|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น 17/11/52
|
|
|
|
|
Tuesday, 17 November 2009 10:15 |
|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/11/52
กลยุทธ์การลงทุน Dollar Index หลุด 75 หนุนราคาน้ำมันดิบโลก กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ดัชนีทรงตัว หุ้น December Effects ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด: BANPU, MAKRO, PTT ดัชนีแกว่งตัวเชิงบวก 702-715 เลือก PTT(FV@B353),MAKRO (FV@B95.8),PSL(FV@B21)
หุ้นปิโตรเลี่ยมกลับมานำตลาด หนุนด้วยราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว สวนทางเงิน Dollar อ่อนค่า เข้าสู่ช่วงการรายงาน GDP Growth งวด 3Q52 ของประเทศในแถบเอเซีย และกลุ่มยู โร ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเร็วกว่าสหรัฐฯ นำโดยญี่ปุ่น ที่วานนี้ ประกาศ GDP Growth เพิ่มขึ้น 1.2%QoQ หรือ Annualized 4.8%QoQ ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก ขณะที่ประเทศอื่นๆ ที่จะทยอยประกาศตามมา ได้แก่ สิงคโปร์ (19 พ.ย.) มาเลเซีย (20 พ.ย.) เยอรมัน (24 พ.ย.) ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ (26 พ.ย.) เป็นปัจจัยกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ ยังมีทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่อง สะท้อนจาก Dollar Index เคลื่อนไหวใต้เส้นค่าเฉลี่ย 10-25 วัน และหลุดแนวรับ 75 ลงไปหาระดับต่ำสุดใหม่ของปี ผลักดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัวรอบ ใหม่ ล่าสุดราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า (Nymex) ปรับตัวขึ้นเกือบ 3 เหรียญฯ มาอยู่ที่ระดับ 79.26 เหรียญฯต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยสามารถยืนเหนือ 77 เหรียญฯต่อบาร์เรล ดีกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่เฉลี่ย 75 เหรียญฯต่อบาร์เรล และ 80 เหรียญฯต่อบาร์เรล ในปี 2553-2554 ตามลำดับ เป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มปิโตรเลี่ยม แนะนำซื้อ สะสม PTTEP(FV@B181) และ PTT(FV@B353) ขณะเดียวกันราคาถ่านหินในตลาด Futures ยังปรับตัวขึ้นต่อเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ โดยล่าสุดอยู่ 81.65 เหรียญฯ/ตัน เพิ่มขึ้นอีก 0.45 เหรียญฯต่อตัน จากวันก่อนหน้า ตามความต้องการใช้ถ่านหินในภาคการผลิต และโรงงาน ไฟฟ้าในภูมิภาคที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของผู้ผลิตถ่านหิน ของไทย ที่มีแหล่งถ่านหินเป็นของตนเอง ทั้ง BANPU(FV@B554) และ LANNA (
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
ดัชนีทรงตัว แต่หุ้น December Effects ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด: BANPU, MAKRO, PTT จากการศึกษาสถิติย้อนหลัง 19 ปีที่ผ่านมา แม้พบว่านักลงทุนต่างชาติมักขายหุ้นไทยใน เดือน พ.ย. – ธ.ค. ของทุกปีก็ตาม (เกิดขึ้นเฉลี่ย 70%) แต่ตลาดหุ้นไทยในเดือน ธ.พ. กลับไม่ ได้ปรับตัวลดลงมาก เนื่องจากยังมีแรงซื้อในประเทศเป็นปัจจัยหนุน ทั้งจากนักลงทุนรายย่อย(ซื้อ สะสมเพื่อรอขายทำกำไรในเดือน ม.ค. จากผลของ January Effects ที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง) และกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสะสมเนื่องจากเม็ดเงิน RMF และ LTF ที่ทยอยเพิ่ม มากขึ้นในช่วงปลายปี โดยพบว่ากลุ่มหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงในช่วงครึ่งหลังของปี และหุ้นที่มีช่วง High Season ในไตรมาส 4–1 เป็นกลุ่มที่มักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่โดดเด่น 3.5-5.5% ใน เดือน ธ.ค. ของทุกปี ได้แก่ SCCC(เกิดขึ้นราว 89%), BANPU(78%), EGCO(78%), NTV (78%), MAKRO(78%), PTT(71%) และ PSL(67%) โดยหากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ รุนแรงเกินกว่าที่ตลาดคาด ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าหุ้นในกลุ่มนี้น่าจะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนัก ลงทุนได้ แนะนำทยอยซื้อสะสมหุ้น BANPU, NTV, MAKRO, PTT และ PSL ยกเว้น SCCC, EGCO ที่ฝ่ายวิจัยให้คำแนะนำเพียงถือ จึงแนะนำให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง
ดัชนีแกว่งตัวเชิงบวก 702-715 เลือก PTT(FV@B353), MAKRO(FV@B95.8), PSL (FV@B21) คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้น่าจะสดใส เพราะนอกจากได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนสถาบันใน ประเทศแล้ว บรรยากาศการซื้อขายของตลาดหุ้นทั่วโลกที่สดใส โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐ หลัง การรายงานตัวเลขดัชนีชี้นำเศรษฐกิจดีกว่าคาด เช่น ยอดค้าปลีกโดยรวมเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 1.4% จากระยะเดียวกันของปีก่อน เทียบกับที่ได้รับจากการสำรวจเพียง 1% โดยได้รับแรงหนุน จากการฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์ และ ชิ้นส่วนรถยนต์ กลยุทธ์การลงทุนระยะ 1-2 เดือน แนะนำ ให้ให้เลือกลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เช่น MAKRO, และ PSL ซึ่ง คาดว่าจะให้ Dividend Yield เฉลี่ย 7.34% และ 7.82% ต่อปี รวมทั้งหุ้น December Effect เช่น PTT
|
Comments