิกรไทย |
|
|
|
| Tuesday, 26 April 2011 10:16 | |||
|
Earnings season ตลาดยังมีแนวโน้มเคลื่อนตัวในกรอบแคบๆ ต่อไป โดยนักลงทุนยังรอผลประชุมFed ที่จะมีขึ้นในวันพุธนี้ แต่ยังมองว่าตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อยู่ในระยะสั้นดังนั้นการปรับฐานลงมายังเป็นโอกาสในการซื้อเพื่อเก็งกำไรอยู่ ต่างประเทศยังคงมีโอกาสซื้อหุ้นในเอเชีย รวมถึงไทยต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนถึงกลางเดือนพ.ค. (ก่อนความกังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้อ หนี้ในยุโรป และการหมดลงของ QE 2จะเริ่มกลับมาใหม่) ทั้งนี้เรายังมองว่าการทำ Yen carry trade ยังคงมีความน่าสนใจอยู่ ในแง่ของผลตอบแทนที่ปราศจาคความเสี่ยง นอกจากนั้นยังมีการเข้ามาเก็งกำไรค่าเงิน จากที่คาดหวังว่าประเทศจีนจะปล่อยให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าเร็วขึ้น เพื่อต่อสู้เงินเฟ้อ นอกจากนี้เชื่อว่าปัจจัยบวกในประเทศยังคงสนับสนุนหุ้นได้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศผลประกอบการ โดยเฉพาะของเครือ PTT ที่คาดว่าจะรายงานออกมาดี และการยุบสภาในเดือนพ.ค. ที่คาดว่าจะมีการเก็งกำไรเรื่องนโยบายของพรรคการเมือง โดยเฉพาะการลดภาษีนิติบุคคล รวมถึงหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรับเหมา ส่วนปัจจัยเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ว่าจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแต่เรายังคาดว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นโดยภาพมากนักอย่างไรก็ตามปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือการ unwind ของเงิน carry tradeการพิจารณาปรับลด/คงอันดับเครดิตเรตติ้งของประเทศโปรตุเกส และไอร์แลนด์ รวมถึงผลการประชุมผู้นำประเทศของกลุ่มประเทศยูโรโซนที่จะมีในเดือน มิ.ย. ว่าจะมีความชัดเจนสำหรับกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินของกลุ่มยูโรโซนอย่างไร และสุดท้าย ความชัดเจนของรัฐบาลสหรัฐสำหรับมาตรการ QE2 ที่จะหมดลงในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย. ซึ่งทั้งหมดนี้ เราคาดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ ในช่วงครึ่งหลังของเดือน พ.ค. เป็นต้นไป
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: เรายังคงเป้าหมาย SET index ระยะสั้นที่ 1040-1050 จุด ดังนั้นแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าจะประกาศผลประกอบการออกมาดีโดยเฉพาะหุ้นโรงกลั้นและปิโตรฯ แนะนำ TOP IRPC PTTCH เป็นต้น รวมถึงหุ้นที่อาจมีเก็งกำไรเรื่องการยุบสภา เช่นกลุ่มอสังหาฯ (PS SPALI STEC CK) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC SCC SCCC) กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ (MCOT RS) เป็นต้น
กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน): เราเชื่อว่าตลาดจะเคลือนไหวแบบ sideway up ในกรอบใหญ่ จะไม่ขึ้นไปทันทีเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดปีนี้จะถูกกดดันด้วยภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ความเสี่ยงในยุโรปก็ยังเพิ่มขึ้นอย่าง่ต่อเนื่อง ดังนั้นแนะนำทยอยขายทำกำไรเมื่อตลาดปรับเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ และรอสะสมใหม่เมื่อตลาดปรับฐาน คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนพ.ค.
ECONOMICS & POLITICS - ธปท. และ หอการค้า ห่วงเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชารุนแรงและยืดเยื้อนานเกิน 6 เดือน จะกระทบการค้า-ส่งออก และท่องเที่ยว ระบุมูลค่าค้าขายทุกด่านรวมกัน 80,000-100,000 ล้านบาทต่อปี - ธปท. ยืนยันดอกเบี้ยขึ้นกระทบภาคการผลิตน้อย เนื่องจากภาคการผลิตมีต้นทุนดอกเบี้ยแค่ 3-5% เท่านั้น พร้อมย้ำอย่าอ้างเป็นสาเหตุการขึ้นราคาสินค้า - กระทรวงการคลังเผยยอดจัดเก็บรายได้ครึ่งปีแรก 7.8 แสนล้านสูงกว่าปีก่อนถึง 1.1 แสนล้าน หรือ 14.7% พร้อมยืนยันกรณีวิกฤติญี่ปุ่น-น้ำท่วมใต้กระทบรายได้เล็กน้อย อย่างไรก็ดีรายจ่ายที่มากกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ส่งผลขาดดุลเงินสดรวม 4.2 แสนล้าน - สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องยอมรับว่ามีสินค้าหลายรายการที่พร้อมปรับขึ้นราคา รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไม่ดูเฉพาะราคาสินค้าว่าจะแพงหรือไม่แพง เนื่องจากเป็นการดูที่ปลายเหตุ
ประเด็นการเมือง - รัฐบาลกัมพูชาประกาศว่า นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนคนปัจจุบัน ยกเลิกกำหนดเดินทางเยือนกัมพูชาและไทยเมื่อวานนี้ - โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาเปิดเผยว่า ทหารกัมพูชาและไทยปะทะกัน เมื่อวานนี้ เวลา 14.00 น. ที่ชายแดนระหว่างจ.อุดรมีชัยของกัมพูชา และจ.สุรินทร์ของไทย ซึ่งนับเป็นเป็นวันที่ 4 แล้ว ที่มีการปะทะกัน - "ทักษิณ"เชือด ส.ส.งูเห่า "สุพล-ชวลิต" ไม่ส่งลงเลือกตั้ง หลังจับได้เป็นแกนนำดึง ส.ส.ย้ายออก - "เนวิน" ผุดนโยบาย 3 ท. "ทุน-ที่-ทาง" พร้อมหลุดปาก จะมีเลือกตั้งจริงหรือ
INDUSTRY NEWS - กลุ่มการเงิน (บัตรเครดิต): ธปท. กล่าวถึงกรณีที่ประธานชมรมบัตรเครดิต ออกมาให้ความเห็นว่าจะขอขยายเพดานการคิดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต จากปัจจุบันที่กำหนดไว้ไม่เกิน 20% ต่อปี เพราะไม่มีการปรับมานานแล้ว และควรปรับขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายว่า การจะขอปรับเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตควรมีการชี้แจงให้ชัดเจนว่าขอปรับขึ้นด้วยเหตุผลอะไร ไม่ใช่บอกว่าต้นทุนการเงินขึ้นหรือขึ้นตามดอกเบี้ยขาขึ้นเท่านั้น -กลุ่มเกษตร, ปุ๋ย: นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เตรียมเสนอแนวทางแก้ปัญหาราคาปุ๋ยเคมีแพงให้ ครม. พิจารณา อย่างเร็ววันนี้ (26 เม.ย.) หรืออย่างช้าสัปดาห์หน้า ด้วยวิธีจ่ายเงินชดเชยให้ชาวนาโดยตรงสำหรับผู้ที่ซื้อปุ๋ยสูตร46-0-0 ซึ่งนิยมใช้ในการเพาะปลูกข้าว โดยจะชดเชยให้เท่ากับส่วนต่างราคาปุ๋ยที่ปรับขึ้นจริง โดยแนวทางนี้กระทรวงพาณิชย์จะยอมอนุมัติให้ผู้ผลิตปุ๋ยขึ้นราคาได้ตามกลไกที่ตันละ 3,000-4,000 บาท และคาดรัฐบาลต้องใช้งบชดเชยเพื่อช่วยชาวนาไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม การชดเชยครั้งนี้จะให้เฉพาะข้าวนาปรังปี 54 ที่จะเริ่มการเพาะปลูกในเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้เท่านั้น ซึ่งประเมินว่าจะมีการใช้ปุ๋ย 1.7 ล้านตัน และมีชาวนาที่จะได้รับการชดเชยประมาณ 20 ล้านคน - กลุ่มอสังหาฯ: ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ รมว.คลัง ได้เรียกไปหารือเกี่ยวกับการดำเนินโครงการบ้านหลังแรก และมอบหมายให้ธอส. ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน แต่อาจจะเริ่มปล่อยกู้ไม่ทันวันที่ 1 พ.ค.นี้ เพราะอาจต้องเสนอให้ ครม. พิจารณาวันที่ 3 พ.ค. โดยต้องไปคุยกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในวันที่ 26 เม.ย. เพื่อกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ให้ชัดเช่น บ้านหลังแรกคืออะไรบ้านหลังแรกแต่ซื้อไปแล้ว นำมารีไฟแนนซ์ได้หรือไม่ เป็นต้น และต้องหารือกรมที่ดินเรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน การจดจำนองต่างๆ อีก - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: กรมสรรพสามิตเมินข้อเรียกร้องค่ายรถให้ชะลอปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ 1 ปี ทั้งนี้อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ในการประชุม ครม. วันนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างภาษีรถยนต์ทั้งระบบให้พิจารณาเห็นชอบ หลังจากที่มีการหารือและได้ข้อสรุปร่วมกับภาคเอกชน ตามนโยบายของนายกฯ ที่มีคำสั่งให้กรมสรรพสามิตกลับไปทบทวนในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาแล้ว - กลุ่มโรงกลั่น, กลุ่มโรงไฟฟ้า: กระทรวงพลังงาน จะเสนอปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ปี'53-73 ใหม่ ที่ต้องเลื่อนโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกไป 3 ปีจากปี'63 เป็นปี'66 หลังญี่ปุ่นเกิดปัญหา และไทยไม่พร้อมหลายด้าน ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน(กพช.) ที่มีนายกฯ เป็นประธาน วันที่ 27 เม.ย.นี้ ทำให้ บมจ.ปตท. อาจต้องเร่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว 5 ล้านตัน มาเป็นปี'60 จากปี'64 และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้องขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าพระนครใต้และบางปะกง - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ยอดการผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่นประจำเดือนมี.ค.ปีนี้ ลดลง 62.7% จากเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว มาอยู่ที่ระดับ 129,491 คัน ส่วน บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ เผยยอดการผลิตรถในประเทศญี่ปุ่นของบริษัทในเดือนมี.ค.ลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 34,754 คัน หรือลดลง 62.9% จากระดับปีที่แล้ว ซึ่งมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งทำให้โตโยต้าต้องระงับการผลิตที่โรงงานหลายแห่ง - กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: นายอาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธาน ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากที่บริษัทได้ประเมินผลกระทบล่าสุดของเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น ส่งผลต่อการจัดส่งชิ้นส่วนรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ทำให้บริษัทจำเป็นต้องหยุดรับจองรถยนต์ฮอนด้า บริโอ้ เป็นการชั่วคราว และบริษัทจะติดต่อลูกค้าที่ได้จองฮอนด้า บริโอ้ ไปก่อนหน้านี้ผ่านทางผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงสถานการณ์และกำหนดการรับรถเป็นระยะๆ และจะเปิดรับจองรถยนต์ฮอนด้า บริโอ้ อีกครั้งในทันทีที่การผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นกลับมาอยู่ในระดับปกติ
EXTERNAL FACTOR - ดัชนี DJ ปิดลบ 26.11 จุด หรือ 0.21% แตะที่ 12,479.88 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 2.13 จุด หรือ0.16% แตะที่ 1,335.25 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดขยับขึ้น 5.72 จุด หรือ 0.20% แตะที่ 2,825.88 จุดทั้งนี้ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทสหรัฐ โดยเมื่อวานนี้ บริษัทคิมเบอร์ลี-คล้าก ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภค รายงานผลประกอบการที่ต่ำเกินคาด พร้อมกับปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการตลอดปี 2554 เนื่องจากต้นทุนเยื่อกระดาษและวัสดุประเภทอื่นๆปรับตัวสูงขึ้นและทำให้นักลงทุนกังวลว่าต้นทุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงน้ำมันที่สูงขึ้นอาจจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทอีกหลายแห่งที่จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ เช่น บริษัทฟอร์ด มอเตอร์, โคคา-โคลา, 3M และเอ็กซอน โมลิล อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค.ปรับตัว เพิ่มขึ้น 11.1% สู่ระดับ 300,000 ยูนิตต่อปี มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 280,000 ยูนิตต่อปี หลังจากที่ยอดขายบ้านใหม่ปรับตัวลดลงติดต่อกันในช่วง 3 เดือนก่อนหน้านั้น แต่ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าระดับ 700,000 ยูนิตต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงภาวะแข็งแกร่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์ - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น USD5.3 มาปิดที่ระดับ USD1,509.1 โดยสัญญาทองคำปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮอีกครั้ง เพราะได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และความต้องการทองคำที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงจีนและอินเดีย - ราคาน้ำมัน Nymex ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง USD0.01/bbl ปิดที่ USD112.28/bbl โดยการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซาเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทเอกชน อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากภาวะการซื้อขายโดยรวมได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกกลาง - รถไฟหัวกระสุนสายโทโฮคุชินคังเซนเปิดให้บริการรับส่งผู้โดยสารระหว่างโตเกียวกับเซนได ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมิยากิ อีกครั้งแล้ว เมื่อวานนี้ - พรรคการเมืองฝ่ายค้านของญี่ปุ่นได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี โดยพรรคดีพีเจซึ่งมีนายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าพรรคนั้นได้ที่นั่งเพียง 3 ที่นั่ง จากทั้งหมด 10 ที่นั่ง เป็นการเสียที่นั่งไป 5 ที่ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่มีมากขึ้นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือนที่แล้ว - มูดีส์ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้ลงสู่ระดับ 0-1.0% โดยให้แนวโน้มเป็น"เชิงลบ" จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 1.5% หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ รวมทั้งคลื่นสึนามิ และวิกฤตนิวเคลียร์ - ดัชนีราคาผู้บริโภคของสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นแตะระดับ 5% ในเดือนมี.ค. หลังจากต้นทุนที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งตัวเลขดังกล่าวอาจทำให้ธนาคารกลางสิงคโปร์ปล่อยสกุลเงินสิงคโปร์ให้แข็งค่าขึ้นอีกในเดือนนี้ - รัฐบาลอินโดนีเซียกำหนดเป้าหมายยอดขาดดุลงบประมาณที่ 1.4% ของ จีดีพี ในปีหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่ายอดขาดดุล 1.8% ของจีดีพี ในปีนี้ - สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหว 6.2 ริกเตอร์ที่ฝั่งตะวันออกของอินโดนีเซีย เมื่อเวลา 06.06 น.ตามเวลาไทย เมื่อวานนี้ - ดัชนีราคาผู้บริโภคเวียดนาม ในเดือนเม.ย. ขยายตัว 17.51% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบ3 ปี ทั้งนี้ในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา เวียดนามได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว 2 ครั้ง - ซีเรียได้ปิดพรมแดนทางบกที่ติดกับประเทศจอร์แดนทั้งหมด เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศขณะที่จอร์แดนแสดงความหวังว่าซีเรียจะกลับมาเปิดพรมแดนอีกครั้ง (ทั้งนี้กองทัพของซีเรียได้เคลื่อนพลพร้อมด้วยรถถังและยานยนต์ติดอาวุธเข้าสู่เมืองดารา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ และเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย โดยเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในเมืองดาราซึ่ง ตั้งอยู่ติดกับจอร์แดนนั้น ได้ดำเนินมานานกว่า 5 สัปดาห์แล้ว) - ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) คาดว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของจีน จะปรับตัวขึ้นประมาณ 4.9-5.1% ในไตรมาสสองปีนี้ และคาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะขยายตัว 5% ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง
TODAY’S REPORTS
- DTAC และ TRUE: DTAC ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกรณีดีลของ TRUE เมื่อวานนี้ DTAC ได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้มีการพิจารณาความถูกต้องตามกฎหมายของสัญญาระหว่างTRUE กับ กสท. (CAT) ในการร่วมลงทุนเพื่อให้บริการ CDMA และ HSPA เนื่องจากมองว่าขัดกับ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ มาตรา 46 ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ และขัดต่อข้อกำหนดของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เรามองว่าจากข่าวดังกล่าวเป็นการกลับมาดิ้นรนต่อสู้อีกครั้งของDTAC โดยใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้ามาต่อสู้ ซึ่งเรามองว่ากระบวนการดังกล่าวหากศาลรับเรื่องไปจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับ TRUE ส่งผลให้การให้บริการ 3G ถูกเลื่อนออกไป ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการควบรวมHUTCH ก็เป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่จะเข้ามากดดันต่อกำไรสุทธิของ TRUE ส่วน DTAC นั้น แม้เราจะมีมุมมองเชิงบวกต่อการจ่ายเงินปันผลพิเศษและคาดว่ากำไรงวด 1Q54 จะออกมาดี (ประกาศงบวันที่ 28 เม.ย.) แต่ด้วยราคาหุ้นที่ขึ้นมาใกล้เคียงกับราคาพื้นฐานแล้ว ดังนั้น เราอาจปรับคำแนะนำสำหรับ DTAC ลดลงจาก Outperform มาอยู่ที่ Neutral ซึ่งปัจจุบันเรามองว่า ADVANC (แนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 105 บาท) และ THCOM (แนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 13.5 บาท) มีความน่าสนใจกว่า DTAC (แนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 55 บาท) และ TRUE (แนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 4.9 บาท)
- Transportation Sector: เราคาดว่ากำไรงวด 1Q54 ของ AOT จะเติบโตขึ้น QoQเราคาดว่าหุ้นในกลุ่ม Transportation ภายใต้การวิเคราะห์ของเราจะรายงานผลประกอบการงวด 1Q54 ออกมาย่ำแย่ ยกเว้น AOT ที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโต QoQ ซึ่งเราคาดว่า AOT จะรายงานกำไรออกมาดีขึ้ทั้ง YoY และQoQ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารและการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 224 ล้านบาท ขณะที่ THAI คาดว่าจะรายงานกำไรเพียง 732 ล้านบาท เนื่องจากการบันทึกขากทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 3.5พันล้านบาท ส่วน BECL นั้น เราคาดว่าจะรายงานกำไรลดลง 50%QoQ และ 43%YoY เนื่องจากการปรับสัดส่วน Revenue Sharing และการบันทึกขาดทุนจากการลงทุนใน BMCL และ TTW สำหรับกลุ่มเดินเรืออย่างPSL และ TTA นั้น เราคาดว่าจะรายงานกำไรย่ำแย่ตาม TC rate และจำนวนเรือที่ลดลง เรายังคงคำแนะนำ Underweight สำหรับกลุ่ม Transportation และคงคำแนะนำ Outperform สำหรับ THAI และ BECL และคงคำแนะนำ Neutral สำหรับ PSL และ TTA ขณะที่ AOT เราได้ปรับคำแนะนำขึ้นจาก Underperform เป็นNeutral ตามการคาดการณ์ว่ากำไรงวด 1Q54 จะออกมาดี
ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY สุชีล นารูลา ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0021)
Gold Futures: กรณีที่เล่น GAP แนะนำให้ถือ Long เพื่อรอจังหวะขึ้นไปทำกำไรที่ 22,440 และ 22,800 จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) มีแนวโน้มซิกแซกขึ้นต่อและมีโอกาสขึ้นไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม หรือนานกว่านั้น ขณะที่ระยะสั้นสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ $1,513 ขึ้นมาแล้ว และมีโอกาสขึ้นต่อไปที่ $1,538 และ $1,565 หรือสูงกว่านั้น ขณะที่แนวรับของการแกว่งขยับตามขึ้นมาที่ $1,515 สำหรับ Gold Futures (GFJ11) ทาง Technical สามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 21,600 ขึ้นมาแล้ว เราแนะนำให้ถือ Long เพื่อเล่น GAP ต่อไป โดยทยอยทำกำไรที่ 22,440 และ 22,800 หรือสูงกว่านั้น ขณะที่ส่วนทุนต่ำที่Long อยู่ แนะนำให้ถือปล่อย Let-profit-run ต่อ (หมายเหตุ GFJ11 จะหมดอายุในวันศุกร์ที่ 29 เม.ย. เตรียมตัวหมุนไป Long ใน GFM11 ต่อ) SET50 Futures: แนะนำถือ Long position เพื่อรอจังหวะซิกแซกขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 800-804 จากการวิเคราะห์ทางทคนิค ยังเหมือนเดิม คือ แนะนำให้ถือ Long สัญญา S50M11 ที่เหลืออยู่ เพื่อรอจังหวะซิกแซกขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 800-804 และ 810 และแนะนำให้เข้าเพิ่มถ้า S50M11 สามารถทะลุ 791 ขึ้นมาเพื่อรอจังหวะขึ้นไปทำกำไร 800-804 ขณะที่ Stop loss ต้องรอดูจนตลาดปิด(S50H11 มีแนวต้าน 791, 800 และ 804 แนวรับ 779-778, 775 และ 771)
MARKET EVENT
Thai Event - 29/04/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมี.ค. - 03/05/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. - 25/04/11 – 12/05/11 บริษัทจดทะเบียนฯ ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 1/54 - 3-12/05/11 รัฐบาลอาจประกาศยุบสภา - 20/05/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย.
World Event - 26/04/11 Consumer Confidence* - 26/04/11 S&P Case-Shiller HPI - 27/04/11 Durable Goods Orders* -27/04/11 FOMC Meeting Announcement* - 28/04/11 GDP* - 28/04/11 Jobless Claims* - 28/04/11 Pending Home Sales Index* - 29/04/11 Personal Income and Outlays* - 29/04/11 Employment Cost Index - 29/04/11 Chicago PMI - 29/04/11 Consumer Sentiment * - Markets will pay more attention for these figures \
กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030 วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0038
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 26 เม.ย. 2554
|






![]() | Today | 1408 |
![]() | All days | 1408 |
Comments